5 นักเตะตัวเก๋าที่อาจโบกมือลาเมื่อจบซีซั่น

การประกาศขยายสัญญาของคลอปป์ไปอีก 2 ปี จากเดิมที่จะหมดปี 2024 เพิ่มเป็นปี 2026 เมื่อเดือนที่แล้ว นั่นเท่ากับคลอปป์จะอยู่กับทีมชุดนี้อีกอย่างต่ำก็ 4 ปี ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งของแฟนหงส์แดงทั่วโลก เพราะนั่นอาจจะหมายถึงโอกาสในการไล่ล่าความสำเร็จของทีมที่มากขึ้น

แต่หากเราติดตามพัฒนาการของทีมในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา ทีมลิเวอร์พูลของคลอปป์เริ่มมีการเปลี่ยนถ่ายนักเตะภายในทีมบ้างแล้ว เริ่มมีการเสริมนักเตะตัวใหม่ ๆ เข้าทีม และได้โอกาสในการลงเล่นมากขึ้น ในขณะที่นักเตะตัวเก๋าหลายคน เริ่มลดบทบาทลง

ดังนั้น ภารกิจสำคัญอย่างหนึ่งที่รอคลอปป์อยู่ตอนนี้ก็คือ การเปลี่ยนผ่านทีมไปสู่ลิเวอร์พูลโฉมใหม่ ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมที่เราเห็นอยู่ในฤดูกาลนี้มาก มันมาชัดเจนมากในฤดูกาลนี้ ที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลงด้านนักเตะในสนามอย่างมาก และแน่นอนว่า การเปลี่ยนผ่านนั้นก็ย่อมจะมีนักเตะบางคนที่ต้องเก็บข้าวของออกไปเพื่อให้มีพื้นที่ว่างกับทีม

วันนี้เราจึงจะมาพูดถึง 6 นักเตะจอมเก๋าที่อยู่กับทีมมานานและอาจจะถึงเวลาโบกมือลาหงส์แดงในตลาดหน้าร้อนนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่ใกล้หมดสัญญากับทีม และอีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่ต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีม

รองเจมส์

เจมส์ มิลเนอร์ ย้ายมาร่วมทีมกับหงส์แดงในปี 2015 จากแมนซิตี ซึ่งตอนนั้นเขาอายุขึ้นเลขสามแล้ว ทำให้ไม่มีใครคิดว่านักเตะคนนี้จะอยู่กับทีมได้นานขนาดนี้ แต่รองเจมส์ อยู่กับทีมมาถึงตอนนี้ก็ 6 ปีเข้าปีที่ 7 แล้ว เป็นนักเตะที่คลอปป์ให้การยอมรับ ไว้ใจ เป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม มีความทุ่มเท สามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่งในสนาม เป็นแบบอย่างให้นักเตะคนอื่น ๆ

ในวัยเข้า 37 มิลเนอร์เหลือสัญญาอยู่กับทีมถึงวันที่ 30 มิถุนายน ปีนี้เท่านั้น คือเหลือสัญญากับทีมอีกแค่ราว 1 เดือน ซึ่งเจ้าตัวก็ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ว่าจะอยู่ต่อ แขวนสตั๊ด หรือย้ายสโมสร แม้ว่าคลอปป์และทีมงานอยากจะให้เจ้าตัวต่อสัญญากับทีมไปอีกสักปี เพราะคิดว่า ความเก๋าและความเป็นผู้นำของเขายังเป็นประโยชน์กับทีม

แต่ก็ตองยอมรับว่า มิลเนอร์นั้น ไม่สามารถลงเล่นถี่ ๆ หรือยืนระยะในสนามได้เหมือนเมื่อสามปีก่อน 3 ปีที่ผ่านมา เขาลงเล่นเป็นจริงในลีก 9-11 เกม บทบาทในทีมเริ่มลดน้อยลง แม้ว่าจะยังสามารถลงมาช่วยทีมได้ในบางเกมก็ตาม ฉะนั้นเชื่อว่าตัวมิลเนอร์เอง ก็คงวางแผนปลดระวางตัวเอง แล้วอาจจะมาช่วยงานเบื้องหลังคลอปป์ก็เป็นได้

