4 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมหงส์แดงชนะนอริชผ่านเข้ารอบเอฟเอคัพ

โปรแกรมไล่ล่าความสำเร็จของหงส์แดงยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง หลังจากนับหนึ่งกับถ้วยลีกคัพแล้ว เมื่อคืนหงส์แดงก็ลุยต่อรายการเอฟเอคัพทันที โดยเป็นการเจอกับนอริชเป็นครั้งที่ 4 ของซีซั่นนี้ และเป็นหงส์แดงในชุดสำรองที่บดเอาชนะทีมของดีน สมิธ ไปได้แบบมีให้ลุ้นให้เสียวกันเล็กน้อยในช่วงท้ายเกม 2-1 และนี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่เรานำมาเล่าสู่กันฟัง

คลอปป์จัดสำรองยกชุด

เป็นเรื่องไม่เกินคาดหมาย เพราะเมื่อเกมนัดชิงกับเชลซีนักเตะหงส์แดงหลายคนบดกับเชลซีกว่า 120 นาที ทำให้เกมนี้คลอปป์โรเตชั่นนักเตะแทบจะยกแผง มีเพียง กัปตันทีม เฮนเดอร์สัน เท่านั้นที่ยังได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่องจากเกมก่อน โดย 11 ตัวจริงเกมนี้ อลิสซง ลงเฝ้าเสา แผงแบ็กโฟร์เป็น มิลเนอร์, โกเมส, โกนาเต, และซิมิกาส สามกองกลางเป็น โจนส์, เฮนเดอร์สัน และแชมเบอร์เลน และสามประสานแนวรุกคือ โจตา โอริกี และมินามิโนะ

จากชุดสำรองนี้ทำให้เห็นเลยว่า ขุมกำลังเชิงลึกของหงส์แดงนั้นแกร่งและยกระดับขึ้นมากจากหลายปีก่อน ลำพังชุดนี้ผมว่าอาจจะดูดีกว่าชุด 11 ตัวจริงแรก ๆ ที่คลอปป์เข้ามาทำทีมด้วยซ้ำ ขณะที่ 4 นักเตะที่เปลี่ยนลงมา ก็ทำให้เห็นไปอีกว่า ทีมชุดนี้มีนักเตะดี ๆ ให้เลือกใช้แบบพอเหมาะ ทั้งเอเลียตต์ และมอตัน

คลอปป์ยังคงให้โอกาสแนวรุกสำรอง 3 คนได้เล่นร่วมกันในบอลถ้วยทั้งโอริกี้ โจตา และมินามิโนะ ซึ่งทั้งสามคนยังถือว่าทำผลงานได้ดีในบอลถ้วยแบบนี้ อาจจะมีโจตาที่ยังดูไม่สมบูรณ์และยังต้องการเวลาอีกสักนิดหลังบาดเจ็บไปหลายเกม และผมเชื่อว่าผลงานของดิอาช อาจจะทำให้เขารู้สึกไม่มั่นคงเท่าไหร่

มินามิโนะ เจ้าพ่อบอลถ้วย

ดาวเด่นของเกมเมื่อคืนก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก มินามิโนะ หงส์สายเลือดซามูไร ที่เหมาคนเดียวสองตุง จากอีขวาแบบเต็มข้อทั้งสองลูก ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก เขาทำไป 3 ประตูเป็นดาวซัลโวของทีมจากรายการลีกคัพที่เพิ่งคว้าแชมป์มา พอมาถึงรายการนี้ก็ยังทำผลงานได้ไฉไล โดยเฉพาะยามได้ลงเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับเทพโอริกี้ ที่เล่นได้เข้าขารู้ใจกัน ยิ่งทำให้เจ้าตัวทำผลงานได้ดี

รายการนี้หากเข้าถึงนัดชิงก็ยังเหลืออีก 3 เกมให้เล่น หากเจ้าตัวยังทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นดาวซัลโวของทีมจากสองถ้วยรางวัล และอาจจะรวมถึงดาวซัลโวของรายการนี้ด้วย แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะรายการสิงห์ เสือ ยังมีอีกเยอะ ทั้งซิตี และเชลซีก็ยังอยู่

