5 ความเป็นไปได้ยากที่สุด ที่อาจเกิดพร้อมกันได้ของหงส์แดงในฤดูกาลนี้

ฟุตบอลลีกของหลาย ๆ ประเทศกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้ว รวมถึงพรีเมียร์ลีกของอังกฤษด้วย ที่ตอนนี้หลายทีมน่าจะเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนของฤดูกาลนี้แล้ว หลายทีมกำลังสู้เพื่อให้อยู่รอด หลายทีมสู้เพื่อโอกาสในการไปเล่นบอลระดับยุโรป หลายทีมอยู่ตัว ไม่มีอะไรต้องลุ้น แต่ก็มีอีกหลายทีมที่กำลังคั่วหรือลุ้นทำในสิ่งที่ยากเย็น โดยเฉพาะทีมใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น แมนซิตี ที่ยังไม่เคยได้แชมป์เปียนส์ลีก อาร์เซนอลของอาร์เตตาร์ที่กำลังลุ้นติดท็อปโฟร์ครั้งแรกในรอบ 6 ปี หรือเชลซีที่ยังอยากมีถ้วยรางวัลต่อเนื่อง

แต่สำหรับหงส์แดงปีนี้นั้น หากมองย้อนหลังไปแล้วมองกลับมาจนถึงจุดนี้ ทุกอย่างดูช่างเหลือเชื่อ พวกเขามีควมหวังในแบบที่ไม่เคยคาดหวังมาก่อน และมีเป้าหมายบางอย่างที่ยากเย็น แสนเข็ญ รออยู่หลายเรื่อง แน่นอนวันนี้เรารวบรวม เรื่องที่เกิดขึ้นยากในวงการฟุตบอล แต่อาจจะเกิดขึ้นพร้อมกันกับหงส์แดงชุดนี้ในปีนี้

ข้าชิงบอลถ้วยกับทีมเดียว 3 รายการ

ลิเวอร์พูลเข้าชิงไปแล้ว 1 รายการ คือคาราบาวคัพ และเป็นฝ่ายเบียดเอาชนะทีมจากลอนดอนไปอย่างสุดมันในช่วงดวลจุดโทษคว้าแชมป์แรกของพวกเขามาอย่างยิ่งใหญ่ แต่เชื่อหรือไม่ว่าเรายังมีโอกาสได้เห็นเกมนัดชิงที่ดุเดือด สูสี และตื่นเต้นแบบนี้อีกถึง  2 เกม เพราะทั้งสองทีมยังมีโอกาสมาโคจรพบกันในนัดชิงอีก 2 รายการ

รายการแรกคือ เอฟเอคัพ ที่ตอนนี้ได้ 4 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยเชลซีของทูเคิลจะต้องพบกับคริสตัล พาเลส ของวิเอร่า ขณะที่หงส์แดงหากอยากจะผ่านเข้าไปถึงนัดชิงต้องผ่านกระดูกชิ้นโตอย่างแมนซิตีให้ได้เสียก่อน ซึ่งโอกาสก็เปิดกว้าง 50-50 บางทีเราอาจะไม่ได้เห็นทั้งสองทีมในนัดชิงก็เป็นได้

แชมป์แรกของปี

รายการที่สองคือ ศึกชิงเจ้ายุโรป ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่ขณะนี้ได้ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว และมีการแบ่งสายทีมที่จะพบกันรอบต่อไปเรียบร้อย ซึ่งทั้งเชลซีและลิเวอร์พูลต่างอยู่คนละสายที่หากทั้งคู่ผ่านถึงรอบชิงได้ก็จะมาพบกันเอง หงส์แดงต้องพบกับเบนฟีก้า ซึ่งหากผ่านเบนฟีก้าไปได้ ก็มีบาเยิร์นหรือบียาเรอัลรออยู่ก่อนถึงนัดชิง ส่วนเชลซีต้องผ่านเรอัล มาดริดให้ได้ก่อน เพื่อไปรอคู่ชนะระหว่างเรือใบกับตราหมี

ผมไม่แน่ใจว่าในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์อะไรแบบนี้เกิดขึ้นหรือไม่ แต่ตลอดการดูฟุตบอลของผมยังไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน แน่นอนว่าหากทั้งสองเจอกันจริง ไม่ว่าถ้วยไหน รับประกันได้ถึงความมันระดับ 5 ดาวแน่นอน

 “Quadruple”

การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสักแชมป์หนึ่งว่ายากมาก การรักษาป้องกันแชมป์ก็ว่ายากแล้ว การได้มากกว่า 1 แชมป์ในฤดูกาลเดียวนั้นยากยิ่งกว่าหลายเท่า แต่เชื่อว่าการเป็น 4 แชมป์ที่ลงเล่นทุกรายการคงเป็นสิ่งที่เหมือนฝันสำหรับทีมในพรีเมียร์ลีก

