เรื่องเล่าก่อนเกม: ถ้าผมเป็นคลอปป์จะจัดทัพคืนนี้อย่างไรให้โดนใจเด็กหงส์

ศึกชิงเจ้ายุโรปสัปดาห์นี้หงส์แดงมีโปรแกรมเปิดบ้านรับการมาเยือนของยอดทีมแห่งแดนฝอยทองอย่าง ปอร์โต ทีมอันดับสองของตารางคะแนนที่กำลังลุ้นแย่งเข้ารอบต่อไปกับตราหมีและเอซี มิลาน โดยที่หงส์แดงนั้นผ่านเข้ารอบโดยการเป็นแชมป์กลุ่มเรียบร้อยแล้ว หลังจากการเอาชนะตราหมีได้ในเกมที่แล้ว

ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเกมนี้คลอปป์จะจัดทีมแบบโรเตชั่น และจะมีการพักตัวผู้เล่นคนสำคัญในหลายตำแหน่ง เพื่อออมแรงไว้สู้ศึกพรีเมียร์ลีกกับนักบุญในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นเกมที่มีความสำคัญมากเพราะหงส์แดงจะได้เตะก่อนทั้งแมนซิตี้และเชลซี

หากต้องมีการโรเตชั่นจริง ในฐานะแฟนบอลหงส์แดง ผมถามตัวเองว่าอยากให้คลอปป์จัดทัพอย่างไรในคืนนี้ ดังนั้นผมจึงสมมติตัวเองเป็นคลอปป์แล้วลองจัด 11 ตัวจริงที่จะสู้ศึกคืนนี้ แน่นอนว่ามันต้องเป็นการจัดตัวแบบที่ตั้งใจจะชนะไม่ใช่จัดแค่ให้ได้พักตัวหลัก และนี่คือ 11 ตัวจริงที่ผมคิดว่า เราจะสู้กับปอร์โต้ได้ และมีหวังถึงชนะแน่นอน

แนวรับ 5 คน

ฟานไดจ์คนักเตะค่าเหนื่อยสูงสุดของทีม

ผู้รักษาประตูผมอยากให้อลิสซงพักบ้าง หลังจากมีช่วงหนึ่งเสียกำลังใจไปเยอะ โดยเฉพาะเกมกับเวสต์แฮม แม้จะเพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาในเกมกับอาร์เซนอล แต่เกมที่มีการโรเตชั่นนักเตะหลายตำแหน่งแบบนี้ บางทีอาจจะมีการทำประตูกันมากมาย การให้โอกาสเคเลอร์เฮอร์ดูจะมีแต่ได้กับได้ทั้งอลิสซงที่ได้พัก และเคเลอร์เฮอร์ได้โอกาสลงเล่น

แบ็กซ้ายขวา ผมจะส่งท่านรองเจมส์ มิลเนอร์ลงเป็นแบ็คขวาแทนที่อาร์โนล์ด ที่แม้จะผลงานดีต่อเนื่อง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าปีนี้อาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อย โอกาสที่จะได้พักแบบนี้มีน้อย ฉะนั้น เกมนี้มิลเนอร์ จะลงมาเป็นขวัญกำลังใจให้น้อง ๆ ในทีม ส่วนแบ็คซ้ายนาทีนี้ก็ต้องซิมิกาส เพราะร้อบโบ้อาจจะยังไม่พร้อม ที่สำคัญคือฟอร์มเขากำลังดี ถ้าได้ลงต่อเนื่องจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้เจ้าตัว

คู่กองหลัง ผมอยากจะให้ฟานไดจ์คได้พักอีก เพราะแม้จะฟิตแต่เขาก็ยังไม่เต็มร้อย การได้พักสักเกมจะทำให้ร่างกายของเขาดูสดขึ้นเยอะ เช่นเดียวกับโจแอล มาติป คู่หูของเขาที่เพิ่งกลับมาลงตัวจริงได้ไม่นาน ก็ควรจะได้พักสักหน่อย แล้วจะส่งลงมายืดเส้นในช่วงท้ายเกม

คู่กองหลังเกมนี้ผมจะให้แนท ฟิลลิปป์ส ยืนคู่กับ อิบราฮเม โกนาเต โดยเฉพาะในรายของแนท เขาสมควรได้รับโอกาสลงเล่นบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อทำให้เขาเห็นว่าการอดทนรอโอกาสในทีมนั้นยังไม่ปิดประตูสำหรับเขา การมีโกนาเตที่เคยผ่านเวทียุโรปมาคอยช่วยกัน หยุดเกมรุกของปอร์โตที่ไม่ค่อยดุได้ หลังเพิ่งทำไปเพียง 3 ประตูในเวทีนี้

