5 ประเด็นเกมหงส์แดงบุกแดนนักบุญ

เกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 37 นัดรองสุดท้ายของหงส์แดงต้องออกไปบุกแดนนักบุญ ในเกมที่หงส์แดงกลับมามีความหวังเรื่องการลุ้นแชมป์ลีกอีกครั้ง ทำให้เกมนี้มีความหมายและมีประเด็นที่ต้องพูดถึงกันหลายประเด็น

ความหวังหรือความพัง

หลังจากหงส์แดงชนะดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอคัพได้สำเร็จ หลายคนก็พุ่งตรงมาที่การแข่งขันของแมนซิตีที่มีโปรแกรมจะแข่งกับเวสต์แฮม 1 วันหลังจากหงส์แดงคว้าแชมป์ ที่ผลของการแข่งขันนัดนั้นจะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของหงส์แดงเหมือนกัน

กล่าวคือหากแมนซิตีชนะเวสต์แฮมได้ และต่อให้แมนซิตีแพ้ในเกมสุดท้ายกับวิลล่า หงส์แดงก็ต้องชนะทั้งสองเกมและอาจจะต้องยิงประตูคู่แข่งให้ได้รวมกันมากกว่า 10 ประตู ซึ่งโอกาสแบบนี้มันยากยิ่งกว่ายากในช่วงเวลาที่นักเตะหงส์แดงล้าเต็มประดา นั่นหมายความว่าหากซิตีชนะเวสต์แฮม หงส์จะวางแผนการเล่นที่เหลือง่ายมากคือ ปล่อยวางเกมลีกได้เต็มที่ และพักนักเตะตัวหลักไว้เจอกับมาดริดในนัดชิง UCL

แต่หลังจากแมนซิตีทำได้เพียงตีเสมอเวสต์แฮม 2-2 ทำให้มีแต้มนำหงส์แดง 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 เกม นั่นทำให้โอกาสของหงส์แดงเปิดกว้างขึ้นมาอีกครั้ง จากที่คิดว่าจะปล่อยวางหรือพักตัวนักเตะ มันทำให้คลอปป์จะต้องคิดหนักมากขึ้น แม้ว่าจะออกมาบอกว่าหนทางลุ้นแชมป์กับแมนซิตียังริบหรี่อยู่ก็ตาม

หลังจากนัดชิงเอฟเอคัพ สิ่งที่เราเห็นเหมือนกันคือบรรดานักเตะตัวหลักของหงส์แดงนั้นกรอบมากแล้ว ก่อนเกมเราเสียฟาบิญโญ่ไป และในระหว่างเกมเราเสียซาลาห์กับฟานไดจ์คไป ซึ่งจากอาการมันชัดเจนว่าเป็นผลพวงจากการลงเล่นหนักหน่วงต่อเนื่อง การเล่นกับนักบุญที่จะเล่นเกมในบ้านของตัวเองนัดสุดท้ายมันจึงไม่ใช่งานที่ง่าย แม้จะมีความหวังแต่หากดันทุรังเข็นนักเตะลงบู๊หนักก็อาจจะเป็นความพังได้เหมือนกัน

นักบุญไม่มีอะไรจะเสีย

แม้ทีมนักบุญจะมีผลงานย่ำแย่ในช่วงหลัง ไม่ชนะใครมา 4 เกมติด เป็นการแพ้ถึง 3 เกม และแพ้มา 2 เกมติดต่อกันแล้ว แต่ทีมนักบุญเวลานี้พวกเขาลอยตัวแล้ว ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว อยู่รอดปลอดภัยในลีก เพราะมีแต้มนำห่างลีดส์ อันดับ 17 ถึง 5 แต้ม ขณะที่ลีดส์เหลือโปรแกรมแข่งขันอีกเพียงแค่ 1 เกม โอกาสที่พวกเขาจะตกลงไปต่ำกว่าทีมยูงทองจึงเท่ากับ 0

