โหมโรง 4 เรื่องที่จะทำให้เกมหงส์แดงกับเรือใบคืนนี้ตื่นเต้นมากขึ้น

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 31 เดินทางมาถึงเกมสำคัญของฤดูกาลคือเกมบิ๊กแมชท์ลุ้นแย่งแชมป์กันของสองยอดทีมแห่งยุค หงส์แดงลิเวอร์พูลแห่งเมืองเมอร์ซี่ไซด์ทีมอันดับสองต้องออกไปเยือนทีมเรือใบแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ทีมจ่าฝูง โดยแมนซิตีมีแต้มนำหงส์แดงอยู่ 1 แต้ม เกมนี้สำคัญระดับมีแชมป์ลีกเป็นเดิมพัน และนี่คือ 3 ประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้

โปรแกรมการแข่งขันหลังเกมนี้

หลายคนอาจจะโฟกัสแค่เกมนี้เกมเดียว ว่าจะเป็นตัวตัดสินแชมป์ และคิดว่าทั้งสองทีมจะต้องสู้กันมันหยด ซึ่งนั่นก็จริงส่วนหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วหากเรามองไปถึงโปรแกรมหลังจากนี้อีก 7 เกมของทั้งสองทีมเราจะรู้เลยว่า การเจอกันของทั้งสองทีมในเกมนี้ แรงกดดันมันจะไปถมทางลิเวอร์พูลเป็นส่วนใหญ่ และบางครั้งก็อาจจะเป็นสิ่งที่กำหนดรูปแบบการเล่น และเป้าหมายของทั้งสองทีมในเกมนี้

โปรแกรม 7 เกมหลังเกมนี้ของทีมเรือใบเป็นการเจอกับ วูล์ฟ, ไบร์ทตัน, วัตฟอร์ด, ลีดส์, นิวคาสเซิล, เวสต์แฮม, และแอสตัล วัลล่า โดยเป็นการเล่นในบ้าน 4 และนอกบ้าน 3 ทั้ง 7 เกมของเรือใบไม่ต้องเจอกับทีมในท็อป 4 เลย นั่นหมายความว่าหากแมนซิตีกำหนดเป้าหมายของการเล่นเกมนี้ว่าแค่ไม่แพ้หงส์แดง พวกเขาก็จะได้เปรียบทั้งจำนวนแต้มที่มากกว่า และตารางโปรแกรมที่ดูเบากว่าหงส์แดง แน่นอนว่าพวกเขามีประสบการณ์แล้วในปี 2018-2019 ที่เบียดหงส์คว้าแชมป์เพียง 1 แต้ม

ส่วนหงส์แดงนั้นโปรแกรม 7 เกมต่อไปของพวกเขา ต้องเจองานหนักต่อเนื่องทั้งแมนยูฯ เอฟเวอร์ตัน และสเปอร์ส ที่ดาหน้าเข้าหงส์แดงหลังศึกหนักกับเรือใบ ซึ่งแต่ละทีมที่เจอนั้นต่างมีเป้าหมายภารกิจที่สำคัญชนิดมาสู้สุดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเอฟเวอร์ตันที่ต้องลุ้นหนีตกชั้นสุดชีวิต เช่นเดียวกับสเปอร์สและแมนยู ที่ต้องแย่งพื้นที่ยุโรปกันนัวเนีย คู่แข่งอย่างวูล์ฟ นิวคาสเซิล และวิลล่า ก็ไม่เคยเป็นงานง่ายสำหรับหงส์แดงเลย ดังนั้นโจทย์ของหงส์แดงคือ อย่างแย่ที่สุดต้องไม่แพ้ และอย่างดีที่สุดต้องชนะให้ได้

ผลการแข่งขันในเกมนี้จึงสำคัญกับลิเวอร์พูลมากกว่า ในฐานะที่เสียเปรียบทั้งแต้มและโปรแกรมที่เหลืออยู่ พวกเขาต้องหาจุดเปลี่ยนที่จะสร้างกำลังใจจากเกมนี้ให้ได้ แน่นอนว่าทั้งสองทีมต่างก็ต้องโฟกัสเกมต่อเกม โดยไม่เอามันมาใส่หัวในการลงเล่น แต่เชื่อเถอะว่า ผลการแข่งขันเกมนี้ มันสัมพันธ์กับโอกาสที่จะได้แชมป์ในบั้นปลายอย่างแน่นอน

นัดตัดสินแชมป์หรือไม่

หลายฝ่ายเชื่อว่าหากเกมนี้มีผลแพ้ชนะ ก็เป็นไปได้มากที่เกมนี้จะเป็นเกมตัดสินแชมป์ ล่าสุดบริษัท นีลเซ่น เกรสโนต ได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์โอกาสเป็นแชมป์ของทั้งสองทีมจากผลการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น โดยมีการนำเอาโปรแกรมหลังแข่งเกมนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่าโปรแกรมต่อไปมันสำคัญขนาดไหน

โดยเปอร์เซ็นต์บอกว่า ก่อนลงสนามพบกับลิเวอร์พูลนั้น “เรือใบ” มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยตัวเลข61%

ส่วนลิเวอร์พูลโอกาสคว้าแชมป์ 39% แต่หากเรือใบชนะพวกเขามีโอกาสเข้าป้ายแชมป์ถึง 86% ขณะที่หงส์แดงหากชนะโอกาสคว้าแชมป์ก็ยังอยู่แค่ 68% เท่านั้น ขณะที่หากเสมอกันหงส์แดงจะมีโอกาสคว้าแชมป์ที่ 37%

