เก็บตก 5 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมหงส์แดงชนะวัตฟอร์ด

เกมพรีเมียร์ลีกกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังจากหลีกทางให้โปรแกรมทีมชาติ ลิเวอร์พูลต้องพบกับทีมหนีตกชั้นอย่างแตนอาละวาด ที่เคยเปิดซิงหงส์แดงในปี 2019-2020 ทำให้หงส์แดงที่กำลังลุ้นเป็นแชมป์ไร้พ่าย ต้องยุติความหวังนั้นลง มาปีนี้หงส์แดงกำลังเบียดลุ้นแชมป์กับเรือใบ และนี่เป็นเกมที่สำคัญเพราะหากชนะหงส์แดงจะมีแต้มนำเรือใบ 2 แต้มพร้อมขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที และโยนความกดดันให้เรือใบที่แข่งทีหลัง และหงส์แดงก็ทำภารกิจของตัวเองสำเร็จ ด้วยการเอาชนะไปได้ 2-0 และนี่คือ 5 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมที่เราคัดสรรมาให้แฟนหงส์

นับหนึ่งถึงแปด

ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมหนักในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยต้องเล่นถึง 8 เกมในช่วง 30 วัน และแต่ละเกมนั้นถือว่าเป็นเกมหนักและสำคัญทั้งนั้น ในพรีเมียร์ลีกหงส์แดงมีโปรแกรมแย่งแชมป์กับเรือใบ ต้องเจอศึกแดงเดือด และต้องเจอศึกเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บีกับเอฟเวอร์ตัน ขณะที่เกมเอฟเอคัพ ก็ต้องเจอของแข็งอย่างเรือใบ และมีเกมต้องเล่นกับเบนฟีกาใน UCL อีกสองเกม เรียกว่าท้าทายการบริหารจัดการนักเตะและกำลังใจของนักเตะหงส์แดงอย่างมาก

ดังนั้นเกมนี้เราจึงเห็นการวางแผนการเล่น และการโรเตชั่นที่ฉลาดของคลอปป์ ในการโรเตชั่นนั้นคลอปป์เลือกส่งโกเมสลงแทนเทรนท์ที่ยังไม่ฟิตหลังเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บไม่นาน ส่งโจนส์ลงมาเล่นแทนฟาบิญโญ่ที่เพิ่งกลับจากการรับใช้ทีมชาติมา รวมถึงพักมาเน่กับดิอาขและใช้งานฟีร์มิโน่กับโจต้าในแดนหน้า การเปลี่ยนซาลาห์ออกให้พักแล้วส่งมาเน่ลงมา ส่งเจมส์ มิลเนอร์ลงมา และส่งฟาบิญโญ่ลงมา ทั้งหมดเป็นเรื่องของการบริหารนักเตะที่ดีและถูกที่ถูกจังหวะของเกม

ในแผนการเล่น เราจะเห็นเลยว่า แม้หงส์แดงมีโจทย์หนักที่จะต้องเอาชนะให้ได้ แต่หงส์แดงของคลอปป์ไม่ได้เร่งเครื่องหนัก บุกโหม หรือทุ่มแรงทั้งหมดเพื่อบดขยี้คู่แข่ง ในทางกลับกัน หงส์แดงเล่นด้วยความรัดกุม ค่อยเป็นค่อยไป หาจังหวะเข้าทำเรื่อย ๆ เมื่อได้ประตูขึ้นนำ หงส์แดงก็ยิ่งเล่นแบบเขี้ยวรากดินมากขึ้น เน้นการครองบอล ไม่ให้เสียบอล โดยเฉพาะช่วงที่ปู่รอย กำลังจะเปลี่ยนตัวแก้เกมตั้งแต่นาทีที่ 70 แต่หงส์แดงเน้นการครองบอลฆ่าเวลาไปเกือบ 10 นาที ทำให้กว่าที่นักเตะวัตฟอร์ดจะได้ลงสนามก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว

ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเข้าสู่เดือนแก่งการถือศีลอด หงส์แดงมีนักเตะที่เป็นมุสลิมอยู่หลายคน โดยเฉพาะสองนักเตะสำคัญในแดนหน้าอย่างซาลาห์และมาเน่ รวมถึงนาบี เกอิตา ด้วย คลอปป์ต้องวางแผนการใช้การนักเตะเหล่านี้อย่างระมัดระวัง และถนอมกำลังให้มากที่สุด

โกเมส นายทำได้

ไฮไลท์หนึ่งของเกมที่หลายคนประทับใจคือผลงานของโจ โกเมส นักเตะกองหลังที่ต้องลงเล่นในตำแหน่งแบ็กขวาแทนเทร์น อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล์ด ซึ่งนี่เป็นเกมที่สองแล้ว เกมแรกคือเกมที่หงส์แดงชนะนอริช 3-1 โดยเกมนี้โกเมสสามารถเล่นได้อย่างเนียนตามาก โดยเฉพาะครึ่งแรกที่เด่นทั้งเกมรับและเกมรุก

