3 เหตุผลที่คลอปป์อาจจะให้โอกาสนักเตะสำรองก่อนตัวจริงในนัดชิงกับเชลซี

ตลอด 6 ฤดูกาลเข้าสู่ฤดูกาลที่ 7 ที่คลอปป์เข้ามาคุมทีมหงส์แดงเขาพาทีมคว้าแชมป์มาแล้วแทบทุกรายการที่ลงแข่งขัน คงมีเพียงฟุตบอลถ้วยในประเทศอย่าง ลีกคัพ และเอฟเอคัพ เท่านั้นที่คลอปป์ยังไม่เคยพาทีมเป็นแชมป์ได้ โดยลีกคัพนั้น คลอปป์เคยเข้าถึงรอบชิงในปี 2016 แต่ก็ต้องแพ้ให้กับแมนซิตีของเปรเยกินี

ปีนี้หงส์แดงของคลอปป์สามารถฟันฟ่ามาจนถึงนัดชิงลีคคัพกับเชลซีได้ ในวันอาทิตย์นี้ โดยมีคำถามสำคัญที่ทุกคนสนใจคือ คลอปป์จะจัดทัพอย่างไรลงนัดชิงถ้วยนี้ จะจัดชุดใหญ่ลงเล่นเลย หรือว่าจะให้โอกาสนักเตะสำรองคนอื่น ๆ ที่มีส่วนกับรายการนี้มากกว่า และจากบทสัมภาษณ์ของคลอปป์ที่พูดถึงกรณีของผู้รักษาประตูอย่างเคเลอเฮอร์ เราอาจจะพอคาดเดาได้ว่านัดชิงรอบนี้ คลอปป์อาจจะจัดทัพขัดใจเด็กหงส์บ้างไม่มากก็น้อย และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ว่า

นี่รายการแห่งตัวสำรอง

รายการถ้วยเล็กที่สุดของการแข่งขันเมื่อเทียบกับเวทีอื่น ๆ ที่เรามีลุ้นอยู่ ถือเป็นเวทีของขุมกำลังสำรองอย่างแท้จริง มันจึงเป็นสิ่งที่คู่ควรอย่างมากกับผลงานที่พวกเขาพากันมาถึงจุดนี้ สังเกตได้เลยว่ารายการนี้คลอปป์ส่งตัวหลักลงเล่นน้อยมากโดยนักเตะที่ลงเล่นในรายการนี้มากที่สุดเมื่อนับตามเวลาที่ลงเล่น 7 ดันดับแรกเป็นนักเตะสำรองของทีม

ไล่ตั้งแต่ มินามิโนะ, โจนส์, แชมเบอเลน, เคเลอร์เฮอร์, ฟีร์มิโน, ซิมิกาส, นอกจากนั้นยังเป็นเวทีแจ้งเกิดกองกลางดาวรุ่งอย่าง ไทเลอร์ มอตัน ที่โชว์ผลงานดีจากรายการนี้จนได้ลงเล่นทั้งเกม UCL และพรีเมียร์ลีกในหลายเกม

เวทีนี้ยังเป็นเวทีทำให้เกิดสามประสานแนวรุกอย่างทาคูมิ มินามิโนะ โอริกี้ และโชต้า ที่ช่วยกันทำไป 9 ประตู จาก 10 ประตูที่หงส์แดงทำได้ในรายการนี้ โดยเฉพาะทาคูมิ มินามิโนะ ที่โชว์ฟอร์มดี ทำไป 4 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ และเป็นนักเตะคนเดียวที่ได้ลงครบทุกเกมในรายการนี้ เป็นตัวจริง 4 เกม และสำรอง 1 เกม ลงเล่นเยอะกว่าใครในรายการนี้

นอกจากนั้นนักเตะชุดหลักที่สำคัญอย่าง ซาลาห์ มาเน่ และติอาโก ก็เป็นสามคนที่ไม่มีส่วนร่วมกับรายการนี้เลย มันจึงเป็นสัญญาณว่ารายการนี้คลอปป์ตั้งใจมอบให้นักเตะชุดสำรองของทีมตั้งแต่ต้นแล้ว การที่พวกเขาสามารถพาทีมมาถึงรอบนี้ได้ พวกเขาคงอยากจะสานต่อภารกิจนี้ให้จบ ผมนึกไม่ออกว่าหากซาลาห์กับมาเน่ได้ลงตัวจริงในเกมนี้ก่อนมินามิโนะหรือโอริกี้ ทั้งที่ไม่เคยได้ลงช่วยทีมในรายการนี้เลยสักนาที ความรู้สึกของนักเตะคนอื่น ๆ จะเป็นอย่างไร

จัดทัพอย่างไรให้ดีที่สุด

ประเด็นเรื่องการจัดทัพลงเล่นนัดชิงลีกคัพ กลายมาเป็นเรื่องที่ผู้คนสนใจมาก ทีนี้ถ้าเราดูจากนัดชิงที่คลอปป์เคยเข้าชิง มันแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ว่าจะยูโรป้า ยูฟ่าแชมเปียนลีก หรือ สโมสรโลก คือจัดทัพชุดใหญ่ที่ดีที่สุดลงสนาม แม้การเข้าชิงรายการนี้เมื่อปี 2016 ที่คลอปป์เองเมื่อถึงนัดชิงก็จัดทัพตัวจริงครบชุดลงสู้กับแมนซิตี และแพ้ช่วงดวลจุดโทษไป

