5 ประเด็นน่าสนใจหลังเกมหงส์บุกชนะนักบุญลุ้นแชมป์ต่อ

เกมพรีเมียร์ลีกนัดตกค้างเกมที่ 37 ของหงส์แดง จบลงด้วยการบุกไปชนะต่อนักบุญแดนใต้อย่างเซาแธมป์ตัน หลังจากเป็นฝ่ายตามหลังก่อน 1 ประตู ก่อนจะยิงตีเสมอได้ในครึ่งแรกและมาได้ประตูชัยจากลูกโหม่งของมาติปในครึ่งหลัง ทำให้หงส์แดงเก็บ 3 แต้มสำคัญสำเร็จ พร้อมตีตั๋วลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้ายต่อ และนี่คือ 5 ประเด็นหลังเกมที่เรานำมาฝากกัน

คุ้มที่จะเสี่ยง

แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เหนือคาด แต่เมื่อคลอปป์ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 คนจากเกมนัดชิงลงสนาม มันก็อดจะตื่นเต้นไปกับเขาไม่ได้ คลอปป์บอกก่อนเกมว่า เขาต้องการความสดและความใจสู้ร้อยเปอร์เซ็นต์ของนักเตะที่จะลงเล่นในเกมเมื่อคืน 11 ตัวจริง มีเพียง อลิสซงและโกนาเตเท่านั้นที่เป็นตัวจริงจากนัดชิงที่หลงเหลืออยู่ โดยพักทั้งฟานไดจ์ค ซาลาห์ มาเน่ อาร์โนล์ด ที่เป็นตัวหลักมาโดยตลอด

รายชื่อที่ทำให้แฟนบอลประหลาดใจไม่น้อยคือ การได้ลงเล่นตัวจริงของ ทาคุมิ มินามิโนะ และฮาร์วีย์ เอเลียตต์ สองนักเตะที่หายหน้าหายตาไปจากสนามนานนับเดือน แต่แม้จะใช้ชุดสำรอง ขุมกำลังของลิเวอร์พูลกลับทำผลงานได้ดี ครองเกมได้เกือบทั้งเกม แม้จะเป็นฝ่ายโดยยิงนำไปก่อน แต่ก็สามารถไล่ยิงมาทีละลูก จนชนะได้ในที่สุด การกล้าเปลี่ยนนักเตะถึง 9 ตำแหน่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ กับผลลัทธ์คือ 3 แต้มตามเป้าหมาย ก็คุ้มที่คลอปป์ตัดสินใจเสี่ยงและเชื่อมั่นในนักเตะของเขา

รางวัลแด่คนช่างฝัน

แม้จะทำผลงานได้ดีในบอลถ้วย จนพาทีมเข้าชิงทั้งสองรายการ และเป็นดาวซัลโวของทีมในทั้งสองรายการที่หงส์แดงคว้ามา แต่ตัวของมินามิโนะกลับไม่เคยได้ลงเล่นในนัดชิงของทั้งสองถ้วยเลยแม้แต่วินาทีเดียว หากเป็นนักเตะคนอื่น/ทีมอื่น อาจจะรู้สึกน้อยใจหรือแสดงอาการบางอย่าง แต่กับนักเตะเลือดซามูไรคนนี้ไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการเสียสละเพื่อทีม

มินามิโนะลงสนามเกมล่าสุดให้หงส์แดงเมื่อวันที่ 20 เดือนมีนาคม ในรายการเอฟเอคัพ คือเกือบ 2 เดือนมาแล้วที่ไม่ได้ลงเล่น และหากนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก ก็ต้องย้อนไปอีก 1 เดือนคือวันที่ 19 เดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีสุดท้ายของเกมที่ชนะนอริช 3-1

เกมนี้ยังเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเกมที่ 11 และเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเกมแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ ที่สำคัญคือเขาได้เล่นครบ 90 นาที ซึ่งเป็นเวลาลงเล่นที่ยาวนานกว่าทั้ง 10 เกมที่ผ่านมารวมกันเสียอีก เพราะสิบเกมที่ผ่านมาลงรวมกัน 89 นาที