ในประวัติศาสตร์ลูกหนังอังกฤษในยุคพรีเมียร์ลีก แมนยูในปี 1999 เป็นทีมแรกที่ครอง 3 แชมป์เมเจอร์ที่ลงแข่ง พรีเมียร์ลีก เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ขณะที่แมนซิตีในปี 2018-2019 ก็ครองแชมป์ครบ 3 ถ้วยในเกาะอังกฤษ พรีเมียร์ลีก ลีกคัพ และเอฟเอคัพ ขณะที่หงส์แดงเองก็เคยได้ชื่อว่าคว้าทริปเปิลแชมป์กับเขา แม้จะโดนถากถางประจำว่าเป็นทริปเปิลแชมป์ถ้วยเล็ก เอฟเอ ลีกคัพ และยูฟ่า คัพ ในปี 2001

แต่ด้วยผลงานและสถานการณ์ของหงส์แดงในขณะนี้ ก็เริ่มมีการพูดถึงการคว้าแชมป์ 4 ถ้วยใน 1 ฤดูกาล ที่จริงไม่ใช่แค่คนนอก แต่นักเตะหงส์แดงอย่าง เทรนท์ อาร์โนล์ด ก็เคยออกมาพูดทำนองว่าทีมมีลุ้น 4 แชมป์ และหลังเกมคาราบาวเขาก็โพสต์สเตตัสในทวิตเตอร์ว่า “1/4 ยังกระหายแชมป์แชมป์มากกว่านี้” นั่นแสดงว่า การคว้า 4 แชมป์นั้นเป็นเป้าหมายลึก ๆ ของนักเตะหงส์แดงชุดนี้

แน่นอนว่าหนทางที่จะถึงไม่ช่เรื่องง่ายเลย อย่าว่าแต่ 4 แชมป์ ตอนนี้แค่เอาแชมป์เพิ่มสักแชมป์ต่อจากลีกคัพยังยากเลย ฉะนั้นการคว้า 4 แชมป์นั้นเป็นเรื่องยากระดับที่ร้อยปีจะมีใครทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่นั่นแหละครับ ตราบใดที่ยังมีคำว่า “เป็นไปได้” ก็ยังมีหวัง

ท็อป 3 ของดาวซัลโวและแอสซิสต์

การที่ทีมที่เล่นได้ดี จะมีนักเตะติดอันดับในตำแหน่งต่าง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกโดยเฉพาะตำแหน่งดาวซัลโวและดาวแอสซิสต์ ซาลาห์ ของหงส์แดงก็เคยคว้าดาวซัลโว 2 ปีติด หรือบางคน บางทีมอาจจะทำผลงานดีมีนักเตะได้ทั้งดาวซัลโวและดาวแอสซิตส์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเห็น หรือนักเตะบางคนทำผลงานดีทั้งยิงทั้งจ่าย ได้ทั้งดาวซัลโวและดาวแอสซิสต์ในปีเดียวกัน แฮรี่ เคน ของสเปอร์สก็ทำให้เห็นแล้วในปีที่แล้ว

หรือจะทำผลงานดีหลายคน จนมีรายชื่อติดท็อปของดาวยิงและดาวแอสซิตส์บ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เรายังไม่เคยเห็นว่ามีทีมไหนที่ทำผลงานดีขนาดที่ 3 อันดับแรกของดาวซัลโวและดาวแอสซิสต์เป็นของทีมใดทีมหนึ่งอย่างเด็ดขาด ยิ่งหากทั้งสองอย่างเกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกันยิ่งเป็นไปได้ยากมาก

ปีนี้หงส์แดงมีโอกาสเหมือนกันที่ไม่ว่าจะได้แชมป์กี่แชมป์ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยการที่ท็อปทรีของดาวซัลโวและดาวแอสซิสต์จะเป็นนักเตะหงส์แดงทั้งหมด เราลองมาไล่กันดู ในเรื่องของดาวซัลโวนั้น ขณะนี้ ซาลาห์นำเดี่ยวอยู่ที่ 20 ประตู โดยโจต้าเป็นอันดับสองร่วมกับซอน เฮืองมิน ที่ 13 ประตู (อัพเดท 3/4/65 เป็น 14 ประตูแล้ว) และมาเน่เป็นอันดับสามร่วมกับโรนัลโด้ และเคน ที่ 12 ประตู เรื่องดาวซัลโวคงไม่พลิกแล้ว แต่อันดับ 2-3 ยังต้องลุ้นกันว่าโจตากับมาเน่จะเข้าวินไหม

หันมาดูดาวแอสซิสต์ ถือว่าค่อนข้างสดใส เพราะอันดับ 1-3 ขณะนี้เป็นนักเตะหงส์แดงแบบเดียว ๆ นำโดยสองแบคซ้ายขวาของหงส์แดง 11 แอสซิสต์เท่ากัน และซาลาห์อีก 10 แอสซิสต์ โดยมีปอกบาและโบเว่นตามมาแบบติด ๆ เหลืออีก 9 เกม ตอนนี้ดาวซัลโวกับดาวแอสซิสต์นั้นคงจะไม่หนีจากแอนฟิลด์ไปไหนเหลือแต่ว่านักเตะคนอื่น ๆ จะตามมาติด ๆ หรือไม่

