โมเมนท์สำคัญของ 43 นักเตะผู้มีส่วนร่วมกับสองถ้วยแชมป์ในประเทศ

เป็นธรรมดาที่การแข่งขันบอลถ้วยนั้น โมเมนท์สำคัญมักจะถูกพูดถึงในรอบชิงซะเป็นส่วนใหญ่ ใครได้ลงเล่นนัดชิงบ้าง ใครเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์ รายละเอียดของเหตุการณ์ในนัดชิงมักจะถูกพูดถึงมากกว่า จนหลายครั้งเราหลงลืมไปว่า กว่าจะเดินทางไปถึงนัดชิงได้นั้น มันมีใครบ้างที่มีส่วนสำคัญไม่แพ้กันในการพาทีมเข้าสู่รอบชิง เพียงแต่พวกเขาอาจไม่มีโอกาสได้ลงเล่นนัดชิงแค่นั้นเอง

มันจึงไม่แปลกที่หลังการฉลองแชมป์เราจะเห็นว่าคลอปป์เรียกคนโน้นคนนั้นมาชูถ้วย มาถ่ายรูปด้วย เพื่อให้เขารู้สึกว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของทีม หรือแม้แต่กัปตันเฮนโด้ที่เราจะเห็นบ่อย ๆ ว่าเขาจะพยายามเอาถ้วยแชมป์ไปให้นักเตะคนนั้นคนนี้ที่มีส่วนช่วยพาทีมเข้าชิงแต่ไม่ได้เล่นนัดชิงให้ชูถ้วย

ทั้งหมดคือการทำให้แฟนบอลอย่างเราเห็นว่า โปรดอย่าลืมพวกเขา แชมป์ทั้งสองที่ได้มามันเป็นแชมป์ที่ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยลิเวอร์พูลใช้ตัวผู้เล่นในสองรายการนี้รวมกันถึง 43 คน ดังนั้นทั้ง 43 คนนี้คือผู้มีส่วนร่วมกับทั้งสองรายการนี้ วันนี้ผมก็เลยพยายามจะรวบรวมโมเมนท์สำคัญของนักเตะแต่ละคนที่น่าจดจำในรายการทั้งสองนี้มาให้เราได้ระลึกถึงกัน

แกงค์เยาวรุ่นหงส์

เป็นสองรายการที่คลอปป์เองก็ตั้งใจให้เป็นเวทีอัพสกิลของเยาวชนหงส์แดงกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะในรอบแรก ๆ ที่คู่แข่งอาจจะยังไม่หนักมากนักคลอปป์ก็จะเลือกโรเตชั่นเอาเด็กเยาวชนจากอคาเดมีลงมาเล่นประจำ โดยนักเตะเยาวชนที่ถูกเรียกมาติดทีมจากสองรายการนี้มีทั้งหมด 15 คน ประกอบไปด้วย Bradley, Dixon-Bonner, Morton, Norris, Koumetio, Gordon, Frauendorfat, Woltman, Mabaya, Balagizi, Beck, Pitaluga, Hughes, Blair, Quansah

โดยมีเพียง Mabaya, Balagizi, Pitaluga, Hughes และ Quansah เท่านั้นที่ไม่ได้ลงสัมผัสพื้นสนามเหมือนเพื่อน ๆ แต่อย่างน้อยก็ได้ลงซ้อมและมีชื่อเป็นตัวสำรองของทีม โดยนักเตะหลาย ๆ คนที่ได้ลงสนามก็ได้รับคำชื่นชมจากคลอปป์ไม่ว่าจะเป็น กอร์ดอน, มอร์ตัน, แบรดลีย์, เบค รวมถึงคูเมติโอด้วย