แม้ไม่มีอะไรจะเสีย แต่พวกเขาก็มีแรงขับในการเล่นกับหงส์แดงเกมนี้ ถึง 2 อย่างด้วยกัน อย่างแรกเลย พวกเขาจะได้ลงเล่นในบ้านนัดสุดท้ายต่อหน้าแฟนบอล แน่นอนว่าพวกเขาอยากทำผลงานที่ดีส่งท้ายให้แฟนบอล แรงขับดันอย่างที่สองคือทีมคู่แข่งวันนี้ คือหงส์แดงที่กำลังลุ้นแชมป์ หากพวกเขาทำผลงานที่ดี ดับฟันลุ้นแชมป์หงส์แดงได้ นั่นจะเป็นรางวัลปลอบใจแฟนบอลส่งท้ายฤดูกาลที่ย่ำแย่ของพวกเขา

โชคชะตาของใคร

หลังจากโชคชะตาที่เวสต์แฮมหักสองแต้มของแมนซิตีให้หงส์แดง การลุ้นแชมป์ของทั้งสองทีมกลับมาสู่จุดเดิมหลังเกมที่ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 ที่เอติฮัด สเตเดียม คือ ซิตีจะนำหงส์แดง 1 แต้ม และฉากทัศน์ที่เด็กหงส์เคยวาดฟันไว้ว่า นัดสุดท้ายที่แมนซิตีจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของแอสตัน วิลลาของเจอร์ราร์ด จะเป็นเกมที่เด็กหงส์ได้ลุ้นเต็มที่

ฉากจบแบบในนิยาย หงส์แดงแซงปาดหน้านัดสุดท้าย และทีมที่ช่วยหงส์แดงได้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือทีมของเจอร์ราร์ด อดีตกับตันทีมหงส์แดง ซึ่งมีลูกทีมที่เป็นเด็กหงส์อีก 2 คน ได้แก่ คูติญโญ่ และ แดนนี อิงส์ หลายคนวาดฝันว่านี่คือสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วตั้งแต่ที่ริยาร์ด มาเรช ยิงจุดโทษไม่เข้าในเกมกับเวสต์แฮม เด็กหงส์คงอยากเห็นอะไรแบบว่า คูติญโญ่แอสซิสต์ให้อิงส์ทำประตูสำคัญใส่แมนซิตี อะไรแบบนั้น

แต่เราก็ต้องไม่ลืมว่า ตำนานอะไรแบบนี้ มันเคยเกิดขึ้นกับแมนซิตีต่างหาก ในปี 2012 ที่แมนยูเตรียมจะฉลองแชมป์อยู่แล้วในช่วงท้ายเกมของนัดสุดท้าย ที่เกมของพวกเขาจบก่อนด้วยซ้ำ ขณะที่แมนซิติกำลังเสมอกับควีนสปาร์ก เรนเจอร์อยู่ 2-2 แต่แล้วแทบจะวินาทีสุดท้ายของเกม เจ้าของรูปปั้นหน้าสนามเอติฮัดอย่าง อเกวโร่ ก็มาซัดประตูชัยให้ทีมชนะได้แล้วคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปในวินาทีสุดท้าย

หรือจะเป็นการเบียดลุ้นแย่งแชมป์กับหงส์แดงในปี 2018-2019 ที่เหลืออีก 9 นัดสุดท้าย และทั้งสองทีมมีคะแนนห่างกันเพียง 1 แต้ม สุดท้ายทั้งสองทีมก็ชนะได้ทั้ง 9 เกม แต่ก็เป็นแมนซิตีที่คว้าแชมป์ไปด้วยคะแนนนำ 1 แต้มนั้น ทิ้งให้หงส์แดงเป็นรองแชมป์ที่มีคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไปครอง ฉะนั้นเราจึงไม่รู้ว่าโชคชะตาที่เขียนไว้นั้น มันเขียนไว้เพื่อใคร

