จากร่างทรงสู่ร่างทองและ 9 ความยอดเยี่ยมของซาลาห์กับลิเวอร์พูล

ต่อจากเรื่องเล่ากลเกมสัญญาซาลาห์ที่นำเสนอไปเมื่อวาน มันยังมีเรื่องค้างคาใจของผมและอีกหลายคนที่เราพูดคุยกัน ตอนนี้ ซาลาห์ อยู่จุดไหนของการค้าแข้ง และเขายังจะเก่งกว่านี้ได้อีกหรือไม่ สาเหตุที่เราพูดถึงเรื่องนี้กันเพราะมันโยงกับการต่อหรือไม่ต่อสัญญาโดยตรง หลายคนมองว่า สโมสรจะพิจารณาว่าจะอัพค่าจ้างซาลาห์แค่ไหน จุดสำคัญอยู่ที่การวิเคราะห์พัฒนาการของซาลาห์นี่แหละ

วันนี้เราก็เลยจะพามาย้อนดูพัฒนาการสำคัญของซาลาห์ที่ส่งให้เขากลายมาเป็นยอดนักเตะร่างทองเหมือนดังทุกวันนี้ ตั้งแต่เขายังเป็นดาวรุ่งสมัยค้าแข้งอยู่กับทีม El Mokawloon การได้มาร่วมทีมกับน้ามูและการพจญภัยในดินแดนมักกะโรนีที่มีส่วนอย่างมากในการก่อร่างสร้างความเป็นซาลาห์ นอกจากนั้นเราจะพาไปดู 9 ความยอดเยี่ยมของเขากับลิเวอร์พูล ซึ่งน่าจะทำให้หลายคนมองภาพชัดมากขึ้นว่าทำไมซาลาห์จึงยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสัญญาใหม่กับหงส์แดงได้

จากร่างทรงถึงร่างทอง

โม ซาลาห์ หรือชื่อเต็ม ๆ ของเขาว่า Mohamed Salah Ghaly เกิดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ปี 1992 เขาเริ่มเล่นฟุตบอลในฐานนักเตะอาชีพกับสโมสร El Mokawloon กับสโมสรแรกซาลาห์ได้ลงเล่นทั้งหมด 44 นัด ยิงไป 12 ประตู ต่อมาในฤดูกาล 2012-2013 ซาลาห์ในวัย 20 ปี ได้ย้ายไปร่วมทีม Basel ทีมดังในสวิตเซอร์แลนด์ ในสัญญา 4 ปี กับสโมสรใหม่ซาลาห์ ก็เบิกสกอร์ได้ในนัดเปิดตัวเลยทันทีในนัดกระชับมิตร

เกมที่เป็นจุดเปลี่ยนของซาลาห์ก็คือนัดที่ทีมออกไปเยือนเซลซี สโมสรชื่อดังจากอังกฤษในรายการ UCL และซาลาห์ก็แผลงฤทธิ์ ด้วยการยิงประตูใส่เซลซี ฟอร์มของเขาเข้าตามูริญโญ่นายใหญ่ของเชลซีขณะนั้น นั่นทำให้ฤดูกาลต่อมาเขาถูกเซลซีดึงตัวมาร่วมทีมทันที ฟอร์มของซาลาห์กับสโมสรบาเซิลนั้นเขาได้ลงเล่นทั้งหมด 79 นัด ยิงได้ 20 ประตู

และแล้วในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปี 2014 เซลซีก็จัดการกระชากตัวซาลาห์มาจากบาเซิลได้สำเร็จ ด้วยค่าตัว 11 ล้านยูโร ซึ่งเขากลายเป็นผู้เล่นชาวอียิปต์คนแรกของสโมสรเซลซี ในฤดูกาล 2014-2015 ซาลาห์ก็เปลี่ยนเบอร์เสื้อจากหมายเลข 15 มาเป็น 17 แทนที่ของอาซาร์ ซึ่งเปลี่ยนไปสวมเบอร์ 10 กับสโมสรเซลชี

อย่างไรก็ตาม ซาลาห์ในวัย 20 ต้น ๆ เขายังเป็นดาวรุ่งที่ไม่มีที่ยืนในทีมใหญ่อย่างเชลซี ทำให้ซาลาห์ได้ลงเล่นทั้งหมดแค่ 19 นัด และทำประตูได้เพียง 2 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้ ฟิออเรนตินา สโมรสรจากอิตตาลียืมตัวไปใช้งานในครึ่งฤดูกาลหลัง