อดีตเด็กหงส์

แนท ฟิลิปป์และ เนโก วิลเลียมส์ คืออดีตนักเตะหงส์แดงที่มีส่วนร่วมกับสองถ้วยรางวัลนี้ ทั้งสองคนได้ลงเล่นในรายการคาราบาวคัพทั้งคู่ ฟิลิปป์ได้ลงเล่น 45 นาทีในเกมที่หงส์แดงชนะเปรสตัน 0-2 เช่นเดียวกับเนโก ที่ได้ลงเล่นในเกมคาราบาวถึง 4 เกม เป็นตัวจริง 2 เกมในเกมกับเปรสตัน ที่เขาทำแอสซิตส์ได้ด้วย และเกมที่เสมอเลสเตอร์ 3-3

ผู้รักษาประตู

อาเดรียนถูกดรอปมาเป็นผู้รักษาประตูมือสามของทีม ทำให้โอกาสลงเล่นแทบไม่มี แต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตได้ในเกมชนะเปรสตัน 0-2 เป็นผู้รักษาประตูคนเดียวของหงส์แดงที่ไม่เสียประตูเลย เพราะลงเล่นเกมเดียว

ขณะที่ผู้รักษาประตูมือ 1 และ 2 ของทีมต่างมีช่วงโมเมนท์ที่น่าประทับใจ เคเลเฮอร์ นั้นโดดเด่นอย่างมากในเกมลีกคัพที่เจ้าตัวได้ลงเล่นเป็นตัวจริงถึง 4 เกม ได้ดวลจุดโทษถึง 2 ครั้งคือเกมกับเลสเตอร์ที่เขาเองก็เซฟช่วยทีมหลายลูก และที่น่าประทับใจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นนัดชิงกับเชลซีที่ต้องดวลกันถึงลูกสุดท้ายที่เขาออกมาสังหารจุดโทษเข้า ก่อนที่เกป้าจะยิงพลาด ในเกมเอฟเอคัพเองเขาก็ได้ลงช่วยทีมถึง 2 เกมเช่นกัน

ส่วนพ่อหมีของเราก็ลงเล่นสลับกับเคเลเฮอร์อยู่บ้าง จนรอบลึก ๆ ของเอฟเอคัพ คลอปป์ก็เลือกใช้เขาเป็นตัวหลัก และแน่นอนว่าช่วงเวลาพิเศษของอลิสซงก็เกิดขึ้นในเกมนัดชิงเช่นเดียวกัน ระหว่างเกมเขาเซฟลูกสำคัญ ๆ ช่วยให้หงส์แดงไม่เสียประตูได้เยอะมาก และการเซฟลูกยิงของเมาส์ ก็ช่วยดับฝันของเชลซีก่อนที่ซิมิกาสจะมาสานฝันของหงส์แดงต่อ

กองหลัง

7 แนวรับของหงส์แดงต่างได้ลงเล่นในสองถ้วยนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน โจ โกเมส เป็นกองหลังเพียงคนเดียวในจำนวนทั้ง 7 คนนี้ที่ไม่มีส่วนกับเกมนัดชิงทั้งสองเกมเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า 3 เกมในลีกคัพและ 2 เกมในเอฟเอคัพ ของเขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมมาก

สำหรับ โจเอล มาติป เขามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับผลงานยืนคู่กับฟานไดจ์คในพรีเมียร์ลีก เขาเป็นนักเตะตัวหลักในรายการลีกคัพที่ลงไป 4 เกม รวมถึงนัดชิงด้วย เดิมทีเขาไม่มีส่วนกับเกมเอฟเอคัพเลย ไม่ได้ลงสนามสักนาที แต่ในนัดชิงตอนที่ฟานไดจ์คเจ็บและต้องเปลี่ยนตัวออกในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เป็นมาติปที่ได้โอกาสลงมาช่วยประคองทีมให้ผ่านช่วงเวลาสำคัญไปได้

