เรื่องเล่าก่อนเกม: แดงเดือดรอบนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง

พรีเมียร์ลีกนัดที่ 9 ของฤดูกาลสุดสัปดาห์นี้ เชื่อว่าไม่มีคู่ไหนที่จะได้รับการจับตามองมากไปกว่าเกมแดงเดือดที่สนามโอล์ดแทรฟฟอร์ดอีกแล้ว การเจอกันของสองทีมคู่แค้นคู่ปรับ คู่หยอก คู้ล้อตลอดกาล ของพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลที่ผลงานกำลังเข้าฝัก เกมรุกดุดัน ต้องไปเยือนแมนยูฯ ที่ฟอร์มกำลังแกว่ง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็มักจะมีลูปของตัวเอง และมักจะทำได้ดีในเกมใหญ่ ๆ ว่าแล้วเกมแดงเดือดรอบนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง วันนี้เรามีเรื่องเล่าก่อนเกมมาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคย

เดิมพันที่สูงของโอเล่

หนึ่งในหัวข้อที่ทุกคนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ สถานการณ์ของโอเล กุนนาร์ โซลซาร์ นายใหญ่ของทัพปีศาจแดง ที่ตอนนี้ ผลงานแกว่งสุด ๆ 8 เกมหลังสุดรวมทุกรายการแพ้ไปถึง 4 เกม ชนะแค่ 3 เกม ยิ่งสถานการณ์ในลีก 3 เกมหลังสุดพวกเขาไม่ชนะใครเลย แพ้ไปถึง 2 เกม และทำได้แค่เสมออีก 1 เกม ทำให้จากที่เคยมีแต้มเบียด ๆ กับโซนลุ้นแชมป์ พวกเขาตกมาอยู่อันดับที่ 6 มีแต้มตามเชลซีทีมจ่าฝูง 5 แต้ม และตามหลังหงส์แดง 4 แต้ม

ผลงานของหงส์แดงสวนทางกับการลงทุนซื้อนักเตะของสโมสรในฤดูกาลนี้ที่ทุ่มทุนซื้อทั้งวาราน จากมาดริด ชานโช่ จากดอร์ทมุนด์และ โรนัลโด้ จากยูเวนตุส ทำให้ก่อนเปิดฤดูกาลพวกเขาถูกคาดหวังไว้สูงมากทีเดียว ว่าจะต่อยอดจากฤดูกาลก่อนได้ซึ่งพวกเขาจบด้วยรองแชมป์ ผลงานที่สวนทางทั้งแบบนี้ และการต้องมาเจอลิเวอร์พูลในชั่วโมงนี้ จึงเป็นเดิมพันที่สูงมากของโซลชา

แม้ทางสโมสรจะเพิ่งออกมาประกาศว่าหนุนหลังให้โซลซาทำทีมต่อและทีมเองก็เพิ่งทำผลงานพลิกกลับมาชนะอตาลันตา 2-3 หลังจากโดนนำไปก่อน 2-0 แต่หากย้อนกลับไปในสองเกมสุดท้ายของมูรินโญ่กับแมนยู สถานการณ์ก็คล้ายกันแบบนี้ การต้องมาเจอลิเวอร์พูลในช่วงที่ทีมกำลังทำผลงานได้ไม่ดี ขนาดที่ในช่วงครึ่งแรกมีแฟนบอลในสนามโห่ใส่โซลชา ย่อมแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ของโซลชาตึงเครียดขนาดไหน

มูรินโญ่ถูกปลดทันทีหลังแพ้ลิเวอร์พูล ขณะที่ตอนนี้โซลซากลายเป็นเต็งหนึ่งของกุนซือที่จะโดนปลดหลังจากที่เคยเป็นเต็งสามแต่เต็ง 1-2 ต่างก็โดนปลดกันไปแล้ว หากแมนยูเปิดบ้านแพ้ลิเวอร์พูล ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่ดี เชื่อว่าเสียงโห่ในสนามจะดังขึ้นอีกครั้งและนั่นอาจจะเป็นการฉายหนังซ้ำเรื่องเดิมกับมูรินโญ่ก็เป็นได้

การเจอกันของโรนัลโด้กับซาลาห์

จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของซาลาห์ในฤดูกาลนี้ จนมีหลายกูรูวิเคราะห์ตรงกันว่ายุคของเมสซี่กับโรนัลโดนั้นกำลังจบลงและนักเตะที่กำลังทำผลงานได้ดีที่สุดในโลกขณะนี้คือผู้เล่นที่สวมเสื้อหมายเลข 11 ของลิเวอร์พูล ด้วยผลงานการทำประตูอย่างต่อเนื่องและเป็นการทำประตูที่สวยงาม