มีการเปิดเผยว่า การปล่อยตัวยืมซาลาห์เป็นเงื่อนไขหนึ่งในการที่เซลซีจะซื้อตัว Juan Cuadrado ของม่วงมหากาฬ ที่นี่แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ซาลาห์ก็ลงไปทั้งหมด 26 นัดทำไปได้ 9 ประตูกับทีมฟิออฯ ฟอร์มของซาลาห์ในอิตาลีเข้าตาสโมสรโรมา ขณะที่กับเชลซีต้นสังกัดยังไม่มีวี่แววว่าเขาจะได้โอกาส ทำให้สุดท้ายเชลซีก็ตอบรับข้อเสนอขอยืมตัวซาลาห์ของโรมา เป็นเงิน 5 ล้านยูโร

ณ สโมสรแห่งนี้เองที่ซาลาห์เหมือนได้เกิดใหม่ ประสบการณ์หลายปีในลีกที่ว่ากันว่าเล่นเกมรับได้เหนียวแน่นที่สุด ก่อร่างให้ซาลาห์มีทักษะการดวลกับคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม เขาเล่นกับโรมาถึงสองฤดูกาล ลงเล่นไปทั้งหมด 83 เกม ยิงได้ถึง 34 ประตู ทั้งที่ไม่ได้เป็นกองหน้า จากดางรุ่งที่หาที่ยืนไม่ได้ในทีมเชลซี ซาลาห์มุ่งมั่นพัฒนาฝีเท้าตัวเองจนสามารถสร้างที่ยืนของตัวเองสำเร็จกับโรมา แต่นั่นยังไม่ใช่จุดที่ดีที่สุดของเขา

ภาพจำของซาลาห์สำหรับคอบอลพรีเมียร์ลีกอาจจะเป็นแค่นักเตะโนเนมที่เชลซีซื้อมาแล้วล้มเหลว หรือบางทีเขาอาจจะไม่มีพื้นที่ในความทรงจำของใครเลยก็ได้ ณ เวลานั้น จนกระทั่งสโมสรลิเวอร์พูลภายใต้การนำของคลอปป์ ทำสิ่งที่หลายคนอดหัวเราะไม่ได้ในยามนั้น ด้วยการทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรเพื่อซื้อตัวนักเตะร่างเล็กที่เคยล้มเหลวกับเชลซีเข้ามาด้วยค่าตัวสูงถึง 39 ล้านปอนด์

ณ สโมสรแห่งนี้กับค่าตัวสถิติสโมสร เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในช่วงตลาดซื้อขายว่า นี่จะเป็นการซื้อตัวที่ผิดพลาดมหันต์ของสโมสร ก่อนที่เพียงนัดแรกซาลาห์ก็อุดเสียงวิจารณ์เหล่านั้นลงได้ด้วยการทำประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงเล่นให้กับหงส์แดง และจบซีซั่นนั้นด้วยการทำลายสถิติยอดยาวยิงของพรีเมียร์ลีกทันที พร้อมกับสร้างปรากฎการณ์และสถิติอีกมากมาย

หลังจากที่ซาลาห์ทำผลงานได้ระเบิดเทิดเทิงในปีแรก เขาเองก็ยังเผชิญกับการดูหมิ่นเสมอมา เช่น ปีแรกก็แบบนี้แหละ และแม้เขาจะลบคำวิจารณ์เรื่องผลงานด้วยการยิงประตูเป็นกอบเป็นกำพาทีมคว้าแชมป์ UCL สมัยที่ 6 และแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี

9 ความสุดยอดของซาลาห์กับหงส์แดง

มาถึงทุกวันนี้เราต่างรู้กันว่าซาลาห์นั้นเก่งแค่ไหน ยิ่งในฤดูกาลนี้ที่เขาทำผลงานโคตรปังกับหงส์แดง ทำประตูสวย ๆ ด้วยสไตล์การเล่นที่นิ่งขึ้น เก๋าขึ้น ทำให้เขาถูกยกให้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก ณ เวลานี้แทนที่โด้กับเมสซี่เรียบร้อยแล้ว หากจะสรุปความยอดเยี่ยมของซาลาห์กับหงส์แดง เราอาจจะสรุปได้จากผลงานความยอดเยี่ยมทั้ง 9 ของเขาที่ทำไว้กับลิเวอร์พูล

