เรื่องเล่าลูกหนัง: โซลชาร์โชคดีกว่า 5 ผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกที่โดนปลดหลังพ่ายให้กับคลอปป์

แม้ไฟปะทุของเกมแดงเดือดจะดับมอดไปแล้ว หลังจากที่หงส์แดงบุกไปเผาเครื่องถึงถิ่นโรงละครแห่งความฝันแบบหมดรูป 0-5 แต่กลุ่มควันยังพวยพุ่งอยู่เหนือโรงละครแห่งความฝัน กลุ่มควันที่รวมกลุ่มกันเป็นเครื่องหมายคำถามถึงอนาคตของกุนซือหนุ่มนามโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ของพวกเขาว่าจะถูกปลดหรือไม่ ยิ่งมีข่าวออกมาว่าอันโตนิโอ คอนเต้ พร้อมสานงานต่อ และบอร์ดบริหารก็กำลังนัดประชุมด่วน ยิ่งทำให้กลุ่มควันยังปกคลุมหนาจนเป็น “ความมืดมนที่สุด” ของโซลซาร์

แม้ผลการประชุมล่าสุด บอร์ดบริหารจะเพิ่งออกมายืนยันว่าจะยังให้โอกาสโอเล่คุมทีมต่อไป ทำให้โอเล่รอดพ้นจากการถูกปลด แม้สถานการณ์จะเข้าขั้นลำบาก และแพ้หงส์แดงเละเทะ แต่โซลซาร์ก็ยังโชคดีกว่ากุนซือของหลายทีมถูกปลดหลังพ่ายให้กับทีมหงส์แดงของคลอปป์ วันนี้ผมก็เลยพาไปย้อนดู 5 กุนซือทีมในพรีเมียร์ลีกที่มีอันต้องโดนปลดหลังแพ้ให้กับทีมของคลอปป์

 

ฟรานเชสโก กุยโดลิน/สวอนซี/2016

กุนซือรายแรกที่ต้องตกเก้าอี้และเป็นปฐมบทของกุนซือคนอื่น ๆ ที่ตามมาคือ กุนซือเฒ่าวัย 61 ปีในขณะนั้นที่เข้ามาคุมทีมหงส์ขาวสวอนซีเมื่อกลางฤดูกาล 2015-2016 พร้อมกับนำทีมหงส์ขาวอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกอีกปี ก่อนที่อายุงานของเขากับทีมนี้จะสั้นเพียง 10 เดือนเท่านั้น

ฤดูกาล 2016-2017 เขาเริ่มต้นฤดูกาลได้สวยงามด้วยการพาทีมบุกไปชนะเบิร์นลีย์ 0-1 แต่หลังจากนั้นมรสุมก็เข้าเมื่อหลังจากนั้น 5 เกมในลีกพวกเขาแพ้ถึง 4 เกมและเสมอ 1 เกม ผลงานย่ำแย่ จนทีมจมอยู่ท้ายตาราง เกมที่ 7 ของฤดูกาลพวกเขาเปิดบ้านรับการมาเยือนของคลอปป์ และจบครึ่งแรกด้วยการนำหงส์แดงอยู่ 1 ประตูตั้งแต่นาทีที่ 8 ก่อนที่ครึ่งหลังหงส์แดงจะมาไล่ตีเสมอจากฟีร์มิโน่และจุดโทษของมิลเนอร์

หลังความพ่ายแพ้เกมนั้น 2 วัน สวอนซีประกาศปลดฟรานเชสโก กุยโดลินกุนซือชาวอิตาลีพ้นตำแหน่ง ในวันครบรอบวันเกิด 61 ปี ของเขาพอดี เรื่องนี้อาจจะไม่ใช่แค่เพราะแพ้ทีมหงส์แดงเท่านั้น แต่อาจจะมาจากการที่กุนซือเฒ่าไม่เป็นที่ยอมรับของนักเตะด้วย เพราะกัปตันทีมของสวอนซีออกมายอมรับว่า ต้องค้นชื่อของกุนซือคนนี้ดูว่าเป็นใครตอนที่เขามารับงานที่นี่

สลาเวน บิลิช/เวสต์แฮม/2017

สลาเวน บิลิช อดีตนักเตะของเวสต์แฮมเองเข้ามาคุมทีมขุนค้อนในฤดูกาล 2015-2016 ผลงานปีแรกของเจ้าตัวนั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะเกมแรกก็สามารถบุกมาชนะอาร์เซนอลถึงบ้าน 0-2 แถมในสามสัปดาห์ถัดมายังสร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือคนแรกของเวสต์แฮมนับตั้งแต่ปี 1963 ที่สามารถพาเวสต์แฮมมาชนะหงส์แดงถึงแอนฟิลด์ได้สำเร็จ ฤดูกาลนั้นเขาพาทีมชนะทั้งแมนซิตีและแมนยู