แดนกลาง 3 คน

กองกลางหงส์แดงช่วงนี้เริ่มทยอยกันกลับมาแล้ว หลายคนจึงต้องการลงสนามเพื่อเรียกความฟิต เกมนี้แดนกลางผมจึงอยากจะผสมตัวหลักลงเยอะหน่อย ตัวกลางยังให้ฟาบิญโญ่ ที่น่าจะช่วยชะลอเกมรุกของปอร์โตได้ ประกบข้างด้วยติอาโกกับเฮนเดอร์สัน ที่กลับมาลงสนามได้แล้วในเกมลีกล่าสุด

แต่แน่นอนว่า ไทเลอร์ มอตัน จะได้เป็นสำรองและจะได้โอกาสลงเล่นในครึ่งหลังแน่นอน เช่นเดียวกับแชมเบอร์เลนที่จะได้พักบ้างหลังลงเล่นต่อเนื่องมาสักพัก จะได้ลงมายืดเส้นยืดสายในช่วงท้ายเกม

3 เกมรุก

ซาลาห์ มาเน่ โจตา ทั้งสามคนจะได้พักในเกมนี้ และมีชื่อเป็นแค่สำรองเท่านั้น โดยผมจะส่งมินามิโนะกับโอริกีลงเป็นตัวหลักของทีม เพราะทั้งสองคนเล่นได้เข้าขารู้ใจกัน แถมยังทำผลงานได้น่าประทับใจต่อเนื่อง แม้จะได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองซะส่วนมากก็ตามที

อีกหนึ่งตำแหน่งคือตัวรุกด้านขวา ผมมจะเลือกให้เจ้าหนูเนโก วิลเลียมส์ ลงเล่นเป็นตัวรุก เพราะติดใจในฟอร์มการเล่นเกมลีกคัพกับเปรสตันในครึ่งหลังของเขาที่คลอปป์ดันให้เขาขึ้นมาเล่นเป็นตัวรุกริมเส้น ที่ใช้ความเร็วและการจ่ายบอลที่แม่นยำของเขาเล่นงานคู่ต่อสู้ได้ดี

แนวทางการเล่นหลัก

ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ที่หงส์แดงเข้ารอบเรียบร้อยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเร่งเกมหนักมาก ในทางตรงกันข้าม ปอร์โตที่กำลังลุ้นเข้ารอบต่อไปกับตราหมี ต้องการชัยชนะเกมนี้อย่างมาก พวกเขาจึงจัดเต็มกับหงส์แดงแน่นอน และน่าจะเป็นฝ่ายเดิมเกมบุกเข้าใส่หงส์แดงก่อน

ฉะนั้น การใส่กองกลางตัวเก๋าเกมทั้งสามลงคือกลยุทธ์เด่นของการจัดตัวในครั้งนี้ ทั้ง 3 คนเป็นนักเตะที่ออกบอลง่าย และมีทีเด็ดที่การจ่ายบอลให้เพื่อนได้แบบมีคุณภาพ ในการเล่นเกมสวนกลับเร็ว ซึ่งจะเป็นน่าที่ของสามแนวรุกที่จะช่วยกันปิดบัญชีเกมให้ได้

เรื่องน่าสนใจในเกมนี้

ลิเวอร์พูลของคลอปป์เพิ่งทำสถิติชนะ 4 เกมติดในรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นครั้งแรกในยุคของคลอปป์ และสามารถผ่านเข้ารอบได้หลังจบเกมที่ 4 เป็นครั้งแรกเช่นกัน เพราะก่อนหน้านั้นหงส์แดงต้องลุ้นจนนัดสุดท้ายแทบทุกปี

ในการพบกับปอร์โตนั้น ในยุคของคลอปป์มีโอกาสได้เจอกันในเวทียุโรปอย่างเป็นทางการมาแล้ว 5 เกม ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายชนะได้ถึง 4 เกมและเสมอไป 1 เกม ทำประตูไปได้ถึง 16 ประตู และเสียให้ปอร์โตไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น โดยมีนักเตะหงส์แดง 5 คนที่ทำประตูปอร์โต้ได้ คือ มาเน่และฟีร์มิโน่คนละ 5 ประตู ซาลาห์ 4 ประตู ฟานไดจ์คกับเกอิตาคนละ 1 ประตู