การให้ลงตัวจริงเกมนี้ มองอีกมุมหนึ่ง ก็เหมือนคลอปป์ให้รางวัลกับมินามิโนะ นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงความเชื่อมั่นในนักเตะเลือดซามูไรคนนี้ด้วย และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้คลอปป์ผิดหวัง เมื่อตะบันประตูตีเสมอให้ทีมได้อย่างสุดสวย ตลอดทั้งเกมก็ทำผลงานได้ดี มีลูกขยัน วิ่งไล่ วิ่งเพรสไม่มีหมด ที่สำคัญประตูนี้ก็ส่งให้มินามิโนะทำประตูลูกที่ 10 สำเร็จ กลายเป็นนักเตะหงส์แดงคนที่ 4 ต่อจากซาลาห์ มาเน่ และโจตา ที่ยิงประตูแตะเลขสองหลักให้ทีมได้

กองหลังอนาคตไกล

การใช้งานนักเตะใหม่ของคลอปป์นั้นน่าสนใจ บางคนซื้อมาแล้วใช้เป็นตัวหลักทันทีอย่างดิอาช ย้อนไปก็ ติอาโก อลิสซง ฟานไดจ์ค แต่บางคนก็ค่อย ๆ ใช้ เช่น ฟาบิญโญ่ โจตา ซิมิกาส และโกนาเต ซึ่งรายหลังเป็นกองหลังดาวรุ่งพุ่งแรงที่ซื้อมาในราคาค่อนข้างแพงพอสมควร จากปัญหานักเตะกองหลังบาดเจ็บระนาวเมื่อปีก่อน ทำให้คาดว่าคลอปป์จะใช้งานเขาคู่กับฟานไดจ์คทันที

แต่ในทางกลับกัน คลอปป์กลับค่อย ๆ หยอด ค่อย ๆ เติมนักเตะรายนี้ลงไป จนลงถี่ขึ้น ๆ ในระยะหลัง และกลายมาเป็นขุนพลสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของทีม ราวกับว่าคลอปป์เป็นยอดเชฟ ที่ค่อย ๆ บ่มโกนาเตให้รสชาติเข้าที่ก่อนจะเสิร์ฟให้เราได้ชิมเมื่อพร้อม

จากฟอร์มเกมนี้ซึ่งเป็นเกมที่มีความกดดันสูง นักเตะส่วนใหญ่เป็นขุมสำรอง ไม่มีพี่ใหญ่อย่างฟานไดจ์ค แต่โกนาเตกลับโชว์ความนิ่ง ความเก๋า และคุมแนวรับได้อยู่หมัด ลูกกลางอากาศก็เก็บกินเรียบ ชนะการดวล 5 ครั้งมากที่สุดในสนาม ผลงานถือว่าดีวันดีคืน ตอนนี้โกนาเตลงเล่นให้หงส์แดงไปทั้งหมด 27 เกม และมีสถิติคือยามเขาลงเล่นหงส์แดงไม่เคยแพ้  กับผลงาน 3 ประตู

มิลเนอร์ช่วยคุณได้

คำว่านักเตะสารพัดประโยชน์ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะเขาสามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้ในทุก ๆ ตำแหน่ง ที่ลงเล่น เจมส์ มิลเนอร์ ในวัย 36 ปี ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลงเล่นมากนักในฤดูกาลนี้ แต่ทุกครั้งที่ได้โอกาสลงเขาไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง และไม่เคยทำให้เรารู้สึกว่าเขาเป็นนักเตะที่อายุเยอะที่สุดในทีม เพราะไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่น ทุ่มเท เขาใส่เต็มชนิดนักเตะรุ่นน้อง รุ่นหลานยังต้องคารวะ