อย่างไรก็ตามครับโปรแกรมชื่อชั้นความยากง่ายของทีมจะทั้งสองจะเจอหลังจบเกมนี้ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ขึ้นชื่อว่าอนาคตอะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิดอยู่แล้ว การตามหลังแมนซิตีถึง 14 แต้มแล้วกลับมาลีลุ้นเบียดได้ในโค้งสุดท้าย กำลังใจและโมเมนตัมของทีมหงส์แดง ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ประเมินไม่ได้ และอาการที่ชอบพลาดให้กับทีมที่อ่อนกว่าของซิตีในปีนี้ก็เป็นอะไรที่ประเมินได้ยากเช่นกัน

เฮดทูเฮดที่อาจทำให้ปวดเฮด

ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร มันมักจะซ่อนเหตุผลอะไรสักอย่างไว้เสมอ เราคงไม่เอาสถิติการเจอกันตลอดการของทั้งสองทีมมาบอกคุณเพราะนั่นอาจจะบอกอะไรที่กว้างเกินไป แต่สถิติการเจอกันของเป็บและคลอปป์ โดยเฉพาะในเวทีพรีเมียร์ลีกอาจจะบอกอะไรเราได้ก่อนเกมนี้

ถ้าเราเอาสถิติการพบกันของเป๊บกับคลอปป์มากางดูจะพบว่าทั้งคู่ห่ำหั่นกันมาแล้ว 22 เกม รวมทุกรายการทุกลีก และต่างฝ่ายต่างชนะกันคนละ 9 เกม และเสมอกันไป 4 ครั้ง ทีมของเป็บยิงได้ 41 ขณะที่ทีมของคลอปป์ยิงได้ 37 ประตู ในภาพรวมของทั้งคู่จึงสูสีและคาดเดาได้ยากมาก แต่จากจำนวนประตูที่ทั้งสองทีมทำรวมกันกว่า 78 ประตู นั้นมีค่าเฉี่ยต่อเกมถึง 3.5 ประตู มันบ่งบอกว่าคู่นี้เจอกันเมื่อไหร่ ใส่กันไม่ยั้ง

แต่แม้จะสูสีกันขนาดไหนมันก็มีสถิติที่บ่งบอกอีกว่า หากเจอกันเฉพาะในเวทีพีเมียร์ลีก ผลที่ดีมักจะตกเป็นของเป็บ เพราะจากการเจอกันในพรีเมียร์ลีกทั้ง 11 ครั้งที่ผ่านมาของทั้งคู่ปรากฏว่า เป็บที่เอาชนะคลอปป์ในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 6 ครั้ง ส่วนคลอป์ชนะไปเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แต่ก็อาจจะมองได้ว่าชัยชนะส่วนใหญ่ของเป๊บเกิดขึ้นในยุค 3-4 ฤดูกาลแรกที่คลอปป์เข้ามาทำงาน ซึ่งสภาพขุมกำลังของคลอปป์อาจดูเป็นรองบ้าง

อีกหนึ่งสถิติในพรีเมียร์ลีกที่เด็กหงส์น่าจะไม่ชอบคือ การไปเยือนถิ่นเรือใบตลอด 5 ครั้งหลังสุดที่ผ่านมาหงส์แดงไม่สามารถทีมของเป๊บได้เลย แพ้ไปถึง 3 และเสมอ 2 หากจะมองในมุมที่เป็นบวกกับหงส์แดงก็อาจจะมองได้ว่า ในช่วง 4 เกมหลังสุดที่เจอกันทั้งในและนอกบ้าน ผลงานค่อนข้างสูสี ชนะคนละ 1 และเสมออีก 2 เกม ซึ่งเป็น 2 เกมล่าสุดทั้งสองทีมไม่สามารถเอาชนะกันได้เลย เสมอกันมาสองเกมติดต่อกันแล้ว

ข้อได้เปรียบเดียวของหงส์แดง

แชมป์แรกของปี

โมเมนตัม อาจจะเป็นอะไรที่นามธรรมมาก แต่เราอาจจะบอกได้ว่า ข้อได้เปรียบเดียวของลิเวอร์พูลที่มีเหนือแมนซิตีตอนนี้ก็คือโมเมนตัม ความโน้มเอียง บรรยากาศ และสภาพจิตใจก่อนแข่ง ของหงส์แดงมันดูดีกว่าแมนซิตีนิดหน่อย เนื่องจากผลงานที่ผ่านมาในช่วงหลังปีใหม่ของหงส์แดงมันช่วยในการปลุกใจของพวกเขาให้เกิดแรงผลักดันมากขึ้นในการลุ้นแย่งแชมป์กับเรือใบ

การชนะ 10 เกมรวด การไล่จี้จาก 14 เหลือ 1 แต้ม การที่ผลงานทั้งเกมรุกและรับของหงส์แดงในช่วง 10 เกมที่ผ่านมา และรวมถึงการคว้าแชมป์ลีกคัพ เหล่านี้ทำให้สภาพแวดล้อมมวลรวมของหงส์แดงมันก่อเกิดเป็นบรรยากาศที่ดีก่อนเกมนี้ หรือพูดง่าย ๆ ว่าไม่ว่าผลการแข่งขันเกมนี้จะเป็นอย่างไร หงส์แดงก็ยังจะมุ่งมั่นต่อไปแน่นอน เพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาทำมาตลอด และไม่ต้องคิดเลยว่าหากพวกเขาชนะ พวกเขาจะบ้าคลั่งกันขนาดไหนในเกมต่อไป