วิเคราะห์ลูกหนัง กลเกมสัญญาซาลาห์ คุ้มหรือไม่ที่จะเสี่ยง

ภายใต้สถานการณ์ที่หงส์แดงกำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่ในขณะนี้กลับมี 1 เรื่องที่ยังรบกวนจิตใจของแฟนบอลและสโมสร นั่นคือประเด็นเรื่องสัญญาของซาลาห์ นักเตะที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในโลก ณ เวลานี้ และอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่สโมสรลิเวอร์พูลเคยมีมาในยุคพรีเมียร์ลีกก็เป็นได้ เมื่อเทียบผลงานกันนัดต่อนัด

ตอนนี้กระแสมันไปในทิศทางที่ว่า ซาลาห์ขอมาเท่าไหร่ก็จ่ายไปเถอะ ยิ่งซาลาห์ทำประตูได้ในแต่ละเกม ความกดดันเหล่านี้มันก็ถาโถมเข้าใส่ทีมบริหารของสโมสรทันที เหตุใดการเซ็นต์สัญญานักเตะที่มีใจจะอยู่กับสโมสรอยู่แล้ว อย่างซาลาห์จึงชะงัก ขณะที่นักเตะคนสำคัญอื่น ๆ ต่างก็ได้รับสัญญาใหม่กันเรียบเร้อยแล้ว นี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่อาจจะมีส่วนกับการเซ็นต์สัญญาซาลาห์ในครั้งนี้ว่าจะลุล่วงไปด้วยดีหรือไม่

เอเยนท์ซาลาห์เดินเกมแปลกๆ

ประเด็นแรกที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ การเซ็นต์สัญญาครั้งนี้ของซาลาห์มันแตกต่างจากการเซ็นต์สัญญากับนักเตะคนอื่น ๆ ของทีมตรงที่เอเยนต์ของเขาเข้ามามีส่วนกับเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะการเดินสายให้ข่าวทำเรื่องให้เป็นข่าว ซึ่งอาจจะถูกตีความได้ว่า เป็นการกดดันสโมสรทางอ้อมโดยใช้สื่อในการกดดันหรือไม่

เรมี แอมบาส เอเยนต์ของซาลาห์มักจะแสดงตัวหรือสร้างความสนใจให้สื่อเอาไปตั้งประเด็นเสมอ ๆ ยกตัวอย่างเช่น การโพสต์รูปจุด (.) ลงในโซเซียลมีเดีย หลังซาลาห์โดนเปลี่ยนออกในเกมที่หงส์แดงแพ้เชลซีในแอนฟิลด์ 0-1 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่าน ที่หลายคนก็เอาไปตีความว่าหมายถึงอนาคตของซาลาห์ในถิ่นแอนฟิลด์จบลงแล้ว

หรืออย่างในเกมแรกของฤดูกาล ที่ลิเวอร์พูลชนะ นอริช แล้ว ซาลาห์​ ยิงประตูได้ด้วย รามี อับบาสก็ทวิตข้อความว่า “I hope they’re watching.” แน่นอนว่า They ในที่นี้ตีความกันได้เพียงสถานเดียวคือ FSG เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล ที่มีส่วนสำคัญในการต่อหรือไม่ต่อสัญญานักเตะ

อย่างไรก็ตามเรื่องเอเยนต์นี้เป็นเพียงการคาดเดาของผม แน่นอนว่าเขาย่อมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้นักเตะของเขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เพียงแต่บ่อยครั้งเราจะเห็นว่าสโมสรลิเวอร์พูลจะไม่ค่อยชอบให้เอเยนต์มามีอิทธิพลหรือบทบาทมากนักในการกดดันสโมสร และนี่อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราจะเห็นการใช้สื่อกดดันกันไปมาทั้งจากฝั่งสโมสรและเอเยนต์

เพดานค่าจ้าง

ซาลาห์เมื่อแรกเข้ามาเขารับค่าเหนื่อยกับหงส์แดง 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงของเขาในปีแรก ทำให้ปีถัดมาสโมสรตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่จากสิ้นสุดปี 2022 เป็น 2023 และเพิ่มค่าเหนื่อยให้เท่าตัวคือ 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์

ค่าจ้าง 2 แสนปอนด์ของซาลาห์เป็นรองเพียงแค่ฟานไดจ์คที่เพิ่งจรดปากกาเซ็นต์ไปด้วยค่าจ้าง 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ที่เพิ่งจรดสัญญากันไปไม่มีใครได้แตะหลักสองแสนเลย อย่างอลิสซงก็เพิ่มมาเป็นแสนห้า ฟีร์มิโน่แสนแปด หรืออย่างมาเน่ตอนนี้ก็รับแค่ 1 แสนปอนด์เท่านั้น น้อยกว่าซาลาห์เท่าตัว