เริ่มเกมเขาลงมาเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับแทนฟาบิญโญ่ ซึ่งก็เชื่อมเกมตัดเกมได้ดี แต่หลังจากโจ โกเมส เกิดอาการบาดเจ็บช่วงท้ายครึ่งแรก และข้างสนามไม่มีชื่อของอาร์โนล์ด ทำให้คลอปป์ต้องส่งเฮนเดอร์สันลงมาและโยกเอามิเนอร์ไปเล่นเป็นแบ็กขวา ซึ่งก็อย่างที่เราเห็นตลอดครึ่งหลังว่าเขาวิ่งขึ้นลงเติมเกมและสร้างโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้ดีขนาดไหน

ในเกมนี้เจ้าตัวยังสร้างสถิติใหม่ให้กับตัวเองด้วยการเป็นผู้เล่นที่อายุเยอะที่สุดที่สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ถึง 5 ครั้งต่อเกม ที่อายุ 36 ปี 133 วัน นับตั้งแต่พอล สโคล ทำไว้เมื่อปี 2012 ที่อายุ 37 ปี 144 วัน

ฟอลส์ไนน์ที่คิดถึง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่เป็นการลงเล่นตัวจริงเกมพรีเมียร์ลีกเกมที่ 10 ของฟีร์มิโน่เท่านั้น น้อยที่สุดนับตั้งแต่เขาย้ายมสวมเสื้อให้หงส์แดง โดยเฉพาะ 4 ฤดูกาลหลังสุดที่เจ้าตัวลงเล่นเป็นตัวจริงไม่ต่ำกว่า 30 เกมทั้งนั้น ดังนั้นสไตล์การเล่นเกมรุกของหงส์แดงในฤดูกาลนี้มันจึงพิเศษ และไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะสไตล์แบบฟอลส์ไนน์ ที่ลงมาเชื่อมเกมดี ๆ มีลูกล่อลูกชน หาจังหวะและโอกาสโฉบเฉี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อสร้างโอกาสให้ทีมแบบที่ฟีร์มิโน่ทำมาหลายฤดูกาล

แต่เกมเมื่อคืนมันทำให้ภาพที่คุ้นเคยเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง ฟีร์มิโน่เล่นได้ในระดับดีที่เขาเคยทำมา เขาสร้างโอกาสยิงถึง 5 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญให้เพื่อนอีก 3 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้ถึง 4 ครั้งมากที่สุดในทีมร่วมกับโจนส์ เหนือสิ่งอื่นใดคงเป็นลีลาสไตล์การเล่นที่ลงมาล้วงบอล ตัดบอล ไล่บอล และความขยันในเขตโทษที่ไม่ปล่อยทิ้งโอกาสเลย

คลอปป์ยังทำงานของตัวเองได้ยอดเยี่ยม

ประตูชัยของมาติปทำให้หงส์แดงภายใต้การทำทีมของคลอปป์ทำประตูที่ 550 และ 250 ประตูเกิดขึ้นยามเป็นทีมเยือน นอกจากนั้นนับตั้งแต่เริ่มปีปฎิทิน 2022 ทีมของคลอปป์ลงเล่นไป 18 เกม และไม่เคยแพ้ใครเลย แบ่งเป็นชนะ 15 และเสมอ 3

การพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยมา 2 รายการ และเหลือให้ชิงกับมาดริดอีก 1 รายการ ก็เพียงพอที่จะทำให้ฤดูกาลนี้เป็นอีก 1 ฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมของคลอปป์ แม้ในรายการพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย ทุกอย่างจะยังอยู่ในมือของซิตี แต่การที่พวกเขาได้ลุ้นจนถึงเกมสุดท้ายจากที่เคยตามอยู่ 14 แต้ม มันก็สุดยอดแล้ว และเกมสุดท้ายนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ และหน้าประวัติศาสตร์ก็พร้อมบันทึกเรื่องราวมหัศจรรย์เสมอ