ลูกครอสของโกเมสในเกมนี้ถือว่ามีคุณภาพมาก เขาครอสไปทั้งเกมเพียง 4 ครั้ง ครึ่งหนึ่งของโรเบิร์ตสัน แต่เป็นการครอสที่เข้าเป้าจัง ๆ ถึง 2 ครั้ง หนึ่งในนั้นคือการเปิดให้โจตาโหม่งทำประตูขึ้นนำในนาทีที่ 22 และยังมีอีกจังหวะในครึ่งหลังที่เขาเปิดให้โจตาโหม่งโล่ง ๆ เช่นกัน แต่ลูกนั้นโจตาโหม่งไม่เข้า การเติมเกมรุกที่ดูไม่วูบวาบ แต่ก็สร้างอิมแพ็กต่อเกมได้ ที่สำคัญคือในด้านเกมรับนั้นเขาทำได้ดี สามารถแท็กเกิลชนะคู่แข่งได้ถึง 4 ครั้ง ในครึ่งแรก เห็นแบบนี้แล้วต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้งานลูกพี่เจมส์แล้ว

โจต้า มาเงียบ ๆ แต่ยิงเพียบ

ในแดนหน้าของหงส์แดงรัศมีของซาลาห์กับมาเน่อาจจะกลบออร่าของโจตา แต่หากลองพินิจถึงผลงานของนักเตะรายนี้ จะพบว่า ผลงานของเขาคงเส้นคงวามาก และมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือการทำประตูจากลูกโหม่ง ลูกโหม่งลูกนี้ถือเป็นลูกโหม่งลูกที่ 6 ที่เขาทำได้กับหงส์แดงในฤดูกาลนี้รวมทุกรายการ และที่สำคัญคือทั้ง 6 ประตูที่โหม่งได้เป็นประตูแรกของหงส์แดงในเกมนั้นทั้งสิ้น 2 ประตูเป็นการตีเสมอคู่แข่ง และอีก 4 ประตู เป็นการทำประตูนำคู่แข่ง

นอกจากนั้นประตูที่โหม่งได้เมื่อคืนยังกลายเป็นประตูที่ 20 ที่เขาทำได้กับหงส์แดงในฤดูกาลนี้รวมทุกรายการ โดยก่อนหน้าเขาที่ทำได้ถึง 20 ลูกในฤดูกาลนี้มีเพียง 3 คนคือ แฮร์รี เคน, ริยาร์ด มาเรช, และซาลาห์ เท่านั้น ค่าเฉลี่ยของเขาในการทำประตูคือ 2 เกม 1 ประตู เพราะเขาลงเล่นไปแล้ว 40 เกม และยังเป็นประตูที่ 14 ในลีกทำให้เขาขึ้นไปเป็นรองดาวซัลโวเดี่ยว ๆ มีประตูนำ ซอน เฮืองมิน มาเน่ และเคน ทั้ง ๆ ที่เขามีโอกาสยิงต่อเกมอยู่อันดับ 7 ของลีก

อลิสซงท็อปฟอร์ม

แม้ในเกมนี้จะได้โชว์เซฟยาก ๆ มากมาย แต่เซฟสำคัญช่วงนาทีที่ 21 จากการหลุดเดี่ยวของผู้เล่นวัตฟอร์ด และจากนั้นเขาก็ออกบอลเร็วจนนำมาสู่ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 22 ที่ใช้เวลาห่างกันเพียง 34 วินาทีก็สำคัญอย่างยิ่งยวด และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเห็นการลงโทษคู่แข่งของหงส์แดงในลักษณะนี้ แต่เราเห็นจนชินตาแล้ว

การทำคลีนชีตได้ในเกมนี้ยังทำให้เขาทำสถิติเก็บคลีนชีตได้ 5 เกมติดต่อกันในลีก สะสมคลีนชีตที่ 17 ของตัวเองเบียดลุ้นรางวัลถุงมือทองคำกับเพื่อนร่วมชาติอย่างแอแดซอนได้อย่างเมามัน ที่สำคัญช่วง 10 เกมหลังสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2022 มา เขาลงเล่นไป 10 เกมในพรีเมียร์ลีก เก็บได้ถึง 8 คลีนชีต และเสียไปเพียง 2 ประตูเท่านั้น

250 แล้วครับบอส

ไม่ใช่แค่นักเตะหงส์แดงที่เราเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นในทุกมิติ แม้แต่ผู้จัดการทีมอย่างคลอปป์เอง มาถึงจุดนี้เราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาขึ้นเรื่อย ๆ ความเขี้ยว ความเก๋าเกม และความใส่ใจในรายละเอียด ของเขาก็ชัดเจนขึ้นทุกวัน เสน่ห์ของการค่อย ๆ สร้างนักเตะจากที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักให้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ก็นำพาเขามาถึงการคุมทีมเกมที่ 250 กับหงส์แดง และคว้าชัยชนะมาไดถึง 160 เกม คิดเป็น 64 % เหนือกว่าผู้จัดการคนไหนของหงส์แดง

การพาหงส์แดงชนะได้ในเกมที่สำคัญและจำเป็นต้องชนะแบบนี้ พร้อมกับการได้ลิ้มรสชาติแห่งการเป็นจ่าฝูง แม้จะเพียงไม่นาน เชื่อว่าจะช่วยทำให้นักเตะมีความมุ่งมั่นที่จะทำในได้อีกครั้งในเกมกับซิตีวันที่ 10 เมษายนนี้อย่างแน่นอน