แต่ประเด็นก็คือ ในตอนนั้น โครงสร้างหรือขุมกำลังของทีมยังไม่ได้ใหญ่แบบนี้ คลอปป์ไม่ได้ลุ้น 4 แชมป์เหมือนตอนนี้ การหมุนเวียนนักเตะจึงไม่ได้แตกต่างมากเท่าปีนี้ แต่สำหรับปีนี้นักเตะที่ได้ลงเล่นในรายการนี้บ่อย ๆ นั้นแทบจะคนละชุดกับนักเตะตัวหลักที่ลงเล่นประจำในพรีเมียร์ลีกเลย การจัดทัพจึงน่าสนใจไม่น้อย

มีอยู่ตำแหน่งหนึ่งที่คลอปป์ออกมาการันตีแล้วว่ายังไงเขาก็ต้องส่ง เคเลอร์เฮอร์ ลงเฝ้าเสาเป็นจริง โดยให้เหตุผลว่า “ต้องการเก็บนักเตะเอาไว้ เขาจำเป็นต้องได้เล่น ฟุตบอลรายการนี้เป็นเกมของเขา ไม่มีโอกาสที่เขาจะไม่ได้เล่น” ฟังดูเหมือนเป็นสัญญาใจระหว่างโค้ชกับนักเตะว่าจะให้ลงเล่นถ้วยนี้ ไม่ว่าจะได้เล่นนัดชิงหรือไม่ก็ตาม

หากยึดถือเอาตามที่คลอปป์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีของเคเลอร์เฮอร์ ว่า “เหมือนอย่างเคย ถ้ามันได้ผล มันก็เป็นผลงานของ ควีวิน หากไม่ได้ผล มันก็เป็นผลงานของผม มันง่ายมาก ผมจะขอรับไว้เอง” ถ้าเราถือตามแนวคิดนี้ของคลอปป์ คลอปป์น่าจะต้องการให้เกียรติและสร้างความเชื่อมั่นในตัวขุมกำลังของทีม

ที่สำคัญอย่าลืมว่าหงส์แดงไม่ได้จะเล่นเกมนี้เป็นเกมสุดท้ายแล้ว การให้ความเชื่อมั่นในลูกทีม จะทำให้พวกเขามีความเชื่อมั่นมากขึ้น และกระหายอยากทำผลงานได้ดี ซึ่งจะส่งผลดีต่อทีมในการไล่ล่าแชมป์รายการใหญ่อย่างพรีเมียร์ลีกและ UCL ในอนาคต

การจัดทัพที่น่าจะดีสำหรับทุกฝ่าย

จากเหตุผลหลัก ๆ ที่ยกมา ผมคิดว่าการจัดทัพนัดชิงครั้งนี้ คลอปป์จะให้โอกาสนักเตะที่เล่นเป็นหลักในรายการนี้ก่อน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากให้ทีมได้แชมป์ แต่เขาอยากให้ทีมได้แชมป์ในแบบที่คู่ควรและให้เกียรตินักเตะของเขา

แน่นอนว่า เคเลอร์เฮอร์ จะได้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงแน่นอน โดยผมคิดว่าแผงกองหลัง 4 คนจะประกอบไปด้วย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล์ด, โจ โกเมส, เวอร์ จิล ฟานไดจ์ค และ คอสตาส ซิมิกาส โดยจะพักมาติป และให้โอกาส โกนาเต เป็นสำรอง เกมนี้

ขณะที่แดนกลาง เคอติส โจนส์ ที่ทำผลงานได้ดีในเกมล่าสุด และเป็นตัวหลักในรายการนี้น่าจะได้ลงตัวจริง โดยมีฟาบิญโญ่กับแชมเบอร์เลน ลงร่วม โดยมีติอาโก เกอิตา เป็นขุมกำลังสำรองรอเปลี่ยนเกม แต่ก็อย่าแปลกใจถ้า มอตัน จะได้ลงเป็นตัวจริงเกมนี้

แนวรุกผมเชื่อมินามิโนะ ที่ทำไป 4 ประตูและมีลุ้นที่จะเป็นดาวซัลโวของรายการนี้ กับโอริกี้ที่ทำผลงานได้น่าพอใจในรายการนี้เช่นกัน น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงก่อน ส่วนอีก 1 คน หากโจต้าฟิตก็น่าจะลงเป็นสามประสานเหมือนเดิม โดยมีกอร์ดอน เป็นขุมกำลังสำรองของทีมไปก่อน ผมค่อนข้างเชื่อว่า ซาลาห์กับมาเน่จะไม่มีชื่อในเกมนี้เช่นเคย แต่ดิอาช อาจจะมีส่วนร่วม

แน่นอนว่าการจัดแบบนี้อาจทำให้หงส์แดงพลาดแชมป์ แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยนักเตะ 11 คนที่ว่ามา ก็ควรมีส่วนร่วมอย่างมากกับเกมนี้ และไม่ว่า 11 ตัวจริงของเราจะเป็นใคร เราในฐานะกองเชียร์ก็จะขอเป็นกำลังใจให้พวกเขาทำผลงานให้ดี และคว้าแชมป์มาให้แฟนบอลให้ได้