4 ประเด็นหลังเกมหงส์แดงชุดเล็กเด็ดชีพนอริช

เกมคาราบาวคัพเมื่อคืนหงส์แดงจัดชุดเล็กผสมซีเนียร์ชุดสำรองไล่ยำนอริช ซิตี้ ไป 3-0 จากการเหมาทำคนเดียวสองประตูของทาคิ และอีก 1 ประตูจากมหาเทพโอริกี้ เกมเมื่อคืนต้องบอกว่าเด็ก ๆ ทำได้ดีเกือบทุกราย นักเตะดาวรุ่งบางคนฉายแววพรสวรรค์ออกมาให้บรรดาพ่อยกแม่ยกได้ปลื้มใจ และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญจากเกมเมื่อคืน

คลอปป์คงแนวทางชัดเจน

การจัดทัพของคลอปป์ในบอลถ้วยของลีกยังเหมือนเดิม โดยเขาให้ความสำคัญกับมันในฐานเป็นเวทีให้พวกดาวรุ่งพรสวรรค์สูงได้ปล่อยของ กับบรรดาตัวสำรองของชุดใหญ่ได้มีสนามไว้เล่นบ้าง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่สุดท้ายเมื่อเข้าไปรอบลึก ๆ หงส์แดงของเรามักจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากได้แชมป์ แต่การมันคือการประเมินแล้วว่าคุ้มที่จะใช้แนวทางนี้ในการเล่นบอลถ้วย

ในเกมนี้บรรดาดาวรุ่งได้รับโอกาสกันถ้วนหน้าทั้งที่คุ้นหน้ากันดีอย่าง เคเลอร์เฮอร์ มือประตูที่ขยับมาเป็นมือสองของอลิสซงในปีนี้ แบรดลีย์ แบ็กขวาวัย 18 ปี และกอร์ดอนปีกวัย 16 ขวบที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมนี้ และยังมีมอร์ตันกองกลางวัย 18 ปีที่ลงมาในครี่งหลังอีกด้วย

ส่วนบรรดาแข้งสำรองเกมนี้คลอปป์เลือกให้โอกาสโกนาเตลงต่อเนื่องคู่กับโจ โกเมส โดยแนท ฟิลิปป์สยังคงต้องนั่งรอโอกาสต่อไป ด้านแบ็กซ้ายซิมิกาสที่ฟอร์มเริ่มดีวันดีคืนก็ได้โอกาสปล่อยของต่อเนื่อง ส่วนแดนกลางวันนี้ เกอิตา โจนส์ และแชมเบอร์เลน ขุมกำลังสำรองซีเนียร์ลงช่วยกัน

ในแดนหน้านั้นยังคงไม่มีรายชื่อของฟีร์มิโน่ ที่ยังไม่พร้อมลงเล่น คลอปป์เลยให้โอกาสมินามิโนะที่ทำผลงานได้ดีช่วงปรีซีซั่นจนหลายคนถามหาว่าเมื่อไหร่จะได้โอกาสลง กับอีกคนคลอปป์ยังให้โอกาสโอริกี้ ที่พักหลังองค์ลงทำผลงานดีต่อเนื่องตั้งแต่เกมแชมป์เปี้ยนส์ลีกที่คลอปป์ให้โอกาสลงตัวจริง

ทาคิควรได้โอกาสมากกว่านี้

หลังจากถูกปล่อยตัวให้นักบุญยืมใช้งานแล้วกลับมา รู้สึกว่ามินามิโนะจะมีความมั่นใจมากขึ้น มีแพสชั่นในการเล่นมากขึ้นซึ่งก็สะท้อนออกมาผ่านผลงานการเล่นของเขายามได้ลงเล่นในสนาม ตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่นแล้ว การระเบิดอารมณ์หลังทำประตูได้คงยังตราตรึงใจของแฟนบอล และอยากเห็นนักเตะเลือดซามูไรคนนี้ลงสนามให้ทีมบ้าง