ขณะที่โรนัลโดตัดสินใจย้ายกลับบ้านเก่าของเขาอย่างแมนยู ฯ ในวัย 36 ปี ที่หลายคนมองว่าเป็นช่วงท้ายของอาชีพค้าแข้ง แต่กลับโรนัลโด เขาอาจจะคิดว่านี่คือความท้าทายบทใหม่ วัย 36 ปีกับพรีเมียร์ลีก บทพิสูจน์ว่าเขายังจะสามารถเล่นในฟุตบอลที่มีการแข่งขันระดับสูงได้ และเขาก็พิสูจน์ว่าเขาทำได้ เขากลายเป็นนักเตะตัวความหวังของทีม และมักจะทำประตูสำคัญ ๆ ให้ทีมชนะได้เสมอ ๆ อย่างเช่นเกมล่าสุดก็ทำประตูชัยช่วงท้ายเกมให้ทีมชนะอตาลันตาได้

สมัยที่ค้าแข้งกับเรอัล มาดริด โลกจับตามองการแข้งขันของเขากับเมสซี่ ขณะที่ตอนนี้เขาย้ายมาอยู่ในพรีเมียร์ลีก และกำลังถูกเปรียบเทียบกับนักเตะรุ่นน้องที่กำลังมาแรงอย่างซาลาห์ เกมที่จะเจอกับลิเวอร์พูลนี้ เชื่อว่าโรนัลโดคงมีความตั้งใจพิเศษของตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องการพิสูจน์ให้เห็นในเกมที่ต้องร่วมสนามกับซาลาห์เลยว่า บัลลังค์ที่เขาเคยนั่งอยู่นั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

แน่นอนเกมนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์ของซาลาห์อีก 1 เกม อันที่จริงแทบจะไม่ต้องพิสูจน์แล้วกับผลงาน 10 ประตูจาก 9 เกมหลังสุดที่เขาสามารถทำประตูได้ทุกนัด การทำลายสถิติต่าง ๆ อย่างบ้าคลั่งในระยะนี้ ฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงต่อเนื่องไม่มีตกตลอดระยะเวลาที่เขาสวมเสื้อหงส์แดงมากว่า 5 ปีเป็นเรื่องพิสูจน์แล้วว่าเขาคือตัวท็อปของโลก

แต่ในเมื่อถูกเปรียบเทียบว่ากำลังเล่นอยู่ในฟอร์มที่ดีกว่าโรนัลโด มันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะมีแรงกดดันพิเศษในเกมนี้ ด้วยการแสดงให้โลกเห็นว่า ฟุตบอลกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีเขาเป็นเบอร์ 1

สำหรับสถิติของทั้งสองคนยามต้องเล่นเกมแดงเดือดนั้นก็น่าสนใจ โรนัลโด้ เคยผ่านสมรภูมิ “แดงเดือด” ในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 8 นัด ปรากฎว่า ชนะถึง 5 เสมอ 1 แพ้ 2 แต่เกมแดงเดือดแมตช์สุดท้ายของเขาก่อนย้ายไปมาดริด จบลงด้วยความพ่ายยับคาบ้าน 1-4 เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2009

ส่วนโม ซาลาห์นั้น ช่วงหลังๆ ก็ดูจะถูกโฉลกในการเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด โดยซัลโวประตูใส่ทีมผีแดงได้ 4 ประตูจากการเจอกัน 4 นัดหลังสุดในทุกรายการ เป็นนักเตะหงส์แดงในชุดปัจจุบันที่ทำประตูใส่แมนยูมากที่สุดร่วมกับท่านรองมิลเนอร์

โซลซาร์กับคลอปป์สถิติสองด้าน

เมื่อเกิดเกมใหญ่ก็อดไม่ได้ที่จะมีการขุดสถิติต่าง ๆ ของกุนซือของทั้งสองทีมมาขิงใส่กัน เช่นเดียวกับเกมนี้ ที่มีการขุดสถิติต่าง ๆ มาเพื่อโหมโรงแดงเดือดครั้งนี้ แม้ว่าภาพรวมหลายคนอาจจะมองว่าโซลซาร์ดูเป็นรองคลอปป์อยู่นิดนึงในแง่ของการพาทีมประสบความสำเร็จ แต่สาวกปีศาจแดงก็อาจจะได้ยิ้มบ้างก่อนเตะเมื่อเดอะซัน สื่อจอมแฉของอังกฤษไปขุดสถิติมาว่า อันที่จริงแล้วหากเทียบผลงานในขณะที่คุมทีมเท่ากันคือ 162 เกม โซลซาร์พาทีมปีศาจแดงทำผลงานในสนามได้ดีกว่าคลอปป์