แบ็กซ้าย-ขวา ตัวจริงของทีมอย่างโรเบิร์ตสันและเทรนท์-อาร์โนล์ดเองก็มีส่วนร่วมกับถ้วยทั้งสองถ้วยอย่างมาก แม้จะลงเล่นอย่างหนักในถ้วยอื่น ๆ ก็ตาม ทั้งสองคนทำแอสซิสต์ในสองรายการนี้รวมกันคนละ 3 แอสซิสต์ ขณะที่พี่ใหญ่อย่างฟานไดจ์คนั้นเป็นกำลังหลักให้ทีมเสมอ โดยเฉพาะในเกมใหญ่ ๆ อย่างการล้มอาร์เซนอล การโค่นแมนซิตี ก็ได้การบัญชาการของเขาในการป้องกันแนวรับของหงส์แดงไว้ได้

ไฮไลท์ของรายการนี้คงต้องยกให้สองผู้เล่นหน้าใหม่ของทีมอย่าง โกนาเต และแบ็กซ้ายสำรองอย่างซิมิกาสที่มีส่วนช่วยทีมมาตลอดทั้งสองรายการ โดยซิมิกาสทำแอสซิสต์ได้ทั้งสองราย รายการละ 1 ลูก ลูกสำคัญคือ การแอสซิสต์ให้โจตายิงประตูใส่ฟอเรสในนาทีที่ 78 เป็นประตูชัยให้หงส์แดงได้เข้าชิง ส่วนอีกโมเมนท์สำคัญก็คือการขอโอกาสยิงจุดโทษเป็นคนที่ 7 และสามารถเผด็จศึกเชลซีได้ จนได้ฉายาว่า “กรีกสเกาเซอร์” แม้เจ้าตัวอยากให้เรียกว่า “สเกาเซอร์ชาวกรีก” ก็ตาม

สำหรับอิบู หรือ โกนาเต้ สองเวทีนี้คือเวทีของเขาโดยแท้ เป็นตัวจริง 3 เกมในลีกคัพ และเป็นสำรองในนัดชิงแทนมาติปในช่วงต่อเวลาพิเศษกับเชลซี เป็นนักเตะคนที่ 10 ในการยิงจุดโทษเข้าก่อนที่จะมาถึงวินาทีปาฎิหาริย์ของเคเลเฮอร์ ในเวทีเอฟเอคัพเขาลงเล่นเป็นตัวจริงครบทุกเกม และสามารถทำประตูได้ด้วย 1 ประตูในรายการนี้ สองรายการนี้ยังช่วยให้เขาได้ยินคู่ฟานไดจ์คเพิ่มขึ้นอีก โดยไม่ต้องสงสัยว่าฤดูกาลหน้าเขาจะก้าวขึ้นมายืนคู่ฟานไดจ์คอย่างผ่าเผยในลีกได้แน่ๆ

แดนกลาง

เช่นเดียวกับแดนหลัง 7 นักเตะในแดนกลางต่างก็ได้รับโอกาสลงเล่น และทำผลงานได้น่าประทับใจกันถ้วนหน้า กัปตันทีมอย่างเฮนเดอร์สัน เป็นตัวหลักของทีมในทั้งสองเกมนัดชิง แม้จะไม่ได้อยู่จนดวลจุดโทษ แต่ก็อยู่จนชูถ้วยทั้งสองครั้ง แถมยังเป็นคนที่คอยเอาถ้วยแชมป์ไปให้คนโน้นคนนี้ชูอีก ส่วนเจ้าตัวก็ทำสถิติเป็นกัปตันทีมคนแรกที่คว้า 6 แชมป์แบบไม่ซ้ำกัน

ฟาบิญโญ่ ลงเล่นแบบครึ่ง ๆ ทั้งสองรายการคือรายการละ 3 เกม แต่ลงตัวจริงทุกเกม ทำได้สองประตูในเกมชูวร์บริวรี ในรายการเอฟเอคัพ เป็นส่วนช่วยให้หงส์แดงคว้าแชมป์ลีกคัพในนัดชิงที่เล่นตลอด 120 นาทีและดวลจุดโทษ แม้ในเกมเอฟเอคัพเจ้าตัวจะไม่ได้ลงเล่นนัดชิง แต่ก็เป็นกำลังหลักในการพาหงส์แดงคว่ำเรือใบมาได้

