เรื่องเล่าก่อนเกม: เปิด 4 ข้อดีหากหงส์แดงเปิดบ้านชนะตราหมี

เกมแชมเปียนส์ลีกนัดที่ 4 รอบแบ่งกลุ่มหงส์แดงจ่าฝูงของกลุ่มบี เปิดบ้านตอนรับการมาเยือนของทีมตราหมีแอตแลนติโก มาดริด ทีมคู่รักคู่แค้นของหงส์แดงในเวทียุโรปจากแดนกระทิงดุ วันนี้เราจะมานำเสนอ 5 ข้อดีหากหงส์แดงเปิดบ้านชนะตราหมีได้ในเกมนี้

ล้างตาแบบย้อนศรตราหมี

ในฤดูกาล 2019-2020 ลิเวอร์พูลทีมแชมป์เก่าจากฤดูกาลก่อนต้องมาโคจรพบกับทีมตราหมีตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และผลก็อย่างที่หลายคนทราบ ลิเวอร์พูลของคลอปป์ถูกทีมตราหมียัดเยียดความปราชัยให้ทั้งสองเกม โดยเกมแรกหงส์แดงบุกไปพ่ายถึงถิ่นตราหมี 1-0

แต่ที่เจ็บแสบที่สุดคงเป็นเกมที่สองที่เล่นในรังแอนฟิลด์ลิเวอร์พูลออกนำไปถึง 2-0 ในนาทีที่ 94 ในช่วงต่อเวลาพิเศษเนื่องจากในเกมหงส์แดงนำ 1-0 แต่สุดท้ายมาโดนตราหมีรัวท้ายเกม 3 ลูกรวด ผลักหงส์แดงตกจากหุบเหวทั้งที่อีกไม่กี่อึดใจพวกเขาจะผ่านเข้ารอบแล้ว ทำให้แชมป์เก่ากลับบ้านตั้งแต่ไก่โห่

มาปีนี้พวกเขาต้องมาพบกันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเป็นรอบที่ต้องแข่งแบบเหย้าเยือนเหมือนกัน เกมที่แล้วหงส์แดงออกไปเยือนและออกนำไปก่อนอย่างรวดเร็วถึง 0-2 ในเวลาแค่ 13 นาที ก่อนที่จะโดนทีเด็ดของตราหมีเอาคืน 2 ประตูได้ทันควัน แถมยังออกสตาร์ทครึ่งหลังได้ดีกว่าหงส์แดง ก่อนที่กรีสมันจะโดนใบแดงและหงส์แดงมาทำประตูชัยได้ในช่วงท้ายเกม

แค้นแรกกับการบุกอัดเจ้าถิ่นนั้นถูกถอนแล้ว แน่นอนว่าเกมที่กลับมาเล่นในบ้านนั้นจะเป็นการล้างตาแบบย้อนศรตราหมีแบบหมดจด หากหงส์แดงเปิดรังชนะตราหมีได้ อ่อหากตอนจบเกมคลอปป์วิ่งเข้าอุโมงค์ทันทีโดยไม่จับมือกับซิมิโอเน่ ก็จะเป็นการเอาคืนที่เจ็บแสบน่าดู

ชัยชนะ 4 เกมติด

คลอปป์พาหงส์แดงมาเล่นในเวทีนี้ตั้งแต่ฤดูกาล 2017-2018 รวมกับฤดูกาลนี้ก็เป็นการเล่นรอบแบ่งกลุ่มปาเข้าไปปีที่ 5 แล้ว โดยก่อนหน้านั้นลิเวอร์พูลของคลอปป์ไม่เคยชนะในรายการนี้ในรอบแบ่งกลุ่มแบบ 4 เกมติดต่อกันได้เลย อย่างดีที่ทำได้คือหงส์แดงสามารถชนะติดต่อกันได้ 3 เกมคือ เกมที่ 2-3-4 ในปี 2019-2020 และ เกมที่ 1-2-3 เมื่อปีที่ผ่านมา

อันที่จริงคลอปป์เคยพาทีมชนะ 4 เกมติดในรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว 1 ครั้งคือสมัยที่คุมดอร์มมุนด์เมื่อฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เขาพาทีมเล่น  UCL ก่อนมาคุมหงส์แดง ดังนั้นปีนี้จึงเป็นอีก 1 ปีที่คลอปป์มีโอกาสทำมันได้อีกครั้งกับหงส์แดง ขอเพียงเปิดบ้านเอาชนะตราหมีได้