โดยสถิติของนายใหญ่วัย 48 ปี แห่งโรงละครแห่งความฝัน พาทีมชนะได้ 89 นัดจาก 162 นัดแรก คิดเป็น 54.9 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่าสถิติของ คล็อปป์ ที่พาทีมชนะ 88 เกมจาก 162 เกมแรกที่คุมทีม คิดเป็น 54.4 เปอร์เซ็นต์ แสดงให้เห็นว่าถ้าวัดฝีมือการทำทีมจริง ๆ โซลซาก็ไม่เป็นรองเลย นี่อาจจะเป็นสิ่งที่โซลซาร์ถูกมองข้ามเพียงเพราะเขายังไม่สามารถพาแมนยูชุดนี้คว้าแชมป์อะไรมาครอง

ทางฝั่งหงส์แดงเองนาทีนี้ก็คงพร้อมสุด ๆ กับการเจอคู่แข่งอย่างแมนยู และเมื่อมีการขุดสถิติการเจอกันระหว่างสองกุนซือปัจจุบันเด็กหงส์ก็อาจจะยิ้มได้เช่นกัน เพราะจากการเจอกันมาในพรีเมียร์ลีก 5 นัด ปราฏว่า โซลชา ไม่เคยเอาชนะ คล็อปป์ ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว โดยผลออกมาแพ้ 2 และเสมอ 3 นัด อย่างไรก็ตาม โซลชา เคยคว้าชัยเหนือ คล็อปป์ เหมือนกัน แต่เป็นชัยชนะที่เกิดขึ้นใน ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

โจทย์ของเกมนี้นอกจากจะเป็นเรื่องของศึกแห่งศักดิ์ศรีแล้ว มันยังมีเรื่องของผลงานบนตารางคะแนนเข้ามาเกี่ยวข้อง ที่กุนซือทั้งสองอาจไม่มีทางเลือกมากนักนอกจากต้องการชัยชนะในเกมนี้ หงส์แดงต้องการ 3 แต้มเพื่อยังสามรถเกาะกลุ่มแกนนำตอนนี้ การเจอกับทีมใหญ่แล้วเก็บ 3 แต้มได้จะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้พวกเขามากขึ้น ขณะที่แมนยูฯ หากพลาดทำแต้มหล่นไปมากกว่านี้ พวกเขาอาจหล่นไปอยู่อันดับ 10 ได้ทันที ซึ่งนั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีนัก

ในบ้าน-นอกบ้าน

เรื่องฟอร์มการเล่นนอกบ้านในบ้านก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากสำหรับทั้งสองทีม แมนยูฯ เพิ่งทำสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกด้วยการไม่แพ้ใครนอกบ้าน 29 นัด ก่อนที่จะโดนเลสเตอร์หยุดสถิตินี้ไปเมื่อเกมล่าสุด แต่ฟอร์มการเล่นในถิ่นโรงละครของพวกเขานั้นออกจะตรงกันข้ามนิดหน่อย เพราะไม่ชนะใครในลีกมา 2 เกมติดในบ้านของตัวเอง

ขณะที่ลิเวอร์พูลเองหลังจากกู้ฟอร์มตัวเองมาได้จากวิกฤติเมื่อฤดูกาลก่อน พวกเขาก็เดินหน้าไม่แพ้ใครในลีกติดต่อกันมา 18 นัดติดแล้ว แถมยังมีสถิติไม่แพ้ใครในเกมนอกบ้านมา 12 เกมติดเช่นกัน เรียกว่าฟอร์มร้อนแรงทั้งในบ้านนอกบ้าน และยังเป็นทีมเดียวในลีกที่ยังไม่แพ้ใครเลย เป็น 1 ใน 3 ทีมของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรปที่ไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ร่วมกับนาโปลีและเอซี มิลาน สองทีมดังแห่งอิตาลี

สาเหตุที่เอาเรื่องของสถิติพวกนี้มาเล่า เพราะเกมระหว่างสองทีมนี้มักจะมีการตัดขาคู่แข่ง ในการทำสถิติ หยุดสถิติของคู่แข่งเป็นประจำ แมนยูคงอยากเป็นทีมแรกที่เอาชนะหงส์แดงได้และอยากหยุดสถิติการไม่แพ้นอกบ้านของพวกเขาไว้ ไม่ให้เข้าใกล้สถิติของพวกเขาไปมากกว่านี้