ฟานไดจ์คนักเตะค่าเหนื่อยสูงสุดของทีม

ดังนั้นสมมติว่ามีการต่อสัญญาซาลาห์แล้วเพิ่มค่าเหนื่อยให้เป็นสามแสนห้าหรือห้าแสนจริง มันจะเป็นการทำลายเพดานนักเตะของหงส์แดงทันที และแน่นอนว่ามันย่อมจะสร้างความไม่พอใจให้กับนักเตะที่เพิ่งต่อสัญญาไปว่าทำไมค่าจ้างของพวกเขาถึงได้ห่างชั้นกับซาลาห์ขนาดนี้ทั้งที่ฟุตบอลนั้นเล่นเป็นทีม

ขณะนี้ FSG แบกรับภาระเฉพาะค่าจ้างของนักเตะรวมแล้วประมาณ 140 ล้านปอนด์ต่อปี เงินไทยก็ราว หกพันห้าร้อยล้านบาท ซึ่งเป็นภาระที่หนักเหมือนกันเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันที่รายได้ของสโมสรไม่ได้โตไปตามผลงานในสนาม

มาเน่ยังรับแค่ 1 แสนปอน์ดต่อสัปดาห์

สิ่งสำคัญที่สุดเลยหากสโมสรยอมให้ซาลาห์ทำลายเพดานค่าจ้างเกินหลัก 3 แสนปอนด์ นี่จะกลายเป็นมาตรฐานเพดานค่าเหนื่อยที่หงส์แดงต้องแบกรับไปตลอดในอนาคต ยามที่ต้องเซ็นต์สัญญานักเตะใหม่ เช่นตอนเราเซ็นต์ติอาโกเข้ามาก็ต้องให้ค่าจ้างในระดับเดียวกับซาลาห์คือ 2 แสนปอนด์ ดังนั้นนักเตะในอนาคตของหงส์แดงก็จะต้องมีค่าจ้างสามแสนปอนด์เป็นเรื่องปกติ นี่จึงเป็นปัญหาหลักของการจะขยายสัญญารอบนี้

เหลือแค่รายละเอียดเท่านั้น

จีนีหนึ่งนักเตะที่หงส์เสียไปฟรีๆ

ตอนนี้สื่อหลักที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือในอังกฤษต่างนำเสนอว่า FSG ต้องการต่อสัญญากับ ซาลาห์ ไปอีก 2 ปีจาก สัญญาเดิม 2023 เท่ากับอายุสัญญาจะหมดลง 30มิ.ย. 2025 โดยค่าจ้างน่าจะมากกว่าสัญญาฉบับเดิมไม่เกิน 25% เท่ากับว่า ซาลาห์ จะได้ประมาณ £250,000  ต่อสัปดาห์ (12ล้านบาทโดยประมาณ)

หลายสื่อวิเคราะห์โดยเอาข้อเสนอนี้มาจับและมองว่าซาลาห์และเอเยนต์ยังไม่พอใจกับข้อเสนอของทางสโมสร ใน 2 ประเด็นใหญ่ ๆ คือ เรื่องค่าเหนื่อย อย่างที่บอกไปในข้อสอง และอีกหนึ่งประเด็นคือ เรื่องอายุของสัญญาที่ทางซาลาห์อยากได้ 3-4 ปี

นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดของ  “บันทึกแนบท้ายสัญญา” เช่น โบนัสแชมป์, เงินตอบแทนการอยู่ครบสัญญา(loyalty fees) โบนัสยิงประตู, แอสซิสต์ และอะไรก็ตามที่ ผู้จัดการส่วนตัวมองว่าเป็นเงินให้นักเตะ เขาจะร่างใส่ไว้ในบันทึกแนบท้ายของสัญญา ซึ่งรายละเอียดจุกจิกตรงนี้ยังไม่สามารถหาข้อยุติกันได้

หากมองแบบนี้เราก็พอจะเดาสถานการณ์ที่มันยืดเยื้อได้ว่ามาจาก 2 สาเหตุสำคัญคือ ค่าจ้างตอนนี้ไม่เป็นที่พอใจของเอเยนต์และนักเตะ และระยะเวลาของสัญญารวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยยังไม่สามารถหาข้อยุติตกลงกันได้

ข้อได้เปรียบของสโมสร

ตอนนี้หากเอาแค่เรื่องของเอกสารสัญญาล้วน ๆ ต้องบอกว่า FSG ได้เปรียบทางฝั่งนักเตะอยู่หลายประการ ประการแรกคือเรื่องของเพดานค่าจ้างที่เป็นเหมือนพื้นที่ศักดิ์ของสโมสรที่เชื่อว่าน่าจะยังไม่พร้อมที่จะดันเพดานค่าเหนื่อยนักเตะให้เกิน 3 แสนปอนด์เป็นแน่

ต่อเนื่องจากเพดานค่าเหนื่อย ข้อได้เปรียบที่สองคือ สัญญาของซาลาห์กับสโมสรยังมีอยู่จนถึง 2023 เกือบ ๆ 2 ปี ยังมีเวลาให้สโมสรตัดสินใจอีกเพียบ หากมองในแง่ธุรกิจพวกเขายังสามารถตั้งราคาขายซาลาห์ได้ และด้วยฟอร์มขนาดนี้ราคาขายก็น่าจะไม่ต่ำกว่าที่ซื้อมาแน่นอน

