เกมรุกโดตรเดือด: 5 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมหงส์ถล่มนักบุญ

โรเตชั่นแผนเพื่ออนาคต

เกมนี้หงส์แดงของคลอปป์ยังคงใช้การโรเตชั่นหมุนเวียนนักเตะต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 6 ตำแหน่งจากเกมที่เอาชนะปอร์โต้ได้เมื่อกลางสัปดาห์ ได้บรรดานักเตะตัวหลักกลับมาลงสนามทั้ง อาร์โนล์ด โรเบิร์ตสัน ฟานไดจ์ค ฟาบิญโญ่ เฮนเดอร์สัน และ โจต้า ลงสนามกันพร้อมหน้า

แผนงานการโรเตชั่นของคลอปป์ เป็นแผนงานที่จะรองรับโปรแกรมการแข่งขันถี่ ๆ ในช่วงนี้และแน่นอนว่าเป็นการแผนเผื่อช่วง boxing day ช่วงปลายปีด้วย โดยหงส์แดงต้องในช่วง ต้นเดือนหน้า ลิเวอร์พูลต้องแข่ง 3 เกมใน 7 วัน และช่วง boxing day ที่เตะถี่ 5 เกมใน 10 วัน

ประเด็นสำคัญคือ การโรเตชั่นของหงส์แดงปีนี้ น่าจะเป็นปีแรก ๆ ในยุคของคลอปป์ที่เขามีขุมกำลังนักเตะไว้ผลัดเปลี่ยนกันเล่นแบบครบทุกตำแหน่ง ชนิดที่คุณภาพนักเตะดูไม่หนีกันมากนัก ตั้งแต่คู่เซ็นเตอร์ แบ็ก กองกลาง และแดนหน้า ที่มีนักเตะให้เลือกจับลงได้

อย่างเกมนี้หลังจากที่หงส์แดงนำห่าง 4-0 ตั้งแต่นาทีที่ 52 คลอปป์ก็เริ่มพักนักเตะและโรเตชั่นทันที โดยการเปลี่ยนเอาติอาโก เฮนโด สองกองกลางจอมเก๋าพัก แล้วส่งมิลเนอร์กับแชมเบอเลนลงมาเล่น จากนั้นนาทีที่ 81 ก็พักโจตาแล้วส่งมินามิโนะลงแทน ลิเวอร์พูลสามารถจัดทัพแบบเต็มที่ลงเล่นเกมลีกกับเอฟเวอร์ตันกับวูล์ฟ และสามารถพักนักเตะได้เต็มที่ในเกมUCL นัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มกับมิลาน เรียกว่าแทบจะไม่กดดันเรื่องการใช้งานนักเตะเลย

เกมรุกหงส์แดงสร้างประวัติศาสตร์

หลังลงเล่นไป 13 เกมลิเวอร์พูลทำไป 39 ประตู เท่ากับลิเวอร์พูลเฉลี่ยยิงประตูนัดละ 2.92 ลูก และสามารถทำประตูได้แบบไม่ต่ำกว่าสองลูกติดต่อกัน 17 เกมรวมทุกรายการ ซึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เคยมีทีมทำสถิติเอาไว้ 2+ ลูก 17 นัดรวดทุกรายการเหมือนกัน แต่ต้องย้อนไปปี 1927 หรือประมาณ 94 ปีที่แล้ว นั่นคือ ซันเดอร์แลนด์

เกมรุกของหงส์แดงปีนี้ถือว่าร้อนแรงสุด ๆ จากการประสานงานกันของ 3 ประสาน มาเน่ โจตา และซาลาห์ สามคนยิงรวมกันไป 25 ลูกในลีก จาก 39 ลูกที่หงส์แดงทำได้ ซาลาห์ทำไป 11 มาเน่กับโจตาทำไปคนละ 7 ประตู กลายเป็นอันดับ 1-3 ในตารางดาวซัลโวของปีนี้

ไม่ใช่แค่สามกองหน้าแต่บรรดานักเตะตำแหน่งอื่น ๆ ก็ช่วยกันทำประตูได้ จนถึงตอนนี้ลิเวอร์พูลมีนักเตะทำประตูไปแล้ว 13 คน ในทุกรายการ อย่างเมื่อคืนฟานไดจ์คก็เพิ่งทำประตูแรกในลีกของตัวเองในปีนี้ได้

