บทสรุปเกมนอกบ้านในพรีเมียร์ลีกของหงส์แดง

พรีเมียร์ลีกปีนี้ลุ้นกันมันถึงเกมสุดท้าย ทั้งการลุ้นแชมป์ ลุ้นท็อปโฟร์ และลุ้นหนีตกชั้น หงส์แดงยังเหลืออยู่อีก 1 เกม คือเกมพบกับวูล์ฟแฮมตัน ที่แอนฟิลด์ ในวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเกมที่หงส์แดงยังได้ลุ้นแชมป์กับแมนซิตีอยู่ และหงส์แดงเพิ่งเล่นเกมนอกบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อคืนที่บุกไปเอาชนะนักบุญได้สำเร็จ วันนี้ก็เลยจะทำบทสรุปผลงานการเล่นเกมนอกบ้านของลิเวอร์พูลมาให้อ่านกัน

ภาพรวมของเกมนอกบ้าน

ผลงาน 19 เกมนอกบ้านของหงส์แดงฤดูกาลนี้จบลงด้วยการชนะ 13 เกม เสมอ 4 เกม และแพ้ 2 เกม เก็บคลียชีตได้ 9 ครั้ง เป็นรองเพียงแมนซิตีที่เก็บนอกบ้านได้ 10 ครั้ง ผลงานหากนับเป็นคะแนนก็จะได้คะแนนจากนอกบ้าน 43 คะแนน เป็นรองเพียงแมนซิตีที่เก็บได้ 46 คะแนนจากการชนะ 14 เสมอ 4 และแพ้ 1

แม้จะมีหลายทีมยังเตะเกมนอกบ้านไม่ครบ แต่ถึงนาทีนี้ก็พอจะตัดสินได้แล้วว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่ยิงประตูนอกบ้านได้มากที่สุดคือ 45 ประตู มากกว่าแมนซิตีที่เตะครบแล้วเช่นกัน 4 ประตู ขณะที่เชลซีที่เตะครบแล้วเช่นกันทำได้ 39 ประตู แม้จะทำประตูได้มากกว่าแมนซิตีแต่ประตูได้เสียซิตีทำได้ดีกว่าหงส์แดง เพราะเสียไปเพียง 11 ประตู ประตูได้เสียบวก 30 แต่หงส์แดงเสียไป 17 ประตู ทำให้ประตูได้เสียบวก 28

ในส่วนของสถิตอื่น ๆ ในเกมนอกบ้าน การครองบอลหงส์แดงเฉลี่ย 56.9% เป็นรองแมนซิตีและเชลซี การผ่านบอลสำเร็จที่ 83.8% อยู่อันดับที่ 4 เป็นรองแมนซิตี เชลซี และสเปอร์ส สถิติการยิงประตูต่อเกมหงส์แดงอยู่อันดับสองคือ 17.1 ครั้งต่อเกม เป็นรองแมนซิตี

นอกจากนั้นการชนะเกมนอกบ้านได้ถึง 13 เกมในซีซั่นนี้ยังเป็นชัยชนะนอกบ้านที่มากที่สุดเป็นอันดับสองเทียบเท่ากับฤดูกาล 2004-2005, 2008-2009 และ 2018-2019 แต่ก็ยังเป็นรองปีที่หงส์แดงได้แชมป์ลีกเมื่อปี 2019-2020 ที่ชนะเกมนอกบ้านไป 14 เกม

ในจำนวน 45 ประตูที่ทำได้ในเกมนอกบ้านนั้นเมื่อจำแนกออกมาจะได้เป็น การทำประตูจากโอเพ่น เพลย์ 33 ประตู จากลูกเซ็ตพีช 7 ประตู จากลูกจุดโทษ 2 ประตู และ 3 ประตูมาจากการเล่นเกมสวนกลับ มาจากโอกาสการยิง 528 ครั้ง และจาก 17 ประตูที่เสียก็จำแนกได้เป็น เสียจากลูกโอเพ่นเพลย์ 10 เซ็ตพีช 5 ทำเข้าประตูตัวเอง 1 และจุดโทษอีก 1  มาจากโอกาสที่ถูกคู่แข่งยิง 324 ครั้ง

ซาลาห์ราชาแห่งการเยือน

หากถามว่าใครทำผลงานได้ยอดเยี่ยมยามไปเยือน คำตอบก็คงไม่ยาก เขาคือ โม ซาลาห์ นั่นเอง ที่ฤดูกาลนี้ทำไปแล้ว 22 ประตู ซึ่งก็แบ่งเป็น 11 ประตูจากการเล่นในบ้าน และอีก 11 ประตูจากการเล่นนอกบ้าน โดยมีสถิติสร้างโอกาสยิงประตูต่อเกมเยือนมากที่สุดคือ 3.4 ครั้งต่อเกม ซาลาห์ยังสามารถทำแฮตทริกได้ 1 ครั้ง ในเกมเยือนที่เอาชนะแมนยูได้ 5-0 โดยถือเป็นแฮตทริกเดียวในเกมลีกฤดูกาลนี้ของเจ้าตัว