คลอปป์ยังไม่แสดงท่าทีต่อสัญญาของซาลาห์

ปัจจัยสำคัญจริง ๆ คืออายุของซาลาห์ที่ 29 ปีกำลังจะแตะ 30 แล้วนั้น ทำให้สัญญาระยะยาวและการลงทุนทำลายเพดานค่าจ้างนักเตะของสโมสรดูจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างเสี่ยงพอสมควรกับเสถียรภาพทางการเงินของสโมสร สโมสรมองว่าท้ายที่สุดหากต้องใช้งานซาลาห์จนหมดสัญญา ก็ยังอาจจะคุ้มกว่า

เรื่องนี้ผมขอยกความเห็นของ จอห์น บาร์นส์ เกี่ยวกับการต่อสัญญาฉบับของ โม ซาลาห์ ซึ่งเป็นความเห็นที่น่านำมาขบคิดมาก ๆ โดยเขาอยากให้สโมสรตัดสินใจดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

“ตอนนี้เขาเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เขาน่าจะมีฟอร์มแบบนี้ต่อไปอีกสองสามเดือน ลิเวอร์พูล มีสัญญากับเขาอีกสองปี ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาคือมันเป็นสถานการณ์เดียวกับ จินี่ ไวจ์นัลดุม เขาเหลือสัญญาอีกสองปี และหากเขาต้องการสัญญาห้าปี เขาก็จะมีอายุ 34 ปี ซึ่งเขาไม่น่าจะมีคุณค่าแล้วในตอนนั้น”

“หากคุณทำให้ ซาลาห์ ได้ค่าแรงสูงที่สุดในโลก และเมื่อเขามีอายุ 33 ปี ไม่ได้อยู่ในทีมเพราะเขาไม่ฟิต หรือว่าแก่ไปแล้ว เขาก็จะรับเงินก้อนใหญ่ แล้วคุณจะทำยังไงกับนักเตะคนอื่น ๆ”

ข้อได้เปรียบของซาลาห์

แน่นอนว่าสำหรับซาลาห์ข้อได้เปรียบเดียวของเขาในตอนนี้คือผลงานในสนาม เราลองมองกลับมุมกันหากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับซาลาห์เมื่อฤดูกาลก่อนที่ทำประตูไม่ค่อยได้ มีข่าวว่าอยากย้ายอยู่บ่อย ๆ กระแสของแฟนบอลคงเทไปทางเห็นใจสโมสรมากกว่า แต่เพราะผลงานในสนามของเจ้าตัวในตอนนี้ ที่ทำให้แฟนบอลมองว่า เท่าไหร่ก็ให้ไปเถอะ

และผลงานในสนามนี่เองก็นำมาซึ่ง “มูลค่า” ที่ประเมินไม่ได้อีกหลายประการ ภาพลักษณ์สโมสรที่มีนักเตะอย่างซาลาห์กับไม่มีย่อมแตกต่างกัน การได้เห็นซาลาห์ในสนามกับไม่เห็นเขาในสนามก็ย่อมมีแรงดึงดูดต่อรายได้อื่น ๆ ของสโมสรที่จะตามมาอีกด้วย ยิ่งหากซาลาห์ทำผลงานได้ดีเท่าไหร่ ทำลายสถิติต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ คว้ารางวัลส่วนตัวมาเพิ่มเรื่อย ๆ มูลค่าเหล่านั้นก็จะเพิ่มเป็นเงาตามตัว หากมองว่าซาลาห์คือนักเตะที่เก่งที่สุดแห่งยุค ยิ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า มูลค่าเหล่านั้นจะมหาศาลขนาดไหน

เรื่องอายุของเขาที่หลายคนมองว่าเป็นข้อเสียเปรียบ แต่จริง ๆ แล้วหากเทียบกับเมสซี่หรือโรนัลโด้ นักเตะที่ทำผลงานดีต่อเนื่อง มีวินัยกับตัวเองขนาดนี้ อายุการใช้งานของพวกเขาอาจจะนานถึง 35 – 36 ปีเลยทีเดียว ดังนั้น หากลิเวอร์พูลไม่ต่อสัญญาซาลาห์ แล้วเกิดฟอร์มยังดีต่อเนื่องจนไปถึงช่วง 1 ปีสุดท้ายของสัญญา จะยิ่งเสียเปรียบ และจะต้องมานั่งเสียดายทีหลัง และการจะหานักเตะแบบซาลาห์ให้ได้สักคนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จากปรากฎการณ์ที่เขาสร้างไว้ ไม่รู้ว่าสโมสรจะหานักเตะแบบเขาได้อีกหรือไม่

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามในมุมของแฟนบอลเราก็หวังว่าสัญญาครั้งนี้จะลุล่วงไปด้วยดี