เรื่องเล่าก่อนเกม: 4 ประเด็นน่าสนใจก่อนเกมหงส์แดงเปิดรังรับอาร์เซนอล

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดที่ 12 กลับมาเริ่มแข่งกันอีกครั้งหลังปิดแบรคทีมชาติไป 2 อาทิตย์ สถานการณ์ในลีกตอนนี้นั้นถือว่าเข้มข้นทุกส่วนของตารางคะแนน ทั้งกลุ่มผู้นำที่ต้องเฉือดเฉือนเบียดแย่งคะแนนกันสุดฤทธิ์

และเกมบิ๊กแมชท์ของอาทิตย์นี้ก็คือเกมที่ลิเวอร์พูลจะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมที่กำลังร้อนแรงสุดขีดอย่างอาร์เซนอลของกุนซือไฟแรงอย่างอาร์เตตา เกมนี้มีประเด็นให้ติดตามกันมากมายโดนเฉพาะทางฝั่งของเจ้าบ้านหงส์แดง เราคัดมาเล่าให้ฟังกัน 5 เรื่องที่น่าสนใจ

เกมรับหงส์แดงน่าเป็นห่วง

เกมรับของลิเวอร์พูลในช่วงหลังเริ่มเป็นที่วิจารณ์ว่าไม่ได้เหนียวแน่นเหมือนเดิม แม้จะได้ฟานไดจ์คกลับมายืนประจำการแล้วก็ตามแถมประกบด้วยตัวประสบการณ์สูงอย่างมาติปและหน้าใหม่ไฟแรงอย่างโกนาเต้ ก็ยังไม่ได้ทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นแต่อย่างใด

แม้จะถล่มประตูเป็นอันดับ 1 ของลีก แต่เกมรับก็เสียไปถึง 11 ประตู ที่สำคัญการเสียประตูของหงส์แดงมักจะเสียแบบเยอะ ๆ ต่อเกม เช่น เสียสามประตูให้เบรนท์ฟอร์ดกับเวสต์แฮม เสียสองประตูให้ไบร์ทตันกับแมนซิตี อันแสดงให้เห็นถึงความไม่ต่อเนื่อง และเข้มข้นของเกมรับ

การขาดหายไปของไวนาดุมมิดฟิลด์ห้องเครื่องตัวควบคุมเกมคนสำคัญส่งผลต่อเกมแดนกลางอย่างชัดเจน ยิ่งหงส์แดงมาประสบปัญหานักเตะแดนกลางทยอยเจ็บ ไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอก็ยิ่งทำให้แดนกลางที่เป็นเหมือนฝายชะลอน้ำ ทำงานไม่เต็มที่ บ่อยครั้งน้ำจึงทะลักเข้าท่วมจนกองหลังเราเอาไม่อยู่

ประเด็นสำคัญที่หลายคนจับตามองคือ แนวรับของหงส์แดงเริ่มมีความผิดพลาดส่วนบุคคลให้เห็นโดยเฉพาะกับฟานไดจ์คและอลิสซงสองคนที่เป็นเดอะแบกของทีมเองก็มีจังหวะที่พลาดและไม่เนี๊ยบให้เห็นมากขึ้น เรียกว่านาทีนี้เกมรับของหงส์แดงเหมือนมีแผลเปิดที่อาจจะไม่ใหญ่ แต่หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจกลายเป็นแผลเหวอะหวะบานปลาย

ความน่ากลัวของอาร์เซนอล

อาร์เซนอลของอาร์เตตาอาจไม่ใช่ทีมที่มีเกมรุกดุดัน น่ากลัวอะไรมาก พวกเขาทำประตูไปเพียง 13 ประตูเท่านั้นเมื่อเทียบกับหงส์แดงที่ทำไป 31 ประตู ปืนใหญ่ทำประตูได้น้อยกว่าวิลล่าอันดับ 16 เสียอีก และอันที่จริงเกมรับก็ไม่ได้เหนียวแน่นไปกว่าหงส์แดงเพราะเสียไปแล้ว 13 ประตู มากกว่าหงส์แดง 2 ประตู