เข้ารอบแบบ 100 %

สถานการณ์ในกลุ่มบีตอนนี้ หงส์แดงนำเป็นจ่าฝูงที่ 9 คะแนน ตามมาด้วยแอตแลนติโกมาดริดและปอร์โตทีมละ 4 แต้ม หากลิเวอร์พูลชนะเกมนี้ได้ พวกเขาจะเก็บได้ 12 แต้มเต็ม หลังผ่านไป 4 เกม และจะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอย่างแน่นอน โดยหากปอร์โตไม่ชนะเอซีมิลาน หงส์แดงก็จะเข้ารอบเป็นอันดับ 1 แน่นอนตั้งแต่เกมที่ 4

สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับทีมของคลอปป์ ในรอบแบ่งกลุ่มแทยทุกปีทีมของเขาต้องดิ้นรนเก็บแต้มจนนัดสุดท้ายแทบจะทุกปีดีดัก ปีนี้จับมาอยู่กลุ่มแห่งความตาย แต่กลับทำผลงานได้น่าประทับ โอกาสเข้ารอบตั้งแต่หันวันมีมาก และหากชะนเกมนี้หงส์แดงก็จะเป็นทีมที่สามต่อจากบาเยิร์นและยูเวนตุสที่เก็บ 12 แต้มเต็มจาก 4 เกมแรกของปีนี้ได้ (อีกทีมที่มีโอกาสคือ อาแจกซ์)

สร้างขวัญกำลังใจก่อนเกมฟรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูลเพิ่งจะเสียขวัญกับเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดที่โดนไบร์ทตันไล่ตีเสมออย่างเจ็บแสบทั้งที่ออกนำก่อน 2-0 ที่สำคัญมันคือเกมในแอนฟิลด์เหมือนกัน ผลจากการพลาด 3 แต้มเกมล่าสุดทำให้พวกเขาโดนเชลซีทิ้งไป 3 แต้มเต็มทันที ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่ได้เปรียบหงส์แดงไปแล้ว 1 เกมเต็ม

ชัยชนะเหนือตราหมีนัดนี้จึงสำคัญในแง่ของจิตวิทยา เพราะเป็นการเล่นในบ้าน 2 เกมติดต่อกัน หากพลาดท่าแพ้หรือทำเสียขวัญกันขึ้นมาอีก เชื่อว่าจะส่งผลต่อสภาพความมั่นใจของนักเตะหงส์แดงที่กำลังมาดีในปีนี้ไม่มากก็น้อย

ยิ่งเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้พวกเราต้องออกไปเยือนทีมที่ฟอร์มร้อนแรงอย่างเวสต์แฮมที่ชนะในลีกมา 3 เกมติดต่อกัน จนพวกเขาสามารถทะยานขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 เรียบร้อยแล้ว ด้วยการมี 20 แต้มเท่ากับทีมเงินถังอย่างแมนซิตีฯ และทิ้งทีมเงินถุงอย่างแมนยูฯ ไป 3 แต้ม

ประเด็นสำคัญคือ พวกเขามีแต้มตามหลังหงส์แดงเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น นั่นคือแรงผลักดันให้พวกเขาจะเล่นกับเราเต็มที่ขนาดไหน หากชนะเราได้พวกเขาจะแซงเราขึ้นไปเป็นอันดับสองหรือสามทันที นี่คือความกดดันที่หงส์แดงจะต้องมีกำลังใจและความเชื่อมั่นอย่างสูงสุดในการไปเยือนทีมอย่างเวสต์แฮมในเวลานี้

แน่นอนว่าชัยชนะในเกมตราหมีนั้นจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเตะหงส์แดงอีกครั้ง เหมือนในเกมแรกที่หงส์แดงชนะตราหมีก่อนออกไปถล่มคู่แค้นอย่างแมนยูฯคาถิ่น 0-5 ลิเวอร์พูลต้องการโมเนมท์นั้นกลับมาอีกครั้ง เพื่อใช้กับเวสต์แฮม เหนือสิ่งอื่นใด การชนะตราหมีต้องมาพร้อมกับการถนอมพละกำลังของทีมด้วย