เจาะข่าวหงส์ 4 ข่าวเด่นประจำวันหงส์แดง

เบนิเตส เทียบทีมของเขากับคลอปป์ไม่ได้

ป๋าราฟา สงสัยจะเหงา เพราะอยู่ดี ๆ ก็เชิญชวนให้แฟนหงส์แดงแวะไปทัวร์หาแก จากการที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับ อาส สื่อดังเมืองสเปน พาดพิงการทำงานของคลอปป์โดยเปรียบเทียบกับสมัยที่ตนเองเข้ามาคุมทีมว่า คลอปป์เองก็เป็นผู้จัดการทีมที่ใช้เงินซื้อความสำเร็จเช่นกันว่า

“ผู้คนยังจำทีมของผม และนำไปเปรียบเทียบกับ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ซึ่งถลุงเงินไปไม่เบา มันเป็นเรื่องจริง เพราะนักเตะที่มีค่าตัว 40 ล้านปอนด์นั่งอยู่ข้างสนาม (น่าจะหมายถึงเกอิตา) ด้วยเหตุนี้คุณจึงไม่อาจเทียบ ลิเวอร์พูล ของผมกับ คล็อปป์ ได้เพราะผมมีงบประมาณ 20 ล้านปอนด์ บอกผมหน่อยซิว่า 20 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูล สามารถเซ็นสัญญากับใครได้ ไม่มีเลย แต่พวกเขาเซ็นสัญญากับนักเตะ 40 ล้านปอนด์มานั่งข้างสนาม”

สำหรับป๋าราฟา เมื่อย้อนไปดูเส้นทางการใช้เงิน นักเตะแพงที่สุดที่เขาซื้อมา มีสองรายคือ เฟร์นานโด ตอร์เรส 20.2 ล้านปอนด์จากทีมตราหมี และร็อบบี้ คีน  19 ล้านปอนด์ จากคลับไก่ สเปอร์ส ส่วนนักเตะระดับเวิร์ดคลาสที่เขานำมาร่วมทีมคนอื่น มีราคาสิบล้านนิด ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ , ชาบี อลอนโซ่

ขณะที่ คล็อปป์ มีนักเตะถึง 12 คนที่เขาใช้เงินเกิน 20 ล้านปอนด์ซื้อมา และมีระดับซุปเปอร์แพงอย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ อลิสซง เข้ามาในราคาแพงลิบลิ่ว 70 ล้านปอนด์ และ 65 ล้านปอนด์ ตามลำดับ พวกเกอิตา โจตา ดิอาช โกนาเต พวกนี้ล้วนมีราคา 30-40 ล้านปอนด์ทั้งนั้น

ดังนั้นที่ป๋าราฟาพูดมาก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง เรื่อฝีมือการคุมทีม การซื้อตัวนักเตะเราคงเอาไปเทียบกันในแต่ละยุคไม่ได้ แต่ที่เทียบได้แน่ ๆ น่าจะเป็นเรื่องสไตล์การทำงานกับลูกน้อง ที่แตกต่างกันชัดเจน ชัดเจนขนาดไหน ผมว่าเด็กหงส์คงรู้ดี ลองไปหาอ่านบทสัมภาษณ์ของลูกทีมเก่าของกุนซือทั้งสองทีมได้

คลอปป์ขอโทษทาคิ ให้โอกาสลงน้อย

“ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก่ออาชญากรรม” บทสัมภาษณ์ของคลอปป์เมื่อถูกนักข่าว สกาย สปอร์ทส์ ถามถึงประเด็นเรื่องมินามิโนะที่เจ้าตัวโชว์ผลงานเยี่ยมในเกมที่ผ่านมาหลังช่วยทีมตีเสมอนักบุญได้จากลูกยิงเต็มข้อ และที่จริงเขาก็ทำผลงานได้ดีในบอลถ้วยที่ช่วยพาหงส์เข้าชิงถึงสองรายการ และเพิ่งทำประตูครบ 10 ประตูคนที่ 4 ของทีมอีกด้วย

“ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก่ออาชญากรรม ที่ไม่ยอมส่งนักเตะเก่ง ๆ หลายคนในชุดสำรองลงเล่น ผมมันบ้าเอง ต้องขอโทษนักเตะทุกคนจากใจจริง แต่เชื่อเถอะว่าการเลือก 11 ตัวจริงมันไม่ใช่เรื่องง่าย และผมก็พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว โชคดีที่ลูกทีมทุกคนโอเคกับเรื่องนี้ เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในตัวผม

“เด็ก ๆ ทำให้ผมทำงานได้ง่ายขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น เกมวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแบบเต็มสองตา แม้จะใช้แข้งสำรอง 9 ตำแหน่ง แต่ก็ยังคว้าชัยชนะมาครองได้ คุณภาพในการครองเกมบุกของพวกเขายอดเยี่ยมไม่ต่างจากตัวจริงเลย ผมมีความสุขมากและคาดหวังที่จะได้เห็นทุกคนเล่นฟุตบอลอย่างสนุกสนานแบบนี้ต่อไป นี่คือเรื่องพิเศษสุด ๆ อย่างหนึ่งสำหรับผมในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว”

“ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าแมตช์สุดท้ายที่ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ลงเล่นคือนัดไหน เคอร์ติน โจนส์ เองก็เช่นกัน ฉะนั้นหากจังหวะจะแปลก ๆ ไปบ้างก็ขอให้ทุกคนมองข้ามไปก่อน แต่สำหรับ ทาคุมิ มินามิโนะ การที่ผมไม่ยอมใช้งานเขาเลยทั้งตัวจริง-ตัวสำรองเนี่ยมันเป็นอาชญากรรมต่อคุณภาพและอาชีพการงานของนักกีฬาเก่ง ๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว”

ตัวอย่างการพลิกชะตานัดสุดท้าย

เด็กหงส์ทุกคนยังคงมีความหวังกับเกมสุดท้าย แม้ความหวังนั้นจะริบหรี่อย่างที่คลอปป์บอกก็ตาม เพราะมันคงจะเป็นไปได้ยากที่ทีมอย่างซิตีจะสะดุดให้ทีมอย่างวิลลา แต่ก็นั่นแหละ “ลูกกลม ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” ไม่ใช่วลีที่เกิดขึ้นมาลอย ๆ การช่วงชิงและพลิกสถานการณ์จากตามหลังมาเป็นผู้ชนะและปาดคว้าแชมป์ไปในเกมสุดท้ายก็มีให้เห็นอยู่เสมอ ๆ

ตัวอย่างในลีกอื่นก็อย่างเช่น บาร์เซโลน่าในปี 1992 ที่คะแนนตามหลังมาดริดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 7 จนถึงสัปดาห์ที่ 37 พวกเขาตามหลังมาดริดอยู่ 1 แต้ม หนทางเดียวคือมาดริดต้องพลาดให้ เตเนริเฟ่ ทีมกลางตารางเท่านั้น แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เพราะมาดริดที่ออกนำไปก่อนถึง 2-0 กลับพลิกนรกแตกแพ้ 2-3 แบบสุดช็อค ทำให้บาร์ซาที่ชนะบิลเบาได้ ปาดหน้าคว้าแชมป์ด้วยแต้มห่าง 1 แต้ม

ยกอีกสักเคสก็ลาซิโอปี 2000 ของอดีตกุนซือชาวอังกฤษอย่างสเวน โกรัน อีริคสัน ที่ตามหลังทีมม้าลายอยู่ 2 แต้มในเกมสุดท้าย  ในนัดปิดซีซั่นพวกเขาเปิดรัง สตาดิโอ โอลิมปิโก เอาชนะ เรจจิน่า ไปได้ 3-0 ในทางตรงกันข้าม ยูเวนตุส กลับออกไปแพ้ เปรูจา 0-1 แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพียงทีมในกลุ่มครึ่งล่างของตารางคะแนน ทำให้ ลาซิโอ ได้แชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร

เอาแบบฉบับใกล้ตัวหน่อยก็หงส์แดงเราเองนี่แหละกับประวัติศาสตร์เสียแชมป์ให้ปืนโต ในปี 1988-1989 ในเกมสุดท้ายหงส์แดงมีแต้มนำอาร์เซนอลอยู่ 3 แต้ม และทั้งสองทีมต้องโคจรมาพบกันเอง หลังจากโปรแกรมแข่งถูกเลื่อนมาก่อนหน้า ลิเวอร์พูลขอแค่ไม่แพ้ หรือหากแพ้ก็ขอแพ้ไม่เกิน 1 ลูก พวกเขาก็จะได้แชมป์ แต่สุดท้ายอาร์เซนอลก็เอาชนะหงส์แดงได้ 2-0 ปาดคว้าแชมป์ไปในท้ายที่สุด

ยากกว่าการที่หงส์จะได้แชมป์

หากหลายคนมองว่าการที่หงส์แดงจะแซงแมนซิตีได้แชมป์ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลนั้นเกิดขึ้นได้ยากแล้ว มันยังมีสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เกิดขึ้นได้ยากกว่าการที่หงส์แดงจะได้แชมป์เสียอีก นั่นก็คือ การที่ทั้งสองทีมจะต้องไปเล่นเพลย์ออฟ เพื่อตัดสินแชมป์กัน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งคู่มีแต้ม, ผลต่างประตูได้เสีย, ประตูได้, ประตูเสีย และเฮดทูเฮดเท่ากันหมด

เอาเฉพาะเฮดทูเฮดทั้งสองทีมเสมอกันมาทั้งสองเกมในลีก ขณะที่ตอนนี้เรือใบ มีผลต่างประตูได้เสียบวก 72 ประตู ประตูได้ 96 ประตูเสีย 24 ส่วน ลิเวอร์พูล มีผลต่างประตูได้เสียบวก 66 ประตูได้ 91 ประตูเสีย 25 ดังนั้นเมื่อหมอแปลกใช้คาถาไปดูอนาคตแล้วออกมาบอกเราว่า “มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น” ที่ทั้งคู่จะได้เตะเพลย์ออฟแย่งแชมป์กันก็คือ

แมนฯ ซิตี้ จะต้องแพ้ แอสตัน วิลล่า 0-6 และ ลิเวอร์พูลทำได้แค่เสมอ วูล์ฟส์ 5-5 จึงจะทำให้ทั้งสองทีมมีผลต่างประตูได้เสียบวก 66 ประตูได้ 96 ประตูเสีย 30 และมี 90 คะแนนเท่ากัน ทุกคนคิดว่ามันจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นได้จริงหรือ