นอกจากนนั้นเขายังสร้างผลงานที่น่าประทับใจหลายอย่างในยุคพรีเมียร์ลีกของเวสต์แฮม ทั้งการสามารถเก็บแต้มได้มากที่สุด 62 แต้ม แพ้น้อยที่สุด 8 เกม แพ้นอกบ้านน้อยที่สุด 5 เกม จบด้วยอันดับ 7 ของตารางคะแนน และยังพาเวสต์แฮมได้ไปเล่นเพลย์อ๊อฟยูโรป้าด้วย แม้จะไม่ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มก็ตาม

ผลงานของบิลิชเริ่มย่ำแย่ในฤดูกาล 2016-2017 เพราะทีมต้องเสียนักเตะตัวเก่งอย่างดิมิทรี ปาเยต ทำให้จบอันดับ 11 ทำแต้มหล่นหายจากฤดูกาลก่อนถึง 17 แต้ม ในฤดูกาล 2017-2018 เขายังสานต่อฟอร์มยอดแย่ด้วยการเปิดตัวแพ้รวด 3 เกมแรก เก็บได้ 9 แต้มหลังผ่านไป 10 เกม อยู่อันดับ 16 มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นแค่ 1 แต้ม

ผลงานที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ไม่คุ้มกับงบประมาณการเสริมทัพกว่า 40 ล้านปอนด์ ก็เดินทางมาถึงจุดจบเมื่อพวกเขาเปิดบ้านแพ้ให้กับทีมของคลอปป์ 1-4 แบบหมดรูป และสองวันต่อมา สลาเวน บิลิช โดนปลดจากตำแหน่ง โดยเวสต์แฮมได้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ เข้ามากอบกู้สถานการณ์ ให้รอดตกชั้นด้วยการจบอันดับที่ 13

โยคาโนวิช/ฟูแล่ม/2018

อดีตเฮดโค้ชเมืองทอง ยูไนเต็ด เข้ารับงานที่ฟูแล่มเมื่อปี 2015 และพาฟูแล่มกลับขึ้นมาเล่นเวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในปี 2018-2019 ถึงแม้จะเป็นกุนซือผู้พาทีมกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง และใช้เงินในการลงทุนซื้อตัวผู้เล่นถึง 60 ล้านปอนด์ แต่ผลงานในลีกของพวกเขาก็ยังไม่เข้าตา

เมื่อผ่านไป 11 เกมพวกเขาจมอยู่ท้ายตาราง และในเกมที่ 12 พวกเขาต้องมาเยือนถิ่นแอนฟิลด์ และแพ้ลิเวอร์พูลไป 2 -0 โดยชาคิรี่และซาล่าห์ช่วยกันยิงคนละ 1 ประตู สามวันถัดจากนั้น เขาก็ถูกปลดจากเก้าอี้ สโมสรเรียกตัวรานิเอรี่กุนซือที่เคยพาเลสเตอร์สร้างฟาฎิหาริย์คว้าแชมป์ลีกได้เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ปาฎิหาริย์ไม่เกิดกับฟูแล่มเพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็จบด้วยอันดับ 19 ร่วงไปเล่นแชมเปียนส์ชิฟ อีกรอบ และรานิเอรี่ก็โบกมืออำลาไปก่อนจบฤดูกาลด้วยซ้ำ

มูรินโญ่/แมนยู/2018

หนึ่งเดือนให้หลังจากที่โยคาโนวิชถูกปลด คลอปป์ก็อัพสกิลขั้นเทพด้วยการทำให้กุนซือชื่อก้องโลกอย่างมูรินโญ่มีอันต้องโดนปลดจากเก้าอี้กุนซือของแมนยู กุนซือที่แม้จะเพิ่งพาทีมคว้ารองแชมป์ลีก มาหมาด ๆ แต่ก็ไม่วายถูกปลด หลังทำผลงานได้ไม่เข้าตาบอร์ดบริหาร

จริง ๆ ผลงานของน้ามูในปีนั้นหลังผ่านไป 16 แมนยูอยู่อันดับที่ 6 แต่ตามหลังทีมอันดับ 4 อย่างเชลซีถึง 18 แต้ม ก่อนที่เกมที่ 17 ของฤดูกาลน้ามูจะพาแมนยูบุกมาแพ้หงส์แดงที่แอนฟิลด์ 3-1 และหลังจากนั้น 2 วัน บอร์ดบริหารของทีมก็ปลดน้ามูทันที

อันที่จริงกรณีน้ามูไม่ใช่แค่เรื่องของผลงานในสนามเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องนอกสนามทั้งกรณีที่มีข่าวว่าทะเลาะกับป็อกบา ทะเลาะกับบอร์ดบริหารเรื่องการเสริมทัพ ที่ไม่ยอมซื้อนักเตะตามที่น้ามูต้องการและไปซื้อนักเตะที่น้ามูไม่อยากได้มา นั่นต่างหากเป็นเหตุผลเบื้องหลังแท้จริงของกรณีนี้และเป็นจุดที่แตกต่างชัดเจนของโซลซาร์กับน้ามู ที่ว่าทำไมโซลชาร์ถึงยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ได้แม้พาทีมแพ้หงส์ราบคาบคาบ้าน

