4 ประเด็นหลังที่น่าสนใจเกมหงส์เปิดบ้านเสมอเรือใบ

แม้จะพลาดโอกาสขึ้นนำเป็นจ่าฝูงต่อหลังจากขึ้นนำแมนซิตีถึงสองครั้งสองคราแต่ก็มาโดนตีเสมอได้ทั้งสองครั้ง จนสุดท้ายได้กันไปคนละแต้ม หากมองในมุมเจ้าบ้านก็ถือว่าน่าเสียดายที่หงส์แดงสูญเสียโอกาสในการคว้าสามแต้มสำคัญ แต่หากมองจากรูปเกมล้วน ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็น 1 แต้มที่ทั้งสองฝั่งสมควรได้ที่สุด การตามหลังเชลซี 1 แต้ม และนำแมนซิตี 1 แต้มสำหรับหงส์แดงนาทีนี้ไม่มีอะไรเสียหายเลย และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจหลังเกมเมื่อคืน

แดนกลางหงส์แดงเป็นรอง

สถิติก่อนเกมมันชัดเจนว่า แมนซิตี แพ้ทางทีมที่ไล่เพรสพวกเขาจนต้องเสียบอลบ่อยครั้ง ในฤดูกาลนี้สองเกมที่พวกเขาโดนไล่บี้จนเสียบอลมากที่สุดก็คือเกมที่แพ้สเปอร์สกับเกมที่เสมอบักบุญ เมื่อบวกกับการที่ลิเวอร์พูลขึ้นชื่อเรื่องเพรสซิ่ง วันนี้เราจึงเห็นการวางหมากของเป็บที่ดี ในการรับมือกับการไล่เพรส และแก้เพรสของหงส์แดง

นั่นคือการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะอย่าง โฟเดน กรีลิซ และซิลวา ในการทะลุทะลวงเกมเพรสซิ่งของหงส์แดง เน้นบอลออกข้าง โจมตีทางริมเส้นโดยเฉพาะฝั่งมิลเนอร์ สร้างอันตรายให้กับหงส์แดงตลอดเกม ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะซิตีต้องดึงผู้เล่นหงส์เข้าหาทีละ 2-3 คน และบ่อยครั้งก็เอาไม่อยู่ด้วย ทำให้มีพื้นที่โจมตีหงส์แดงเยอะในครึ่งแรก

แดนกลางหงส์แดงวันนี้ ฟาบิญโญ่โดยปิดตายในครึ่งแรก เราแทบไม่เห็นเขาได้บอลหรือพลิกบอลจ่ายบอลเลย เพราะทันที่เขาได้บอลจะมีนักเตะซิตีวิ่งเข้าหาทันที ทั้งโรดรี ซิลวา เดอบอรยน์ สลับกันเข้าหาฟาบิญโญ่จนคุมแดนกลางไม่อยู่

โจนส์กับเฮนเดอร์สัน ที่ทำผลงานดีมาตลอดวันนี้โชว์ฟอร์มไม่ออก เมื่อเจอเกมไล่บี้ของซิตีกลับคืนบ้าง เฮนเดอร์สันเกมนี้จ่ายบอลพลาด ยืนตำแห่งพลาดหลายครั้ง และที่เห็นชัด ๆ คือ การปล่อยให้มิลเนอร์ต้องรับมือกับโฟเดนลำพังหลายครั้งในครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังเหมือนจะถูกกำชับว่าต้องลงมาประคองมิลเนอร์ด้วย

ในส่วนของโจนส์ ด้วยประสบการณ์อาจจะทำให้พอเจอเกมใหญ่ที่กดดันสูง ทำให้เขาเล่นได้ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ เมื่อเจอเกมบี้ไล่ ดักทางบอลดี ๆ แบบซิตีก็ทำให้เขาพลิกเกมทำเกมไปข้างหน้าไม่ได้เลยในครึ่งแรก ก่อนที่จะมีบทบาทมากขึ้นในครึ่งหลังด้วยการลงมาเชื่อมเกมจากแดนหลังและแบ่งเบาภาระของฟาบิญโญ่ จนแดนกลางของหงส์แดงดูดีขึ้นบ้าง

การแก้เกมครึ่งหลังของคลอปป์

หลังจากตกเป็นรองชัดเจนในครึ่งแรก ครึ่งหลังคลอปป์แก้เกมหมากแรกด้วยการให้เฮนเดอร์สันลงมาประคองมิลเนอร์มากขึ้น รวมถึงให้โจนส์ลงมาเชื่อมเกมตรงกลางเพิ่มขึ้น ทำให้บอลถ่ายมาทางโจนส์บ้าง ฟาบิญโญ่จึงพอมีพื้นที่และเวลาในการพลิกบอล วางบอล และสิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเร่งสปีดเกม การจ่ายบอล 1-2 ที่ทำเร็วจ่ายเร็ว

การวางหมากนี้มาได้ผลอย่างชัดเจนกับจังหวะที่ซาลาห์ มิลเนอร์ และฟาบิญโญ่ช่วยกันแก้เพรสซิ่งของซิตีได้ จังหวะนี้นอกจากจะต้องชื่นชมจังหวะยกหนีกันเซโลของซาลาห์แล้วเราจะเห็นว่าการออกบอลเร็วของฟาบิญโญ่นั้นได้ผล เขาได้บอลจากมิลเนอร์และไม่รอทีจะแปะบอลไปหาซาลาห์ทันทีก่อนที่โรดรีที่ปรี่เข้ามาจะถึงตัวเขาซะอีก ดังนั้นต้องยกเครดิตครึ่งหนึ่งให้การจ่ายบอลนี้ของฟาบิญโญ่