การจัดทัพคืนนี้ส่งผลถึงนัดชิง UCL

ในสถานการณ์ที่หงส์แดงกลับมามีความหวังอีกครั้งแบบนี้ แต่ดันมาเกิดในช่วงที่นักเตะหงส์แดงเหนื่อยล้าเต็มที การบดกับเชลซี 120 นาทีในนัดชิง เอฟเอคัพ ทำให้นักเตะหงส์แดงสูญเสียพลังงานไปมากมาย การจัดตัวคืนนี้จึงสำคัญอย่างมากว่าคลอปป์จะยึดหลักอะไร

ย้อนกลับไปดูทีมของเป็บในเกมกับเวสต์แฮม แม้จะตีเสมอได้ และมีเวลาในการไล่แซงอยู่หลายนาที แต่เป๊บกลับไม่ยอมเปลี่ยนผู้เล่นเลย ไม่ว่าจะเป็นโฟเดน สเตอร์ลิง หรือกุนโดกัน ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกม ต่างก็ไม่ได้ลงมาเลย ซึ่งหลายคนมองว่าเป๊บเองก็เลือกที่จะเสี่ยงเหมือนกัน คือเสี่ยงที่จะพักนักเตะเหล่านั้นไว้ เพื่อให้ฟิตที่สุดในเกมสุดท้ายของฤดูกาล เพราะถึงจะเสมอ แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในมือของพวกเขา

เช่นเดียวกันกับคลอปป์เกมนี้ หลายคนก็มองว่าคลอปป์จะเลือกนักเตะที่ฟิตที่สุดลงสนาม แม้จะเป็นตัวเลือกรองก็ตาม ในแดนหลัง โกนาเต้ มาติป ซิมิกาส โกเมส อาจได้ลงเล่น แดนกลางเราอาจจะเห็น โจนส์ แชมเบอเลน หรือ มิลเนอร์ ที่อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของทั้งสอง

หรือแม้แต่ ฮาร์วีย์ เอเลียตต์ ก็อาจจะได้ลงเล่น เพื่อพักทั้งเฮนเดอร์สันกับติอาโก และแม้แต่กิเอตาเอง ส่วนแดนหน้า ฟีร์มิโน่ ที่ได้ลงมาในเกมนัดชิงก็น่าจะได้ลงแน่นอน และหากต้องการจะพักแดนหน้าจริง ๆ และอยากลองเสี่ยงสักตั้ง ทั้งมินามิโนะและโอริกี้ สองคู่หูที่ทำผลงานร่วมกันค่อนข้างดี อาจจะได้ออกสตาร์ทในเกมนี้

ที่พึ่งสุดท้ายของหงส์แดง

ความหนักหน่วงที่หงส์แดงกำลังเจออยู่ขณะนี้ ในฤดูกาลที่ต้องเล่นทุกวินาทีในทุกการแข่งขัน บางทีสิ่งที่เรียกว่าพลังกายของนักเตะหงส์แดงนั้นอาจจะหมดไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ยังหล่อเลี้ยงร่างกายของพวกเขาให้ยังสามารถวิ่งไม่มีหยุดจนถึงวินาทีนี้ได้ก็คงหนีไม่พ้นสิ่งที่คลอปป์นำมาให้กับทีมตั้งแต่วันแรกอย่าง “ศรัทธา”

ความเชื่อเท่านั้นที่จะทำให้เด็กหงส์ยังอยากวิ่งอยู่ แม้เศษเสี้ยวในนั้นจะหมายถึงว่าทีมของเป๊บต้องพลาดด้วยก็ตาม แต่นั่นแหละคือส่วนหนึ่งของความเชื่อ อย่างน้อยคุณต้องเชื่อว่าคุณจะไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย คุณต้องเชื่อในคุณภาพและจิตใจของนักเตะหงส์แดงทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ได้ลงเล่น อีก 3 เกมที่เหลือ อีกกว่า 300 นาทีที่ต้องลงเล่น “ศรัทธา” น่าจะเป็นแหล่งพลังและที่พึ่งสุดท้ายของพวกเรา