ท่านมหาเทพ

ในวัย 27 ซึ่งอาจจะเป็นช่วงท้ายของอาชีพนักเตะ โอริกี ต้องเลือกเส้นทางที่ยากลำบาก และเขาก็เลือกที่จะออกไปเผชิญกับความท้าทายใหม่ โอริกี กำลังจะหมดสัญญากับหงส์แดงในอีก 1 เดือนครั้งหน้า พร้อมกับมีข่าวว่ากำลังจะเปิดตัวเป็นนักเตะคนใหม่ของปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน

เด็กหนุ่มชาวเบลเยียม ย้ายมาเล่นกับหงส์แดงตั้งเต่ยังเป็นเยาวชนอายุ 18-19 ปีเท่านั้น และผ่านเส้นทางมาทุกอย่างในสโมสรแห่งนี้ ทั้งการเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง การบาดเจ็บหนักจนต้องพักนานเป็นปี การระหกระเหินบนเส้นทางของการยืมตัว และการหวนกลับคืนสู่ทีมและกลายมาเป็นซุปเปอร์ซับชั้นยอดของทีมที่เสกสรรประตูมหัศจรรย์ให้ทีมได้มากมาย

ในเกมที่ลิเวอร์พูลต้องการปาฎิหาริย์ ต้องการประตู ต้องการกำลังใจ และแม้แต่ต้องการโชค เพียงแค่ส่งโอริกีลง ก็จะได้สิ่งเหล่านั้นครบ อันที่จริง ในแง่ของแท็กติกการที่หงส์แดงกำลังจะเสียโอริกี้ไปนั้นกระทบอย่างมากกับการแก้เกมของคลอปป์ เพราะในทีมไม่มีกองหน้าสไตล์เดียวกับโอริกีหลงเหลืออยู่เลย ผู้เล่นที่สามารถจบสกอร์ได้เฉียบคมด้วยสัญชาตญาณเพชรฆาตแบบเขา แน่นอนว่า ฤดูกาลหน้า บางสถานการณ์เด็กหงส์ต้องคิดถึงมหาเทพองค์นี้แน่นอน

ฟีร์มิโน่

หากย้อนเวลากลับไปถามคลอปป์เมื่อ 2-3 ปีก่อน นี่คือนักเตะที่เป็นทุกอย่างของทีม สำคัญระดับที่ขาดไม่ได้เลย เขาเล่นเกมลีกให้หงส์แดงในระดับ 30 เกมอัพมาตลอดตั้งแต่ย้ายมาจากฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นให้ทีมในลีกไปเพียง 19 เกม โดยลงเป็นตัวจริงแค่ 10 เกมเท่านั้น

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรังของเขา แต่อีกส่วนหนึ่งที่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยก็คือ บัดนี้หงส์แดงปรับปรุงวิธีการเล่นเกมรุกของทีมไปมาก และมันเป็นการเล่นที่ไม่ได้มีเขาเป็นศูนย์กลางอีกต่อไป การที่หงส์แดงมีนักเตะอย่าง โจตา ดิอาช เพิ่มเข้ามาทำให้รูปแบบการเล่นเปลี่ยนไป เมื่อนักเตะเหล่านี้ยืดตัวจริงได้ต่อเนื่อง บทบาทของฟีร์มิโน่ก็ลดลงตามลำดับ อีกทั้งในวัย 30 ปีความเร็วและความปราดเปรียวที่เคยเป็นทักษะชั้นยอดของเขาก็ลดลง