เคอติส โจนส์ กับ ช่างเชื่อม เป็นสองกองกลางที่ไม่มีส่วนร่วมในนัดชิงทั้งสองเกม แต่จะบอกว่าหากไม่มีพวกเขาที่ช่วยกรุยทางมาตั้งแต่รอบแรก ๆ ที่ยังเจอกับทีมไม่หนัก หงส์แดงก็คงมาไม่ถึงฝั่งแน่นอน โจนส์ ที่ยังไม่ค่อยสม่ำเสมอ ก็ได้สองเวทีนี้ในการเรียกความฟิตและซ้อมเท้ารอโอกาสจากคลอปป์เสมอ ขณะที่ช่างเชื่อม ที่อนาคตเริ่มไม่แน่นอนกับหงส์แดงแล้วนั้น เขาเองก็ได้โอกาสลงเล่นเรื่อย ๆ ในเกมบอลถ้วยให้ยังพอมีชั่วโมงเล่นกับเขาบ้าง และเขาก็ทำได้ไม่เลวในรายการลีกคัพที่ยิง 1 แอสซิสต์ได้อีก 1

ฮาวี เอเลียตต์ ไอ้จุกของเรา น่าจะเป็นนักเตะที่น่าเห็นใจที่สุดในรายการนี้ เพราะหากไม่เจ็บ สองรายการนี้จะเป็นเวทีของเขาแน่นอน การได้ตำแหน่งใหม่และทำผลงานได้ดี ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจากคลอปป์มากในช่วงต้นฤดูกาล เป็นคีย์แมนหลักของทีมในบอลลีกคัพ และมีโอกาสได้เล่นในเกมนัดชิงด้วย โดยลงมาแทนกัปตันในนาทีที่ 79 และยิงจุดโทษคนที่ 9 ในรายการเอฟเอคัพเขาก็ยังทำประตูสุดสวยในการเจอกับคาร์ดิฟฟ์อีกด้วย

นาบี เกอิตา ไม่ว่าผลงานจะดุ่ม ๆ ดอน ๆ ขนาดไหน เขาคือนักเตะที่ถูกเลือกให้ลงตัวจริงในนัดชิงทั้งสองเกม และเขาเองก็ทำผลงานได้ดีทั้งสองเกมเช่นกัน แม้จะไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดหรือคนแอสซิสต์ก็ตาม ขณะที่ติอาโก นักเตะที่ผิดหวังจนต้องร้องไห้ในเกมนัดชิงลีกคัพเขากลับมาเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมได้แชมป์เอฟเอคัพ และสร้างโมเมนท์ที่น่าประทับใจหลายอย่าง เช่น การถ่ายรูปคู่กับซาลาห์หลังเกม

ส่วนท่านรองเจมส์ หัวหมู่ทะลวงฟันของเรา แม้จะลงมาเป็นสำรองซะส่วนใหญ่ แต่ก็ทำได้ 1 แอสซิตส์ ในเกมเจอกับเลสเตอร์ ซึ่งเป็นแอสซิสต์สำคัญให้หงส์แดงตีเสมอเลสเตอร์ได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่ 90+4   และอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของเขาที่หลายคนอาจมองข้ามไปคือ เขาจะถูกวางให้เป็นคนยิงจุดโทษคนแรกเสมอทั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้น คือ ในเกมกับเลสเตอร์ และนัดชิงกับเชลซีทั้งสองเกม ถือว่าเป็นตัวเปิดสำคัญที่ทำให้นักเตะคนอื่น ๆ ยิงได้อย่างสบายขึ้น

