4 ประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมนัดชิงเอฟเอคัพของหงส์แดง

วันเสาร์นี้เวลา 22.45 นาที ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมลุ้นแชมป์บอลถ้วยภายในประเทศถ้วยที่สองอย่างเอฟเอคัพ โดยโคจรมาพบกับคู่ปรับเดิมที่เคยเจอกันในนัดชิงคาราบาวคัพอย่างเชลซี และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจของเกมนี้ที่เรานำมาฝากกัน

แรงจูงใจของทั้งสองทีม

สิ่งที่จะทำให้เกมคืนนี้มีความหมายมากสำหรับทั้งสองทีมก็คือ แรงจูงใจ ของทั้งสองทีม โดยเฉพาะในฝั่งเชลซี โธมัส ทูเคิล เคยพาทีมเชลซีประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ UCL เมื่อฤดูกาลก่อน และยังเข้าชิงรายการนี้ด้วยก่อนที่จะแพ้เลสเตอร์ในนัดชิง นี่จึงเป็นการเข้าชิงครั้งที่สองติดต่อกันของเจ้าตัว

ปีนี้ทูเคิลและเชลซีเหมือนทีมที่ขึ้นรถไฟเหาะ ช่วงต้นซีซั่นพวกเขาเล่นได้ดีเยี่ยมนำเป็นจ่าฝูงจนใคร ๆ คิดว่าบางทีพวกเขาอาจจะนำม้วนเดียวจบ แต่ทั้งปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บ และปัญหาของสโมสร ไหนจะมีเรื่องของลูกากูที่สโมสรยอมควักเงินกว่าร้อยล้านปอนด์ซื้อมาแต่ทำผลงานได้ไม่ดี แถมยังออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงลบกับสโมสรอีก

ถึงแม้จะเจอปัญหาหนัก แต่พวกเขาก็ยังพาทีมผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ UCL และอันดับในตารางลีกปีนี้ ก็คงไม่พลาดการไปลุย UCL ปีหน้า สิ่งที่จะเยียวยาฤดูกาลอันโลดโพนและโชคร้ายของพวกเขาได้คงหนีไม่พ้นการคว้าแชมป์ให้ได้สักใบติดไม้ติดมือ และหากถ้วยนั้นเป็นเอฟเอคัพที่พวกเขาเคยพลาดเมื่อปีที่แล้ว และยิ่งเป็นการชนะลิเวอร์พูลที่เคยชนะพวกเขาในลีกคัพ ก็น่าจะพอเยียวยาหัวใจของพวกเขาได้ไม่มากก็น้อย

หันกลับมาที่หงส์แดง พวกเขาเองก็มีฤดูกาลที่โลดโผนเช่นกัน เพียงแต่มันโลดโผนคนละอย่างกับเชลซี ปีนี้พวกเขาเร่งเครื่องหลังปีใหม่ทำผลงานทะลุเป้า ตั้งแต่คว้าแชมป์ลีกคัพ พาตัวเองจากตามหลังซิตี 14 แต้ม มาลุ้นแย่งแชมป์ลีกได้จนถึงโค้งสุดท้าย และเข้าชิง UCL สมัยที่ 7 และการเข้าชิงเอฟเอคัพ ก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่ลุ้น 4 แชมป์อย่างเป็นทางการ

นับตั้งแต่คลอปป์มาทำทีมเกือบ 7 ปี หงส์แดงกวาดมาแล้วทุกแชมป์ทุกสถาบัน ทุกระดับ จนถึงวินาทีนี้พวกเขายังไม่ได้แชมป์เดียวคือเอฟเอคัพ พอหันมองไปที่รายการพรีเมียร์ลีก แม้ในทางทฤษฎีจะยังมีโอกาสกับสองเกมที่เหลือที่ตามหลังซิตีอยู่ 3 แต้ม แต่ในความเป็นจริงโอกาสของพวกเขามีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะทั้งหมดต้องลุ้นให้แมนซิตีพลาดทั้งสองเกมที่เหลือ