ฟีร์มิโน่ เหลือสัญญากับทีมอีกแค่ 1 ปี คือปี 2023 หากยังไม่มีการต่อสัญญา เมื่อจบฤดูกาลนี้แล้ว เขาสามารถพูดคุยกับสโมสรอื่น ๆ ได้ทันที ลิเวอร์พูลมีสองทางเลือกคือ ใช้งานเขาจนหมดสัญญา ถือว่าได้นักเตะชั้นยอดที่ไม่ต้องปรับตัวอะไรกับทีมมากไว้ช่วยงานอีก 1 ปี หรือจะเลือกปล่อยขายเขาไปเพื่ออย่างน้อยก็มีเงินมาต่อยอดกับนักเตะใหม่ๆ แต่แนวโน้มที่ฟีร์มิโน่จะย้ายออกจากทีมนั้นสูง โดยอาจจะไปเล่นร่วมกับโอริกีที่เอซี มิลาน ก็เป็นได้

ช่างเชื่อม

บรรยากาศในเกมลีกที่ 37 ของทีมที่บุกไปชนะทีมนักบุญ 1-2 โดยที่คลอปป์เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง แต่ไม่มีช่างเชื่อมเลย ไม่แม้กระทั่งลงสนามเป็นสำรอง น่าจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ดีว่า อนาคตของอดีตแข้งพรสวรรค์สูงของอาเซนอลคนนี้น่าจะใกล้หมดเต็มทนแล้ว

ในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาอาจจะเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บ และหลายฝ่ายก็เอาใจช่วยให้เขากลับมาแข็งแรงแล้วทำผลงานได้ดี แต่ฤดูกาลนี้เขาฟิตแข็งแรงดี แทบไม่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน และได้โอกาสจากคลอปป์ในช่วงแรก ๆ แต่ช่างเชื่อมไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาให้คลอปป์ประทับใจได้เลย

ในวัย 28 ปี กับการเป็นนักเตะตัวเลือกลำดับที่ 7-8 ของทีมไปแล้ว ในแดนกลาง แชมเบอเลน อาจจะกำลังมองหาโอกาสในการลงเล่นแบบสม่ำเสมออีกสักครั้งในช่วงท้ายของชีวิตการเป็นนักฟุตบอล

โจ โกเมส

นักเตะที่เราเห็นหน้าเขามาไม่ต่ำกว่า 5 ปี จนคิดว่าเขาน่าจะอายุพอสมควรแล้ว อันที่จริงเขาเองอายุกำลังจะ 25 ปีในวันที่ 23 นี้เอง เขาเป็นนักเตะอีกคนที่ไม่หวือหวา แต่เมื่อพร้อมและฟิตเต็มที่คลอปป์ก็พร้อมให้โอกาสเสมอ แต่โจ โกเมสต้องเผชิญกับวิกฤติโอกาส เพราะตำแหน่งกองหลังเซ็นเตอร์นั้นเขาเป็นตัวเลือกอันดับ 4 รองจาก ฟานไดจ์ค มาติป โกนาเต ทำให้ปีนี้เขามักจะได้ลงเล่นตำแหน่งแบ็กขวาแทนเทรนท์บ่อย ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัดนัก

ปีนี้มาติปไม่เจ็บ ไม่ป่วย และมีแนวโน้มว่าอาจจะอยู่กับทีมต่อไปอีก ขณะที่โกนาเตก็เริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทำให้โกเมสเองที่มีสัญญาเหลืออยู่กับทีมถึงปี 2024 อาจจะต้องคิดถึงอนาคตของตัวเอง เขาจะอยู่สู้ รอโอกาสกับทีมต่อไป หรือจะออกไปหาโอกาสข้างหน้า ซึ่งหากมีข้อเสนอดี ๆ จากทีมที่ดี เชื่อว่าโกเมสเองก็พร้อมจะพิจารณาเช่นกัน

อันที่จริงยังมีนักเตะหลายคนที่หมดสัญญากับทีมทั้งอาเดรียนและคาริอุสที่จะหมดสัญญากับทีมและน่าจะโบกมือลาหลังจบฤดูกาลนี้ ขณะที่ซาลาห์ มาเน่ และเกอิตา เองก็มีสัญญาเหลืออยู่คนละปีเท่านั้น ซ้ำยังไม่มีวี่แววว่าจะต่อสัญญาออกไป โอกาสที่จะเกิดการย้ายทีมหรือใช้งานจนหมดสัญญาก็มีเหมือนกัน