ทำไมยังให้โอกาสแชมเบอร์เลน

หลายคนอาจจะหงุดหงิดกับฟอร์มการเล่นของแชมเบอร์เลน และเผลอ ๆ อาจพาลไปหงุดหงิดกับคลอปป์ว่าทำไมยังต้องส่งนักเตะที่ทำผลงานไม่ดีลงสนามบ่อย ๆ แต่หากลองมองในมุมของผู้จัดการ แชมเบอร์เลนเป็นนักเตะที่อาภัพ เขาเคยเกือบจะแจ้งเกิดกับหงส์แดงในปีแรกแล้ว แต่โดนอาการบาดเจ็บหนักเล่นงานไปนาน และกลับมาทุกรอบก็มักจะเจออาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อย ๆ

โอกาสที่จะได้ลงเล่นก็น้อยเหลือเกินในปีที่รายการแข่งขันไม่ได้มากขนาดปีนี้ ทั้งที่นักเตะที่หายไปนาน ต้องการเวลาอย่างมากในการปรับสภาพการเล่นของตัวเอง และเพื่อเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมา ซึ่งในกรณีของแชมเบอร์เลนผมมองว่าเป็นอย่างหลัง ปีนี้เขาสลัดอาการบาดเจ็บและกลับมาฟิตแข็งแรง แต่ยังขาดความมั่นใจไปเยอะ นั่นคือโอกาสที่คลอปป์ยื่นให้ เพราะเชื่อใจในนักเตะของตัวเอง

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญก็คือเรื่องของการโรเตชั่น แม้เราจะบอกว่าไม่อยากให้เขาลง แต่เมื่อมองไปที่นักเตะคนอื่น ๆ ก็ยังไม่เห็นใครฟิตและพร้อมเท่ากับแชมเบอร์เลน เอเลียตต์เองเพิ่งหายเจ็บหนักมา คลอปป์จึงต้องระวังอย่างมากในการใช้งาน ติอาโก ก็เจ็บ และเมื่อคืนเรายังเสียโจนส์ไปจากอาการบาดเจ็บอีก

นั่นทำให้แชมเบอร์เลนที่ฟิตเหมาะสมที่จะลงเล่นสนาม เพื่อเรียกฟอร์มตัวเองออกมา ผู้จัดการทีมยังพร้อมให้โอกาส แล้วแฟนบอลอย่างเราไม่คิดจะให้โอกาสนักเตะที่สู้กับทีมมาอย่างแชมเบอร์เลนเลยหรือ อย่างน้อย ๆ  4 เกมหลังสุดที่เขาลงตัวจริงให้หงส์แดง ก็ทำไปถึง 2 ประตู ถือว่าผลงานก็ไม่ธรรมดา

โจ โกเมส เริ่มกลับมา

ตอนนี้ทีมอาจจะมีทั้งมาติป โกนาเต และฟานไดจ์ค ในตำแหน่งกองหลัง แต่นักเตะที่ผมค่อนข้างจะชื่นชอบและแอบให้กำลังใจอยู่ห่าง ๆ ก็คือ โจ โกเมส นักเตะธรรมดา ๆ ที่ไม่ค่อยหวือหวา แต่เล่นทุ่มเทเต็มร้อย คนนี้ และเป็นกองหลังคนเดียวตอนนี้ที่สามารถโยกมาเล่นเป็นแบ็กขวาได้ แม้จะไม่ได้เด่นเหมือนอาร์โนล์ด แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก

ฤดูกาลนี้เขาเพิ่งได้ลงเล่นให้หงส์แดงไปเพียง 14 เกม รวมทุกรายการ ลงสนามไปยังไม่ถึงพันนาที และเพิ่งจะลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกให้หงส์แดงเป็นเกมแรกในเกมที่ชนะนอริช 3-1 แต่ในรายการบอลถ้วยทั้งลีกคัพและเอฟเอคัพ ดูเหมือนคลอปป์จะยังไว้ใจให้โกเมสลงเล่นเป็นตัวหลักแทนที่ในตำแหน่งฟานไดจ์คได้สบาย ๆ ในวัย 24 ปี โกเมส ยังมีเวลาให้เรียกความมั่นใจและผลงานของตัวเองกลับมาอีกเยอะ

สำหรับการจับฉลากรอบต่อไปนั้นจะมีขึ้นก่อนเกมที่เอฟเวอร์ตันจะเตะกับบอร์แฮม วูด ตีสามคืนนี้ มารอลุ้นกันว่าหงส์แดงจะต้องเจอกับใครและหนทางสู่แชมป์ใบที่สองนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ก่อนอื่นสุดสัปดาห์นี้เรามีศึกหนักต้องเจอกับเวสต์แฮมของน้ามอยส์ และต้องชนะสถานเดียวเพื่อทำแต้มจี้เรือใบให้เหลือแค่สามตามเดิม