ลงเล่นมากที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าผลข้างเคียงหากข้อแรกเกิดขึ้นจริง คือหงส์แดงได้ชิงเอฟเอคัพกับแชมเปียนส์ลีก และไม่ว่าหงส์แดงจะจบด้วยแชมป์กี่แชมป์ก็ตามหงส์แดงจะทำสถิติเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ลงเล่นมากที่สุดต่อ 1 ฤดูกาลคือ 63 เกม ใน 63 เกมนี้แบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 38 เกม ลีกคัพกับเอฟเอคัพ อย่างละ 6 และ UCL  13 เกม

นักเตะหงส์แดงได้บัลลงดอร์ (สักที)

ในประวัติศาสตร์สโมสรมีนักเตะหงส์แดงเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยคว้ารางวัลสูงสุดของอาชีพนักเตะอย่างบัลลงดอร์ คือ ไมเคิล โอเว่น ในปี 2001 ปีที่หงส์แดงคว้าแชมป์บอลถ้วยสามรายการได้ นับตั้งแต่นั้นมาก่อนยุคคลอปป์ก็มีเพียง เจอร์ราร์ดในปี 2005 และเฟอร์นันโด ตอเรส ในปี 2008 ที่เข้าใกล้รางวัลนี้โดยคว้าอันดับสาม

ในยุคของคลอปป์นั้นหงส์แดงได้ทั้ง UCL ในปี 2018-2019 และ พรีเมียร์ลีกในปี 2019-2020 แต่ทั้งสองปีก็ไม่มีนักเตะหงส์แดงได้รางวัลนี้เลย โดยเฉพาะในปีที่ได้แชมป์ UCL ควบรองแชมป์พรีเมียร์ลีกที่แต้มเยอะที่สุด ฟานไดจ์ค คือนักเตะที่หลายคนคิดว่าเป็นตัวเต็งรายการนี้ จากผลงาน 26 คลีนชีสในลีก รองแชมป์ยูฟา เนชันส์ ลีก ร่วมกับทีมชาติฮอลแลนด์ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟาในปี 2019 แต่สุดท้ายปีนั้นรางวัลก็ตกเป็นของเมสซี่

สาเหตุหลักที่ทำให้ฟานไดจ์คพลาดรางวัลนี้ไปครองในตอนนั้น หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะนักเตะหงส์แดงตัดแต้มกันเอง เพราะมีนักเตะหงส์แดงเข้ารอบ 30 คนถึง 7 คน ซาลาห์ มาเน่ อลิสซง ต่างทำผลงานได้ดี ทำให้คะแนนที่ควรจะเป็นของหงส์แดงกระจัดกระจายเกินไป

มาปีนี้ด้วยผลงานที่โดดเด่นแบบเดี่ยว ๆ ของซาลาห์ ที่นำโด่งดาวซัลโวของลีก และยังพาอียิปต์เข้าชิงได้ และประกอบกับปีนี้เมสซี่ โรนัลโด้ ต่างโรยรา และเรายังไม่เห็นนักเตะคนอื่นที่จะทำผลงานได้โดดเด่นแบบซาลาห์โผล่ขึ้นมา อีกหนึ่งปัจจัยหลักคือ ตอนนี้บัลลงค์ดอร์เปลี่ยนแปลงเกณฑ์นับคะแนน จากดูผลงานตามรอบปฎิทินมาเป็นผลงานตามรอบฤดูกาลแข่งขันของลีก ซึ่งฤดูกาลนี้ไม่มีบอลโลก ทำให้โอกาสที่ซาลาห์จะคว้ารางวัลนี้ให้กับหงส์แดงจึงเป็นไปได้สูง หากสามารถพาทีมได้แชมป์อีกสัก 2 จาก สามรายการที่ลงแข่งอยู่ในตอนนี้

ทั้ง 5 เรื่องที่ว่ามานั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากอยู่แล้วในแต่ละเรื่อง แต่ตอนนี้ทั้ง 5 อย่างที่ว่ามามีโอกาสเกิดขึ้นพร้อมกันใน 1 ฤดูกาลของหงส์แดง แน่นอนว่า มันยากที่จะเกิดขึ้นจริง มันยากถึงขนาดแค่ว่าในฤดูกาลปกติ ก็ยากที่ใครจะมาพูดถึงสิ่งเหล่านี้พร้อมกัน แต่นั่นแหละ การที่สิ่งยาก ๆ เหล่านี้รวมตัวกันสำหรับหงส์แดงในฤดูกาลนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นภาพสะท้อนว่าทีมชุดนี้ของหงส์แดงพร้อมจะทำเรื่องยาก ๆ เหล่านี้ให้เป็นจริงได้