การทำประตูได้แค่ 13 ประตู และเสียประตูถึง 13 ประตู ทำให้ประตูได้เสียของอาร์เซนอลคือ 0 ผลต่างน้อยกว่าพาเลสทีมที่อันดับต่ำกว่าพวกเขาถึงเท่าตัว แต่อันดับในตารางตอนนี้ปรากฏว่าทีมของอดีตกองกลางจอมเทคนิกอย่างอาร์เตตากลับมี 20 แต้มอยู่อันดับที่ 5 นำแมนยูอยู่ 3 แต้ม และที่สำคัญคือตามหงส์แดงแค่ 2 แต้มเท่านั้น

อะไรคือความน่ากลัวของอาร์เซนอลชุดนี้ ที่ออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการแพ้รวด 3 เกม โดยยิงไป 9 ประตู แถมยิงคืนไม่ได้สักประตูในสามเกมนั้น หนึ่งในนั้นคือการแพ้เปิดหัวให้กับน้องใหม่เบรนท์ฟอร์ดและแพ้แมนซิตียับเยินถึง 5-0 แต่หลังจากนั้นอีก 8 เกมอาร์เซนอลชนะถึง 6 และหลุดเสมอแค่ 2 ครั้ง ซึ่งหากนับแค่ 8 เกมหลังสุดพวกเขาคือทีมที่เก็บแต้มได้มากที่สุดในลีกคือ 20 แต้ม มากกว่าเชลซี (19) แมนซิตี (17) เวสต์แฮม (16) และหงส์แดง (15)

หากถอดรหัสออกมาทีมของอาร์เตตาในช่วง 8 เกมหลังสุดคือพวกเขามีความสมดุลทั้งรับและรุก เป็นทีมที่แพ้ยากเสียประตูยาก อาร์เซนอลเป็นทีมที่รักษาสกอร์ได้ดี มีถึงสามเกมที่พวกเขาชนะคู่แข่งด้วยสกอร์ 1-0 และออกนำเร็วตั้งแต่ช่วง 30 นาทีหรือไม่เกิน 60 นาที พวกเขาสามารถทานแรงกดดันจากคู่ต่อสู้ได้

ผิดกับลิเวอร์พูลที่มักจะออกนำคู่แข่งก่อนแต่พลาดด้วยการโดนตีเสมอได้ ทั้งเกมกับเบรนท์ฟอร์ดที่นำ 3-2 โดนตีเสมอ 3-3 เกมกับไบร์ทตันที่นำก่อน 2-0 โดนตีเสมอ 2-2 และเกมกับซิตีที่นำก่อน 1-0 และ 2-1 สุดท้ายก็โดนตีเสมอ 2-2 เช่นกัน

นอกจากความสมดุลของเกมรับ รุก และเกมแดนกลางแล้ว ทีมของอาร์เตตายังประกอบไปด้วยบรรดาแข้งพลังหนุ่มที่พร้อมจะวิ่งทุ่มเทให้ทีมตลอด 90 นาที โดยนักเตะหลายคนเล่นด้วยกันมาตั้งแต่ชุดเยาวชนทั้งบูกาโย ซากา, เอมิล สมิธ โรว, ตราวาเรส ที่เล่นเป็นระบบเข้าขากัน

เกมนี้สำคัญกับหงส์แดงขนาดไหน

สองข้อแรกเป็นเรื่องเล่าหนัก ๆ แต่ก็ทำให้เห็นพัฒนาการและจุดที่ทั้งสองทีมยืนอยู่ หากว่ากันถึงสถานการณ์ตอนนี้ อาร์เซนอลของอาร์เตตามาเล่นที่แอนฟิลด์แบบไร้ความกดดัน ผลงาน 8 เกมที่ผ่านมาอนุญาตให้พวกเขาแพ้ได้ในเกมนี้ด้วยซ้ำแต่แน่นอนว่าพวกเขาย่อมหวังมากกว่านั้นแน่นอน