แต่ผ่านมา 6 เกมในฤดูกาลนี้มินามิโนะไม่ได้ลงเล่นสักนาที จนหลายคนคิดว่ามันคงมีอะไรแปลก ๆ และไม่ปกติหรือเปล่า จนกระทั่งการระเบิดผลงานสุดยอดในคืนนี้อีกครั้ง ที่ทำให้หลายคนอยากเห็นมินามิโนะมีโอกาสลงเล่นมากกว่านี้ ในเกมนี้ช่วงครึ่งแรกที่เขาเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายนั้นถือว่าเป็นช่วงที่เขาโชว์ผลงานได้เยี่ยม การประสานงานกับซิมิกาสก็ดูไหลลื่นมาตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น แม้ครึ่งหลังจะถูกย้ายไปเล่นกองกลางแล้วเขาก็ยังทำผลงานได้ตามเป้า

หลังเกมนักข่าวไม่รีรอที่จะยิงคำถามว่าการที่มินามิโนะไม่ได้ลงหลายเกมทำให้เขาไม่พอใจ (หงุดหงิด) อะไรไหม ซึ่งคลอปป์ตอบชัดเจนว่าการที่มินามิโนะไม่ได้ลงเล่นนั้นมาจากอาการบาดเจ็บและความฟิตเป็นหลัก เพราะเขาได้รับอาการบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ

“ลูกแรกเป็นการอ่านเกมที่ดี คิดเร็ว และจบสกอร์ได้เร็วในจังหวะนั้น ลูกที่สองผมมองไม่ชัด 100 เปอร์เซ็นต์ แต่การเร่งความเร็วในเขตโทษในพื้นที่สั้นๆ แคบๆ ดีมาก เขาทำได้ดีในช่วงพรีซีซั่น หลังจากนั้นเขาได้ลงเล่น แล้วก็บาดเจ็บ และตอนนี้ส่วนที่เหลือของฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครต้องกังวล ทาคิไม่มีปัญหาอะไร” คลอปป์พูดปิดท้ายถึงผลงานของทาคิ หลังจากนี้หากทาคิสมบูรณ์ดี เชื่อว่าโอกาสในทีมชุดใหญ่ยังคงเปิดกว้างสำหรับเขาแน่

แชมเบอร์เลนน่าเป็นห่วง

นักเตะที่ปีนี้เริ่มต้นได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่สำหรับแชมเบอร์เลน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมการเล่นและทรงบอลของแชมเบอร์เลนถึงดรอปลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ยิ่งเกมเมื่อคืนในช่วงครึ่งแรกเราจะเห็นได้เลยว่า ฟอร์มการเล่นของเขาน่าเป็นห่วงสุด ๆ เรียกว่าพลาดแทบทุกจังหวะ จะเลี้ยงก็ติด จะจ่ายก็พลาด เชื่อมเกมกับเพื่อนไม่ได้เลย

จนกระทั่งคลอปป์ต้องเปลี่ยนเขามาเล่นทางซ้ายในตำแหน่งเกมรุกที่เขาถนัดแล้วขยับทาคิไปเล่นกลางแทน ซึ่งคลอปป์ออกมาพูดเองหลังเกมว่า เพื่อปรับเปลี่ยนแท็กติกการเล่นของแชมเบอร์เลน ที่เล่นในตำแหน่งนั้นได้ไม่ดีพอและจะซื้อใจแชมเบอร์เลนให้อยู่ในสนามจนจบเกม

“เราต้องการให้เขาลงมาเล่นฟุตบอลในแดนกลาง เพราะว่าทาคิดูแข็งแกร่งมากในวันนี้ เราไม่ได้ใช้พื้นที่ระหว่างแนวได้ดีพอ ดังนั้นเราจึงส่งเขาลงเล่นตรงนั้น เราอยากจะให้อ็อกซ์เลดมีอิสระนิดหน่อยในการเล่นปีกซ้ายหลังจากนั้น นั่นคือเหตุผล ดังนั้นเขาสามารถเชื่อมเกมได้มากขึ้น ทาคิเป็นนักเตะที่ฉลาด และเขาสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง นั่นคือเหตุผล”