พรีเมียร์ลีกที่ริบหรี่ และ UCL ที่เจอของแข็งอย่างมาดริด พวกเขาจะพาฤดูกาลที่ได้ชื่อว่าลุ้น 4 แชมป์ครั้งแรกของเกาะอังกฤษด้วยการจบเพียงถ้วยเล็ก ๆ อย่างคาราบาวคัพ อย่างนั้นหรือ ไม่ใช่แน่นอน การได้แชมป์เอฟเอคัพ อย่างน้อยจะช่วยยกภูเขาที่ชื่อว่าความคาดหวังออกจากอกของพวกเขาได้ ให้รู้สึกว่าฤดูกาลอันวิเศษนี้ได้รับสิ่งตอบแทนสมเนื้อสมน้ำแล้ว แต่นั่นแหละ จะมีเพียง 1 ทีมเท่านั้นที่บรรลุเป้าประสงค์ของแรงจูงใจนี้

ลูกทีมของคลอปป์

ลิเวอร์พูลเคยเข้าชิงเอฟเอคัพครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 โดยคู่ชิงในปีนั้นก็คือเชลซีนั่นเองและหงส์แดงก็พลาดแชมป์ครั้งนั้นไป หนล่าสุดที่หงส์แดงได้แชมป์เอฟเอก็คือปี 2006 ที่เข้าชิงกับเวสต์แฮมและเอาชนะในการดวลจุดโทษหลังเสมอกันในเวลา 3-3 ดังนั้นลูกทีมของคลอปป์และตัวคลอปป์เองจะถือว่านี่เป็นการเข้าชิงเอฟเอคัพครั้งแรกของพวกเขา มีเพียง เจมส์ มิลเนอร์ กับ ช่างเชื่อมสองคนเท่านั้นที่เคยได้สัมผัสแชมป์ เอฟเอคัพ ในสมัยค้าแข้งกับแมนซิตีและอาร์เซนอล

เอฟเอคัพนัดนี้ยังสำคัญมากกับติอาโกด้วย ในเกมนัดชิงลีกคัพครั้งก่อน เขามีรายชื่อลงเป็น 11 ตัวจริง แต่ดันมาเกิดอาการบาดเจ็บตอนซ้อมก่อนลงแข่งไม่กี่นาที ทำให้เขาพลาดการลงสนามช่วยทีมและเราก็ได้เห็นภาพที่เขานั่งร้องไห้อยู่บนเก้าอี้สำรองได้ เกมนี้ติอาโกได้พักมาบ้างจากเกมลีกนัดก่อน และฟิตพร้อมลงช่วยทีม การประสบความสำเร็จกับทีมคือเป้าหมายสูงสุดของเขา

ซาดิโอ มาเน่ ที่กำลังทำผลงานได้ดีกับตำแหน่งหน้าเป้า เขาเป็นนักเตะหงส์แดงในชุดนี้ที่ทำประตูใส่เชลซีมากที่สุด 6 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูล และในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีนักเตะคนไหนทำได้มากกว่าเขาเลย เกมนี้มาเน่จะแผลงฤทธิ์ได้หรือไม่

คลอปป์กับทูเคิล

สองกุนซือเยอรมันที่ต้องมาห่ำหั่นกันในเวทีพรีเมียร์ลีกเพื่อไล่ล่าความสำเร็จ โคจรมาพบกันในรอบชิงบอลถ้วย 2 ถ้วยของอังกฤษในปีเดียวกัน นับเป็นครั้งแรกที่เกิดปรากฎการณ์อย่างนี้ ปีนี้ทั้งคู่พบกันมา 3 ครั้งแล้ว ในลีก 2 เกมจบลงด้วยผลเสมอกัน เสมอขนาดที่ว่าเสมอทั้งในครึ่งแรกและจบเกมทั้งสามเกม ก็เป็นเครื่องยืนยันเป็นอย่างดีว่าสองคนนี้สูทีขนาดไหน เรื่องทันกัน และเรื่องแก้ทางกันนั้นไม่แพ้กันแน่นอน

