หงส์ม่วนป่วนมิลาน 4 ประเด็นน่าสนใจหลังการประกบคู่ UCL

จับ 2 รอบ

เป็นครั้งแรกตั้งแต่ดูฟุตบอลรายการนี้มาที่มีการจับฉลากประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายถึงสองรอบ กับการจับฉลากเมื่อคืนที่ทำเอาแฟนบอลและสื่อกีฬาทุกแขนงถึงกับช็อคตาตั้ง ปรับความรู้สึกกันแทบไม่ทัน โดยเฉพาะฝ่ายคอนเทนต์คงเซ็งเพราะหลังจับรอบแรกคงนั่งเปิดคอมหาข้อมูลทำสกู๊ปของแต่ละคู่กันเรียบร้อยแล้ว ก่อนโดนยูฟ่าเท ใช่ครับ ผมก็เป็น 1 ในนั้นเหมือนกัน

เหตุผลก็อย่างที่หลายคนทราบว่ามาจากข้อผิดพลาดทางเทคนิกของยูฟ่าเองในการจับลูกบอลใส่โถในแต่ละรอบ รอบที่หนักสุดก็คือ รอบที่จับบียารีลขึ้นมาแล้วดันจับได้แมนยู ฯ ที่อยู่กลุ่มเดียวกันมา ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้น แถมตอนจับได้บอลของตราหมี ก็ดันลืมใส่ลูกบอลของแมนยูฯ ลงไปอีก ทำให้ทั้งสองทีมประท้วง และก็นั่นแหละครับ จับอีกรอบทั้งคู่มาเจอกัน

สำหรับลิเวอร์พูลของเรารอบแรกจับได้ซัลบวร์ก รองแชมป์จากกลุ่มจี ที่เป็น 1 ใน 2 ทีมที่น่าจะเป็นทางสบายของหงส์แดง อีกทีมคือบียาเรอัล แต่พอจับรอบสองหงส์แดงต้องเจอศึกหนักด้วยการพบกับอินเตอร์ มิลาน จ่าฝูงฟอร์มร้อนแรงแห่งเมืองมิลาน ซึ่งหลังจับฉลากมีคนไปสัมภาษณ์คลอปป์เขาเองก็ตอบแบบติดตลกตามสไตล์คนเท่ๆ แบบบอสว่า

“ผมต้องตั้งตารอถึง 54 ปี กว่าจะได้เล่นที่ซาน ซิโร่ เป็นครั้งแรก แต่ตอนนี้ กลายเป็นว่าเราต้องไปเยือนที่นั่นสองครั้งติดๆ กันในรอบ 3 เดือน จะบอกว่านี่เป็นข่าวดีก็คงใช่! มันดีทุกอย่าง แน่นอน! มันเป็นผลการจับฉลากที่ไม่ง่ายเลย”

หงส์ยุคคลอปป์ถูกโฉลกกับอิตาลี

คลอปป์พาหงส์แดงมาเล่น UCL เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันไม่เคยมีปีไหนที่ไม่ต้องบินไปแดนมะกะโรนีเลย แต่ก็ไม่เคยมีปีไหนที่ต้องบินไปสองรอบเหมือนปีนี้เช่นกัน แถมยังมุ่งหน้าไปเมืองมิลานทั้งสองรอบ เพราะเราเพิ่งจับมาอยู่กลุ่มร่วมกับเอซี มิลาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2017-2018 ลิเวอร์พูลของคลอปป์พบกับทีมโรมาในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะเป็นเกมที่ยิงกันกระจุยกระจายไปกลับถึง 13 ประตู ก่อนที่หงส์แดงจะเป็นฝ่ายเฉือนชนะเข้ารอบไปชิงกับมาดริดที่กรุงเคียฟ ก่อนที่ใน 2 ฤดูกาลถัดมาหงส์แดงจะต้องมาอยู่กลุ่มร่วมกับนาโปลีติดต่อกัน จนชื่อของลิเวอร์พูลกับนาโปลีเป็นอะไรที่ได้ยินบ่อยมากช่วงนั้น

ถัดมาปีที่แล้วหงส์แดงก็ยังต้องจับมาอยู่ร่วมกลุ่มกับอตาลันตาทีมฮอตฟอร์มฮิตในช่วงนั้น และฤดูกาลนี้ที่หงส์แดงจับมาอยู่ร่วมกลุ่มกับเอซี มิลาน ศิริรวมแล้วเราเจอกับทีมจากอิตาลีทุกปี ปีละ 2 เกม รวมแล้ว 10 เกม ทำประตูได้ 19 และเสียไป 9 ประตู ชนะ 5 แพ้ 4 เสมอ 1 ถือเป็นสถิติที่สูสีมาก

อย่างไรก็ตามตลอด 5 ปีนั้น 4 ปีเป็นการเจอกันในรอบแบ่งกลุ่ม มีเพียงปีแรกปีเดียวเท่านั้นที่หงส์แดงพบกับทีมโรมาในรอบน็อคเอาท์ รอบรองชนะเลิศ และมีเพียงปีนี้ปีเดียวเท่านั้นที่หงส์แดงจะต้องเล่นกับทีมจากอีตาลีถึงสองรอบ และถ้ามองว่าทีมสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มที่เราเพิ่งเล่นด้วยคือการไปเยือนเอซี มิลาน หงส์แดงก็จะได้ไปเยือนมิลาน 2 รอบติดต่อกันเพราะเกมแรกหงส์แดงต้องไปเยือนอินเตอร์ก่อน จึงเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เราจะได้ไปเยือนทีมจากอิตาลี 2 นัดติดในรายการนี้