พูดถึงโจตา ปีนี้เขายังสานต่อผลงานที่ยอดเยี่ยมของตัวเองได้ ด้วยสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากฟีร์มิโน มีสัญชาตญาณดาวยิงที่หาจังหวะจบสกอร์ในพื้นที่สุดท้ายได้ดี แถมยังขยับเล่นได้ทั้งด้านข้างและเบอร์ 10 จนหลังเกมคลอปป์อดชมไม่ได้ว่าเขาคือการซื้อขายที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ของทีม

แฟนบอลหวังติอาโกต่อเนื่อง

ลงเป็นตัวจริงมาสองเกมติดและทำประตูได้สองประตูติดต่อกัน แถมเป็นการยิงจากแถวสองทั้งสองลูกด้วย นี่อาจจะเป็นมิติของผู้เล่นแดนกลางที่หงส์แดงตามหามานานก็ได้ นับตั้งแต่คูติญโญ่ย้ายออกไป ติอาโก ไม่ได้มีจุดเด่นที่การลากเลื้อยกินตัวคู่แข่ง แต่ทุกสัมผัส ทุกครั้งที่บอลออกจากเท้าของเขามันดูมีมิติและเพลิดเพลิน

แม้จะยังมีลูกเหวอ และเผลอให้เห็นบ้าง อย่างเมื่อคืนมีจังหวะเก็บบอลไว้กับตัวนาน จนจ่ายบอลพลาดและเกือบทำให้ทีมเสียประตู แต่โดยภาพรวมเขาถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ ดูเหมือนว่าคลอปป์เองก็เริ่มถนอมนักเตะคนนี้มากขึ้น มีการใช้งานที่ละเอียดขึ้นคือ พัก ในจุดที่ควรพัก เพื่อให้นักเตะมีสภาพร่างกายที่ไม่ล้าเกินไป เหมาะสมตามวัยของเขา แฟนบอลได้แต่หวังว่า ฟอร์มเช่นนี้จะต่อเนื่องไปจนจบฤดูกาล

คลอปป์ปักหมุด

ประตูของโจตาที่ทำได้ เป็นประตูที่ 700 ทุกรายการในยุคของ เจอร์เก้น คลอปป์ และมีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติของ เซอร์ เคนนี ดัลกลิช ที่คุมทีมทำประตูไปทั้งหมด 732 ประตู ส่วนอันดับหนึ่งนั้น คลอปป์อาจจะต้องคุมทีมต่ออีกสัก 4 ปีและซื้อฮาแลนด์มาเล่นเป็นหน้าเป้าถึงจะแซงสถิติ 1307 ประตูของปรมาจารย์ แชงค์ลีย์ ได้

สถานการณ์ในลีกหงส์ดูดีขึ้น

หลงจากพลาดท่าทำได้แค่เสมอไบร์ทตันและต่อด้วยการแพ้เวสต์แฮม หล่นจากอันดับสองลงมาอยู่ไกลถึงอันดับ 5 จนมีทีท่าว่าจะแย่เอาได้ในลีก แต่หลังจากนั้นหงส์แดงชนะ 2 เกมติดกันในลีก และจากชัยชนะเกมนี้พวกเราก็เก็บเพิ่มสามแต้ม กดดันเชลซีเหลือแค่ 1 และนำซิตี้ก่อน 2 แต้ม

ด้วยสถานการณ์ที่เชลซีเองมีเกมหนักรอในลีกทั้งการเจอกับแมนยูคืนนี้ที่ยังไม่รู้ว่าออกหน้าไหน การเจอทีมเคี้ยวยากอย่างวัตฟอร์ด และตามด้วยเกมหนักกับเวสต์แฮม เช่นเดียวกับซิตีที่คืนนี้จะเจอกับเวสต์แฮม และเกมต่อไปเจอกุนซือหน้าใหม่เลือดหงส์อย่างเจอร์ราร์ดเราก็พอจะคาดหวังอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าหงส์แดงเองก็ต้องไม่พลาดเกมของตัวเองด้วย