นอกจากจะแก้ไขตำแหน่งการยืนและเร่งจังหวะการเล่นแล้ว คลอปป์ยังใช้การหนามยอกเอาหนามบ่ง โดยการให้ผู้เล่นของลิเวอร์พูลในแดนหน้าใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการเลี้ยงตะลุยกดดันแมนซิตีบ้าง โดยเฉพาะโชต้ากับซาลาห์ โชต้าเอาชนะดิอาสได้หลายครั้งและใช้ทักษะการครองบอลที่เหนียวแน่นของเขาเล่นงานซิตีได้เรื่อย ๆ แต่เกมนี้คงไม่มีใครจะเกินซาลาห์ไปแล้ว

ลีลาการลากเลี้ยงตะลุย 2 ครั้งที่จะแจ้งที่สุดของเขาในเกมนี้ กลายเป็น 2 ประตูให้ลิเวอร์พูลทันที ทั้งการยกหลบกันเซโลก่อนจ่ายตัดเข้าในให้มาเน่ซัดขึ้นนำ หรือการโชว์สเต็ปเทพโยกหลอก ล็อกหลบแล้วยิงด้วยขวาเป็นประตูขึ้นนำ 2-1 ของทีม ที่นอกจากเขาแล้วก็คงมีแต่เมสซี่เท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้ หลังเกมคลอปป์ถึงขนาดบอกว่าประตูนี้จะเป็นตำนานของทีมที่จะถูกพูดถึงไปอีก 50-60 ปีข้างหน้า

ฟีร์มิโนไม่ช่วยอะไร

ผมเห็นด้วยกับการที่คลอปป์แก้เกม โดยการต้องส่งนักเตะเชิงรุกลงมาอีกสักคน และถ้าจะแทนโจตาที่เล่นดีเกือบทั้งเกมก็ไม่มีปัญหาอะไร และคิดว่าการเปลี่ยนฟีร์มิโนลงมาก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจดี เพราะเกมก่อนเขาเพิ่งลงมาทำ 2 ประตูกับปอร์โต้ แต่ปัญหาคือ ฟีร์มิโน่เอง ที่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้จากโอกาสที่คลอปป์มอบให้

3 จังหวะแรกที่เขาได้บอล เป็นการทำเสียบอลทั้งสามครั้ง สองครั้งเป็นการเสียบอลและโดนโต้กลับได้น่ากลัวของซิตี ยังมีจังหวะออกบอลพลาดให้เห็นอีกหลายจังหวะ ไม่ใช่ว่าไม่ชนะแล้วหาแพะ แต่นาทีนี้ฟีร์มิโน่ต้องเร่งพิสูจน์ให้แฟนบอลเห็นแล้วว่าเขามีดีกว่า และทำอะไรได้ดีกว่านักเตะหลายคนที่นั่งข้างสนาม โดยเฉพาะมินามิโนะ

ใบแดงและน้ำลาย

เก็บตกจากประเด็นดรามาในสนาม 2 ประเด็นคือการที่มิลเนอร์ไม่โดนเหลืองที่สองจากจังหวะเข้าแย่ขาสกัดโฟเดน และอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่แฟนบอลหงส์แดงทำกิริยาไม่น่ารัก ประเด็นแรกเราเห็นในเกมอยู่แล้วว่านักเตะซิตีและเป๊บหัวเสียขนาดไหนกับจังหวะที่มิลเนอร์รอดตัวจากใบเหลืองที่สอง

‘มันเป็นใบเหลืองอย่างชัดเจน ที่นี่คือ แอนฟิลด์ ก็คล้ายกับ โอลด์ แทรฟฟอร์ด ถ้าลองเป็นผู้เล่น ซิตี้ เขาโดนไล่ออกแน่ มันชัดเจนเกินไป มันเป็นสีเหลืองที่สอง’ เป๊บให้สัมภาษณ์แบบไม่ยั้ง แถมยังแอบแซะเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งจังหวะนี้ถามว่าเหลืองได้ไหม ผมว่าหากไม่มีเฮนเดอร์สันที่กระแทกโฟเดนจนเสียหลักก่อน มิลเนอร์ไม่รอดแน่ ๆ นี่อาจจะเป็นข้อดีของการแก้เกมให้เฮนโด้ลงมาประคองมิลเนอร์

อีกหนึ่งประเด็นคือการที่มีแฟนบอลหงส์แดงบางคนถ่มน้ำลายใส่ทีมงานของเป๊บหลังจากที่พวกเขาแสดงความดีใจหลังได้ประตูตีเสมอ 2-2 ซึ่งเป็บเองก็ออกมาบอกว่าเรื่องนี้หงส์แดงต้องจัดการให้ได้

“ผมมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า ลิเวอร์พูล จะดำเนินมาตรการกับชายคนนี้ ลิเวอร์พูลยิ่งใหญ่กว่าตัวบุคคล ลิเวอร์พูลมีประวัติศาสตร์ทางการกีฬาที่ดี มีผู้คนกระทำสิ่งนี้เสมอ ในทุกๆ สโมสรจะมีผู้คนประเภทนี้ บางคนไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่า ลิเวอร์พูล จะจัดการ”