รู้จักอินเตอร์สักนิด

ในยุคปี 2000 ต้น ๆ คไงม่มีใครไม่รู้จักยอดทีมแดนมะกะโรนีทีมนี้ ที่เคยกวาดแชมป์ลีกติดต่อกัน 5 ปีติด ตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2010 จากยุคที่โรแบร์โต มันชินีคุมทีมมาจนถึงยุคพีกสุดภยใต้การคุมทีมของน้ามู ที่กวาดทริปเปิลแชมป์ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร

แต่หลังจากหมดยุคนั้น อินเตอร์ก็ดูดรอปลง กลายเป็นทีมที่ไม่ได้ลุ้นแชมป์เลย ไม่มีถ้วยอะไรติดมือ กลายเป็นทีมระดับกลางตารางจบที่ 7-9 เป็นประจำ ติดต่อกันเกือบ 10 ปีนับตั้งแต่มูริญโญออกมา จนกระทั่งปี 2019 พวกเขาได้ตัวอันโตนิโอ คอนเต้มาเป็นผู้จัดการถึงได้ลืมตาอ้าปากและมาคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีเมื่อปีที่แล้ว

มาปีนี้อินเตอร์มิลานมีการเปลี่ยนแปลงในทีมค่อนข้างมาก คอนเต้ ลาออก และได้ ซิโมโน่ อินซากี้มาคุมแทน ตัวผู้เล่นพวกเขาต้องเสียศูนย์หน้าพระกาฬอย่างลูกากูให้กับเชลซี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผลงานของพวกเขายังไฉไลต่อเนื่อง แถมยังกลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้น่าตื่นตากว่ายุคคอนเต้อีก

ตอนนี้หากนับเฉพาะใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป มีเพียง 3 สโมสรเท่านั้นที่ทำประตูแตะหลัก 40 ประตูในลีก คือ ลิเวอร์พูล (45 ประตู 16 เกม) บาเยิร์น มิวนิค (47 ประตู 15 เกม) และอินเตอร์ มิลาน 43 ประตู จาก 17 เกม ผลงานในลีกชนะมา 5 เกมติดต่อกันเหมือนหงส์แดง มีเพียงแมนซิตี จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก (6) และ มาดริด จ่าฝูง ลาลีกา (7) เท่านั้นที่ชนะติดต่อกันมากกว่าพวกเขา

ลิเวอร์พูล ปะทะ อินเตอร์ใน UCL

ผลงานในรายการ UCL ของอินเตอร์ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะพวกเขาสามารถจับมือกับมาดริดเข้ารอบตั้งแต่นัดรองสุดท้ายแล้ว โดยพวกเขาแพ้มาดริดแบบไป-กลับ แต่กับทีมอื่นอินเตอร์ก็ไม่พลาดเก็บแต้มได้ จบรอบแบ่งกลุ่มเป็นรองแชมป์กลุ่ม มี 10 แต้ม ชนะ 3 แพ้ 2 เสมอ 1 ทำได้ 8 ประตู เสียไป 3 ประตู

ขณะที่หงส์แดงฟอร์มร้อนแรงมากในรอบแบ่งกลุ่ม ชนะ 6 เกมรวด เป็นทีมแรกในเกาะอังกฤษที่ทำได้ ทำได้ถึง 17 ประตู และเสียไป 6 ประตู มีแต้มห่างจากตราหมีทีมอันดับสองถึง 10 แต้ม ซึ่งเป็นจำนวนแต้มที่ทำให้อินเตอร์เป็นรองแชมป์กลุ่มได้

ลิเวอร์พูลเคยเจอกับอินเตอร์ในเวทียุโรป 4 เกม ทั้งหมดเกิดขึ้นในรอบน็อคเอาท์ ครั้งแรกในปี 1964-1965 สมัยยังใช้ชื่อยูโรเปียนคัพ ในรอบรองชนะเลิศ เกมแรกหงส์แดงชนะก่อน 3-1 แต่เกมที่สองที่ไปเยือนอินเตอร์หงส์แดงพลาดท่าแพ้ 3-0 ทำให้อดเข้าชิง ผลคือปีนั้นอินเตอร์เข้าไปชิงกับเบนฟิกา และเป็นอินเตอร์ที่คว้าแชมป์สำเร็จ

ส่วนอีกสองเกมเกิดขึ้นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายปี 2007-2008 ในรอบเดียวกับปีนี้ ปีนั้นเป็นลิเวอร์พูลที่เป็นฝ่ายเอาชนะได้ทั้ง 2 เกม แบบไม่เสียประตูเลย และผ่านเข้าไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศโดยแพ้ให้กับเชลซี ทีมร่วมลีกไปสุดมัน ในปีนี้ลิเวอร์พูลจะต้องออกไปเยือนอินเตอร์ก่อนในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะกลับมาเล่นในแอนฟิลด์ในวันที่ 8 มีนาคม ปีหน้า