ความยอดเยี่ยมแรก เพียงปีแรกที่เข้าก้าวกลับมาเหยียบพรีเมียร์ลีกอีกครั้งเขาก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้หงส์แดงและพรีเมียร์ลีกทันทีด้วยการทำสถิติเป็นนักเตะที่ทำประตูต่อฤดูกาลมากที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีกที่เตะกัน 38 เกม เอาชนะหลุยส์ ซัวเรส คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และอลัน เชียร์เรอร์ ที่เคยทำไว้เท่ากันที่ 31 ประตู

ประการที่สองต่อเนื่องจากผลงานการถล่มประตูปีแรกของเขาทำให้เขากลายเป็นนักเตะแอฟริกันคนแรกในพรีเมียร์ลีกที่สามารถทำประตูได้ 30 ประตูใน 1 ฤดูกาล ประการที่สามเขาเป็นนักเตะหงส์แดงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถทำประตูได้แตะหลัก 20 ลูก ในสามฤดูกาล น่าเสียดายที่ปี 2019-2020 เขาทำได้แค่ 19 ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ทำ 20 ประตูติดต่อกัน 4 ฤดูกาล

ประการที่สี่ เขาเป็นนักเตะหงส์แดงที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกเมื่อลงเล่นครบ 100 เกมกับทีม ที่ 70 ประตู เอาชนะตอเรส ที่ทำไป 63 ประตู และเป็นรองเพียงแค่เชียร์เรอร์ที่ทำไป 79 ประตูคนเดียวเท่านั้น และหากรับรวมทุกยุคสมัยของสโมสรเขาเป็นรองแค่ตำนานดาวยิงของทีมอย่าง โรเจอร์ ฮันต์ คนเดียวเท่านั้นที่ทำไป 72 ประตู

ประการที่ห้า นี่อาจจะเป็นสถิติที่หลายคนยังไม่เคยรู้หรือสนใจ คือซาลาห์เป็นนักเตะเพียง 1 ใน 2 คนของประวัติศาสต์ UCL รอบรองชนะเลิศเท่านั้นที่สามารถยิง 2 ประตูและแอสซิสต์ 2 ลูกในเกมเดียวกันคือเกมที่หงส์แดงเปิดบ้านชนะโรม่า 5-2

ประการที่หกต่อเนื่องจากผลงาน UCL ซาลาห์สร้างสถิติเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมใน UCL ด้วยการทำไปแล้ว 31 ประตู แซงหน้าสตีเว่น เจอร์ราร์ดที่ทำไป 30 ประตูได้สำเร็จ และแน่นอนว่าสถิตินี้ยังไม่นิ่ง เพราะเขายังจะได้ลงเล่นอีกหลายเกมแน่นอน

ประการที่เจ็ดเขาเป็นนักเตะหงส์แดงที่ทำประตูครบ 100 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้เร็วที่สุด มีเพียงนักเตะ 4 คนในยุคพรีเมียร์ลีกที่ทำได้เร็วกว่าเขาคือ เชียร์เรอร์ เคน อเกวโร และอองรี ประการที่แปด แน่นอนว่าการถล่มประตูขนาดนี้ย่อมทำให้เขากลายเป็นนักเตะแอฟริกันที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกไปแซงหน้าดรอกบาที่ครองสถิตินี้มานาน

ประการสุดท้ายที่น่าจะทำให้หลายคนเห็นภาพว่าทำไมเขาจึงถูกยกย่องว่าเก่งกว่าโรนัลโด้ คือ ผลงานกับลิเวอร์พูล 4 ปีของเขายอดเยี่ยมกว่าผลงาน 6 ปีของโรนัลโด้กับแมนยู โดย 6 ปีที่โรงละครแห่งความฝัน หากวัดกันที่พรีเมียร์ลีกโรนัลโด้ทำไป 84 ประตูจาก 196 เกม แต่ซาลาห์ใช้เวลาเพียง 133 เกมในการทำประตูจำนวนเดียวกัน