มาร์โก้ ซิลวา/เอฟเวอร์ตัน/2019

มาร์โก ซิลวากุนซือหนุ่มมาดเฟี้ยวที่มารับงานคุมทีมเอฟเวอร์ตันในเวอร์ชันมีเงินถุงเงินถังเมื่อปี 2018-2019 โดยทุ่มซื้อนักเตะชื่อดังอย่าง ริชาริสัน, ลูคัส ดีน, มีน่า, โกเมส,เดลฟ์, มอยเซ่ คีน มาร่วมทีมในยุคของเขา ปีแรกเขาทำผลงานพอใช้ด้วยการพาทีมจบอันดับ 8

แต่ในปีที่สองของเขากลับทำผลงานย่ำแย่มาก หลังผ่านไป 14 เกมเอฟเวอร์ตันอยู่อันดับที่ 17 มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 แต้ม กลายเป็นทีมลุ้นหนีตกชั้นแบบเต็มตัว จึงไม่มีเกมไหนจะเหมาะสมที่จะปลดกุนซือหนุ่มคนนี้ไปมากกว่าผลงานการเจอกับลิเวอร์พูลในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาบี ที่หงส์แดงเอาชนะไปแบบราบคาบ 5-2 พร้อมตกไปอยู่อันดับ 18 โซนตกชั้น หลังเกมเขาก็ถูกปลดทันที

โซลชาร์/แมนยู/2021 (ยังไม่ปลด)

เมื่อดูจากอดีตกุนซือหลายคนที่ถูกปลดหลังจากแพ้ลิเวอร์พูลในยุคของคลอปป์ แล้วเทียบกับสถานการณ์ของโซลซาร์ ก็ต้องบอกว่ามีองค์ประกอบหลายอย่างที่คล้ายกัน โดยเฉพาะเรื่องของผลงานในสนาม เราจะเห็นว่าก่อนเจอลิเวอร์พูล กุนซือแต่ละคนอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และรอมร่อเต็มที และหลายคนก็มาแพ้หงส์แดงชนิดสู้ไม่ได้

ผลงานของแมนยูใน 4 เกมหลังสุด พวกเขาเก็บได้แค่ 1 แต้มและแพ้ไปถึง 3 เกม แถมยังเป็นการแพ้ในบ้านถึง 2 เกม โดยเกมกับลิเวอร์พูลก็ถูกจารึกไว้ว่าเป็นเกมที่พวกเขาถูกคู่แข่งยิงถึง 4 ประตูครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก และตามด้วยสถิติย่ำแย่ของเกมแดงเดือดอีกมากมาย

ที่สำคัญคือตอนนี้มีข่าววงในมาจากเดอะการ์เดียน สื่อเมืองผู้ดีเองว่า ตอนนี้มีนักเตะในทีมจำนวนหนึ่งเริ่มตั้งคำถามถึงฝีมือการคุมทีมของน้าโอเล่ โดยเฉพาะสไตล์การเล่น แผนการเล่น การแก้เกม รวมไปถึงการที่เริ่มมีเสียงหนาหูว่าน้าโอเล่มี “ลูกรัก” ในทีมที่ไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไรก็จะได้ลงเล่นก่อนคนอื่นเสมอ

สิ่งยึดเหนี่ยวของโซลซาร์คือความสัมพันธ์ที่ดีกับบอร์ดบริหารทีมงานและสต๊าฟโค้ช ที่ยังให้ความเคารพในตัวโซลซาร์อยู่ ชื่อเสียงความเป็นตำนานของเขายังสร้างความเกรงใจให้บรรดาเพื่อน ๆ ที่หันไปเป็นนักวิจารณ์ไม่ได้ออกมาวิจารณ์เขามากนัก และนั่นก็ทำให้เขายังรอดพ้นจากการโดนปลดแม้เพิ่งทำผลงานสุดแย่ในการเจอกับหงส์แดงก็ตาม

แต่นั่นแหละแม้จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้บริหาร แต่เสียงโห่ร้องในสนามที่เริ่มดังขึ้น ๆ การที่แฟนบอลออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก และพากันพาเหรดออกในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม สีหน้าท่าทาง ความหมดหวังของผู้เล่น อาการของท่านเซอร์ที่เข้ามาดูเกม ต่างแสดงออกชัดเจนว่าแมนยูต้องการการเปลี่ยนแปลง

จนถึงตอนนี้โซล์ซาร์ยังไม่ถูกปลด แต่ก็ไม่แน่ว่าวันสองวันนี้ เขาจะไม่ถูกปลด และหากโชคดีเขาอาจถูกปลดในเกมอื่นที่ไม่ใช่เกมนี้ก็เป็นได้