หันมาดูความพร้อมของทั้งสองทีม หลังบดบี้เกมพรีเมียร์ลีกในช่วงกลางสัปดาห์มา ทั้งคู่ต้องเจอกับข่าวร้ายเช่นเดียวกันคือ ลิเวอร์พูลต้องเสียฟาบิญโญ่กองกลางตัวรับคนสำคัญของทีมจากอาการบาดเจ็บในนาทีที่ 30 ของเกม ขณะที่เชลซีก็ต้องเสียโควาซิส กองกลางคนสำคัญของทีมจากอาการบาดเจ็บในนาทีที่ 30 ของเกมเหมือนกัน อะไรมันจะขนาดนั้น

ในแง่ของความพร้อมของตัวผู้เล่น ดูเหมือนว่าคลอปป์จะได้พักงานนักเตะมากกว่าเชลซีนิดนึง เพราะพักตัวหลักอย่างโรเบิร์ตสัน ได้พักเต็ม ๆ ซาลาห์ ติอาโก ก็ได้พัก ทำให้พร้อมสุด ๆ ในการเจอกับเชลซีหนนี้

ที่น่าสนใจก็คือหนนี้การจัดตัวผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูคงจะไม่ใช่ปัญหาของทูเคิลอีกแล้ว เพราะเจ้าตัวตัดสินใจส่งเมนดีลงเล่นมาตั้งแต่รอบก่อน ๆ เพื่อตัดปัญหาดรามาแบบเกมที่แล้ว ดังนั้นเกมนี้หากมีการดวลกันถึงลูกโทษเชื่อว่าทูเคิลคงจะมอบหมายให้เมนดีรับหน้าที่ต่อไปเลย

ข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจ

แชมป์แรกของปี

นี่เป็นครั้งที่สองเท่านั้นที่มีคู่ชิงรายการลีกคัพและเอฟเอคัพเป็นคู่เดียวกัน ครั้งแรกคือปี 1992-1993  โน่นเป็นอาร์เซนอลที่เอาชนะเชฟฟิลด์ ไปในทั้งสองถ้วย สำหรับรอบนี้หงส์แดงเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในถ้วยลีกคัพมาก่อน

ลิเวอร์พูลมีโอกาสคว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศได้ 2 ถ้วยในหนึ่งฤดูกาลเป็นครั้งที่สองต่อจากปี 2000-2001 ที่ปีนั้นหงส์แดงได้แชมป์ยูโรป้าลีกด้วย เป็นทริปเปิลแชมป์

หงส์แดงกับเชลซีพบกันเป็นครั้งที่ 4 ในฤดูกาลโดยในเกมลีกทั้งสองจบลงที่ผลเสมอ และในรายการลีกคัพเองก็เสมอกันในเวลา ก่อนที่หงส์แดงจะชนะในช่วงดวลจุดโทษ หากเกมนี้ทั้งสองเสมอกันในเวลาอีก จะกลายเป็นทีมที่พบกันแล้วเสมอกันกัน 4 ครั้งรวดใน 1 ฤดูกาลต่อจาก อาร์เซนอลกับเชลซีเมื่อปี 2017-2018

เชลชีกับหงส์แดงเคยเจอกันนัดชิงเอฟเอคัพเพียงหนเดียวคือในปี 2012 ซึ่งเป็นเชลซีที่เอาชนะไปได้ เชลซีได้ถ้วยนี้ไป 16 ครั้ง ส่วนหงส์แดงได้ไป 15 ครั้ง ตามหลังแมนยู (20) และอารเซนอล (21)

คลอปป์กลายเป็นผู้จัดการทีมคนที่สองที่สามารถพาหงส์แดงเข้าชิงครบทั้ง 4 ถ้วยในและนอกประเทศ ลีกคัพ เอฟเอคัพ ยูโรป้า คัพ และ แชมเปียนส์ลีก ต่อจากบ็อบ เพลสลีย์