จะเห็นได้ชัดว่า คลอปป์ระบุตรงไปตรงมาเลยว่า แชมเบอร์เลนไม่ได้ใช้พื้นที่ระหว่างแนวตรงกลางสนามได้ดีพอ จึงต้องขยับทาคิไปเชื่อมเกมแทน และให้เขามาเล่นเกมรุกที่ถนัด ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าไหร่ แม้จะสามารถทำแอสซิสต์ได้ในช่วงท้ายก็ตาม การได้โอกาสลงต่อเนื่องแต่ทำผลงานได้ไม่ดีพอ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ยิ่งมีมินามิโนะมาเป็นตัวเปรียบเทียบทั้งสองตำแหน่ง โอกาสลงเล่นของเขาอาจจะลดลงเรื่อยๆ

สามเพชรเม็ดงามรอเจียระไน

เกมนี้มีดาวรุ่งที่ได้ลงเกมแรกกับหงส์แดงถึง 3 คน หนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ทำผลงานดีเมื่อคืนคือเจ้าหนูกอร์ดอนวัยเพียง 16 ปี เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยอันดับที่ห้าที่ลงเล่นให้สโมสรลิเวอร์พูล หลังเกมคลอปป์ถูกถามถึงผลงานของเจ้าหนูคนนี้

“ใช่ เขาเป็นนักเตะที่ดี เขาเป็นนักเตะที่ดี แม้จะมีหลายๆ เรื่องต้องปรับปรุง หลายๆ อย่างต้องแก้ไข หลายๆ อย่างต้องเรียนรู้ แต่มีหลายๆ ที่เรามีความสุขมากที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ และเราจะปฏิบัติกับเขาอย่างระมัดระวังที่สุด ผมต้องบอกอย่างนั้น แต่ผมมีความสุขมากที่เขาอยู่ที่นี่ เขามีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก”

คลอปป์ยังพูดถึงอีกสองนักเตะดาวรุ่งว่า “โคเนอร์ แบร็ดลีย์ นักเตะไอร์แลนด์เหนือคนแรกตั้งแต่ปี 1954 ถ้ามีใครสักคนบอกผมก่อนหน้านี้ผมคงจะส่งเขาลงเล่นเร็วกว่านี้ แต่เขาเล่นเกมนี้ได้อย่างสุดยอด และไทเลอร์ด้วยเช่นกัน ผมต้องบอกอย่างนั้น ผมมีความสุขกับเด็กคนนี้มาก มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับทั้งสามคน เรื่องแรกที่เขาพูดกับผมหลังเกม ตอนที่ผมอยากจะพูดว่า ‘ขอแสดงความยินดีด้วย’ เขาพูดกับผมว่า ‘ขอบคุณ’ ผมเลยพูดว่า ‘ไม่มีอะไรต้องขอบคุณผม คุณคู่ควรกับมัน’ ไม่มีปัญหาเลย เด็กเหล่านี้เป็นเด็กดีมาก และขอบคุณพระเจ้าที่พวกเขาเป็นเด็กของเรา”

คลอปป์พูดเสมอว่าจะระมัดระวังในการพัฒนานักเตะดาวรุ่งของทีม ต้องไม่มีใครรู้สึกกดดันเกินไป แต่ก็ต้องไม่มีใครที่สิ้นหวังกับทีม ทีเรามีดาวรุ่งฝีเท้าดีเกิดขึ้นทุกปี ในยุคของคลอปป์และพวกเขาจะเป็นขุมกำลังสำคัญของทีมในอนาคตอย่างแน่นอน และนั่นคือคำตอบว่าทำไมเวทีบอลถ้วยในลีกจึงสำคัญกับพวกเขามากกว่าจะเป็นถ้วยที่หงส์แดงต้องเอามาให้ได้ เพราะรางวัลของถ้วยนี้คือการได้เห็นนักเตะเหล่านี้ลงสนามนี่แหละ