สวนทางกับลิเวอร์พูลที่เกมนี้พวกเขาได้รับแรงกดดันเต็ม ๆ แทบจะไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากต้องเก็บ 3 แต้มจากปืนใหญ่ให้ได้เท่านั้น หากยังหวังจะเกาะกลุ่มลุ้นแชมป์ เพราะหากหงส์แดงพลาดท่าแพ้ทีมพลังหนุ่มขึ้นมาสถานการณ์ในลีกจะเลวร้ายมาก

เพราะพวกเขาจะถูกอาร์เซนอลแซงขึ้นที่ 4 หลุดจากท็อปโฟร์ทันที แถมอาจจะถูกเชลซีทิ้งห่างไปมากถึง 9 แต้ม ซึ่งในทางพฤตินัยจะเป็นเรื่องยากมากที่หงส์แดงจะไล่ทันทีมอย่างเชลซี ไม่ใช่แค่นั้น แมนซิตีก็จะห่างพวกเขาไปอีก 3-4 แต้ม และที่เลวร้ายกว่าคือ หากแพ้ พวกเขาจะถูกกดดันจากทีมอันดับ 6-10 ทันที เพราะมีแต้มตามมาไม่ห่างนัก

สภาพความพร้อมของหงส์แดง

การเจออาร์เซนอลที่ว่าหนักแล้วยังไม่หนักเท่าสภาพทีมของหงส์แดงตอนนี้ที่แดนกลางป้อแป้มาก ลิเวอร์พูลมีนักเตะที่บาดเจ็บและลงไม่ได้แน่ ๆ คือ ฟีร์มิโน่ เกอิตา โจนส์ มิลเนอร์ โกเมส และที่ยังต้องเช็คความฟิตอีกคือ โอริกี้ เฮนโด้ และโรเบิร์ตสัน นี่ถ้านับรวมกับเอเลียตที่เจ็บยาวไปอีก หงส์แดงมีนักเตะที่เจ็บมากถึง 9 คน และ 5 คนเป็นนักเตะแดนกลาง

ทำให้หากต้องจัดตัวจริงแดนกลางลงเล่น อาจจะต้องเป็น ฟาบิญโญ่ ติอาโก และแชมเบอเลน ซึ่งต้องบอกว่าอาจจะเป็นงานหยาบของทีมก็ได้ แถมในแนวรุกการที่ทีมขาดฟีร์มิโนที่กำลังผลงานดี ก็ส่งผลกระทบมาก โดยเฉพาะสงผลต่อฟอร์มของซาลาห์ที่ไม่ทำประตูในลีกมาแล้ว 2 เกมติดหลังโชว์เทพแฮตทริกใส่แมนยูก่อนหน้านั้น หากนับรวมเกมกับตราหมีก็ 3 เกมเข้าแล้วที่เขาทำประตูไม่ได้

อย่างไรก็ตาม แม้อาร์เซนอลจะฟอร์มร้อนแรงขนาดไหน และหงส์แดงจะฟอร์มออกทะเลไปบ้าง แต่จากสถิติการเปิดบ้านเจออาร์เซนอลในลีก 4 ปีหลังสุดในยุคของคลอปป์ หงส์แดงก็ผูกปีชนะขาด และไม่เคยยิงอาร์เซนอลในแอนฟิลด์ต่ำกว่า 3 ประตูเลยใน 4 ฤดูกาลหลังสุด ก็อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่แฟนหงส์แดงยังภาวนาว่าด้วยสถิติเหล่านี้บางทีทีมของอาร์เตตาอาจะแพ้ทางอะไรสักอย่างกับหงส์แดงก็เป็นได้