ไม่ใช่แค่การทำประตูเท่านั้น เพราะซาลาห์ยังถือเป็นนักเตะที่แอสซิสต์มากที่สุดในลีกตอนนี้ คือ 13 แอสซิสต์ และหากนับเฉพาะเกมเยือนตอนนี้เขาเองก็ทำไปถึง 7 แอสต์ซิสต์เท่ากับแอนดี โรเบิร์ตสัน ซึ่งเป็นการแอสซิสต์นอกบ้านที่มากที่สุดในลีกตอนนี้

สองเกมไม่น่าแพ้

ลิเวอร์พูลเล่นไป 37 เกมพวกเขาแพ้ไปเพียง 2 เกมเท่านั้น และทั้งสองเกมนั้นเกิดขึ้นในการเล่นเกมเยือนทั้งสิ้น ที่บอกว่าเป็นเกมไม่น่าแพ้ก็เพราะว่าทั้งสองเกมนั้นไม่ใช่การไปเยือนทีมท็อปโพร์แต่อย่างใด แต่เป็นการบุกไปเยือนเวสต์แฮม และเลสเตอร์

ความพ่ายแพ้เกมเยือนนัดแรกเกิดขึ้นในการไปเยือนเวสต์แฮมเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว ที่หงส์แดงแพ้ 3-2 โดยเกมนั้นหงส์แดงโดนทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีชของมอยเล่นงานเข้าอย่างจัง โดยแทคติกง่าย ๆ คือการเอาอันโตนิโอมายืนทำลายจังหวะของอลิสซง ซึ่งประตูแรกที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 4 ก็มาจากแท็กติกนี้ จนอลิสซงพลาดทำเข้าประตูตัวเองไป ส่วนอีกสองประตูที่เสียก็มาจากลูกลักษณะเดียวกันนี้

ส่วนการแพ้เกมเยือนครั้งที่สองคือการไปเยือนทีมจิ้งจอกสยามอย่างเลสเตอร์ ซิตี ในวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งเป็นเกมที่เกมรุกของหงส์แดงบอดสนิท จุดปลี่ยนสำคัญมาจากการที่ซาลาห์พลาดจุดโทษตั้งแต่ช่วงต้นเกม ก่อนที่เกมยืดเยื้อและเป็นลุกแมนที่วันนั้นเล่นได้เข้าฝักเข้าฟอร์มเหลือกันมายิงประตูโทน ประตูเดียวให้เลสเตอร์ในนาทีที่ 59

ที่บอกว่าเป็นสองเกมที่น่าแพ้เพราะ ทั้งการจัดทัพในตอนนั้นหงส์แดงเองก็ไม่ได้เสียเปรียบเรื่องผู้เล่น แต่อย่างใดทั้งสองเกม จัดชุดใหญ่ลงเล่น และหากสองเกมนี้หงส์แดงเก็บได้สัก 2-3 แต้มเป็นอย่างต่ำ ตอนนี้สถานการณ์ของหงส์แดงก็คงจะต่างออกไป แต่แน่นอนว่านี่เป็นการมองย้อนกลับไป ซึ่งในตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

สองเกมเยือนสุดประทับใจ

เอาละ ไม่ใช่แค่มุมที่น่าเสียดาย มุมที่น่าประทับใจก็มีเหมือนกัน ในเกมเยือนปีนี้ ผมยกให้สองเกมนี้เป็นเกมที่สุดประทับใจหงส์แดงยิ่งนัก เกมแรกคือการบุกไปชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ถึงโอล์ดแทรฟฟอร์ดแบบช็อคเจ้าบ้าน 0-5 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการชนะแมนยูในบ้านมากที่สุดในประวัติศาสตร์แดงเดือด สร้างบาดแผลลึกให้แฟนผี จนเป็นที่มาของการปลดโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในที่สุด

ส่วนเกมต่อมาก็คือเกมที่หงส์แดงบุกไปเอาชนะนักบุญได้ในเกมล่าสุด 1-2 สาเหตุที่ประทับใจเพราะเกมนี้เป็นเกมที่สำคัญอย่างยิ่งว่าการลุ้นแชมป์ของหงส์แดงจะไปต่อถึงนัดสุดท้ายได้หรือไม่ ที่สำคัญเกมนี้คลอปป์เปลี่ยนเอานักเตะสำรองลงยกชุดถึง 9 คน และโดนนักบุญยิงนำขึ้นก่อน ก่อนที่เราจะเห็นความมุ่งมั่นระดับสูงของนักเตะหงส์แดงช่วยกันยิงประตูตีเสมอและประตูขึ้นนำ รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นวิกฤติช่วงท้ายเกมที่โดนโหมบุกหนักไปได้ เป็นเกมที่ทำให้หงส์แดงยังคงมีลุ้นอีก 1 อึดใจในนัดสุดท้าย

โดนสรุปแล้วปีนี้เกมเยือนหงส์แดงไม่ได้แย่อะไร เพียงแต่ในฤดูกาลที่ต้องขับเคี่ยวกับทีมอย่างแมนซิตี มันก็อดกลับมาคิดไม่ได้ว่า ในหลาย ๆ เกมที่ผ่านมาหากเราทำได้อีกสักแต้มสองแต้มมันคงจะดีกว่านี้ แต่นั่นแหละ จะให้ไม่พลาดเลยก็คงยาก ในเมื่อมาตรฐานของพรีเมียร์ลีกมันแพ้ชนะกันได้เกือบทุกทีม