แดนหน้า

เช่นเดียวกับแดนหลัง แดนกลาง 7 ประจัญบานแดนหน้าของหงส์แดงต่างก็มีส่วนอย่างมากในการไล่ล่าสองแชมป์สำคัญนี้ ซาลาห์ ดูเหมือนจะเป็นกองหน้าที่มีส่วนร่วมน้อยที่สุด จึงไม่แปลกที่ตอนชูถ้วยพอมาถึงลำดับเขา เขาจะไม่อยากชูมันมากเท่าไหร่ ก่อนที่ฟานไดจ์คจะยืนถ้วยมาให้คืนแล้วให้เขาชูมันหน่อย เพราะแม้ซาลาห์จะมีส่วนร่วมน้อย แต่ก็เป็นน้อยที่มหาศาลอยู่เพราะเขาอยู่ในนัดชิงทั้งสองเกมและเกมสำคัญในการล้มเรือใบ

ลีกคัพแอสซิตส์ 1 เอฟเอคัพยิงประตู 1 คือผลงานที่น่าประทับใจของฟีร์มิโน่ที่ปีนี้ฟอร์มในลีกอาจจะไม่ปัง แต่ในบอลถ้วยโดยเฉพาะในลีกคัพเขาเป็นตัวหลักมาตั้งแต่รอบแรก ๆ ในเกมนัดชิงกับเชลซีที่ผ่านมาเขาเองก็มีส่วนกับการดวลจุดโทษในลูกที่ 3 ของทีม

มินามิโนะ โอริกี้ และ โจตา คือสามพระเอกที่ปิดทองหลังพระของทั้งสองรายการนี้ของจริง โดยเฉพาะในรายของมินามิโนะ เขาเป็นดาวซัลโวของทีมในทั้งสองรายการ ยิงรวมกันไป 7 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ แม้จะไม่ได้ลงเล่นนัดชิงเลยสักวินาที แต่เพื่อน ๆ และผู้จัดการทีมต่างก็ยกย่องเขา เขาจะเป็นคนแรก ๆ ที่เฮนเดอร์สันถือถ้วยไปให้ชูขึ้นในสนาม

ไม่ต่างจากโอริกี้ที่ทำไป 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ในรายการนี้ โอริกีได้ลงเล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษในเกมคาราบาวคัพ และยิงจุดโทษคนที่ 7 เช่นเดียวกับ ดิโอโก โจตา ที่ทำไป 5 ประตูจากสองรายการนี้เหมือนกัน และยังมีส่วนร่วมกับเกมนัดชิงทั้งสองนัด ในเกมแรกเขาลงช่วงท้ายเกมจนต่อเวลาและยิงจุดโทษคนที่ 6 ขณะที่เกมที่สองเขาลงเล่นแทนซาลาห์ตั้งแต่นาทีที่ 33 และอยู่จนถึงช่วงดวลจุดโทษคนที่ 6 เช่นกัน

ขณะที่หลุยส์ ดิอาช และมาเน่ คือนักเตะที่มีส่วนสำคัญกับนัดชิงของหงส์แดงอย่างมาก พวกเขาเป็นตัวหลักของทีม ดิอาช เข้ามาเติมเต็มการขาดหายไปของซาลาห์ และเราอาจพูดได้เต็มปากว่าหงส์แดงอาจไม่ได้โชว์ฟอร์มไฉไลทั้งสองเกมนัดชิงหากไม่มีดิอาช คอยวิ่งป่วนคู่ต่อสู้ให้ตลอด 90 นาที การได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำนัดชิงนี้นับว่าคู่ควรแล้ว

เช่นเดียวกับซาดิโอ มาเน่ แม้จะยิงจุดโทษลูกที่ 5 พลาดทำให้หงส์แดงต้องลุ้นหนัก แต่มาเน่คือคนสำคัญเสมอ พลังที่ไม่มีหมดของเขาช่วยทีมได้ทุกครั้ง และเด็กหงส์คงแปลกใจมากหาก 1 ใน 3 ของผู้เข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้ไม่มีชื่อเขา ทั้ง 43 คนที่ว่าล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จของถ้วยแชมป์ทั้งสองนี้ และควรค่าที่เราจะร่วมกันระลึกและจดจำพวกเขาไว้ด้วย