เรื่องอ่อนไหวและเรื่องสำคัญที่เด็กหงส์ไม่ควรเอามาปนกับการลุ้นแชมป์ลีก

อันที่จริงการลุ้นแชมป์ลีกของลิเวอร์พูลมันควรจะจบตั้งแต่เราโดนนำ 14 แต้ม (แม้จะเป๊บจะบอกว่าเป็น 14 แต้มที่หงส์เตะน้อยกว่า 2 เกมก็ตาม) และอีกครั้งหลังหงส์แดงทำได้แค่เสมอกับสเปอร์ส แต่ทั้งสองครั้งหงส์แดงก็ยังดั้นด้นมาได้ลุ้นอีกครั้งหลังเรือใบเองก็ทำแต้มพลาด

การกลับมาได้ลุ้นถึง 2 ครั้งสองครา และยิ่งเรือใบมาพลาดแต้มสำคัญในเกมรองสุดท้ายกับเวสต์แฮม รวมถึงฉากการยิงจุดโทษพลาดของมาเรช ที่ทำให้ทีมไม่ได้ 3 แต้มสำคัญ มันก็ทำให้จากที่ไม่ค่อยหวัง หรือหวังนิด ๆ ของเด็กหงส์ กลายเป็น “หวังมาก” “หวังลึก” จนอาจจะกลายเป็นความคาดหวังที่บังตา หรืออย่างน้อยก็อาจจะบดบังหรือทำให้ความจริงเกี่ยวกับ 2 สิ่งนี้คลาดเคลื่อนไป

เจอร์ราร์ด, คูตี้, อิงส์ เสี่ยงเป็นแพะ

ไฮไลท์ของการลุ้นแชมป์นัดสุดท้ายคือการที่แมนซิตีจะเจอกับแอสตัน วิลลา ที่มีผู้จัดการทีมชื่อเจอร์ราร์ด มีผู้เล่นชื่อคูติญโญ่และแดนนี อิงส์ ทั้งสามคนที่เคยเป็นนักเตะหงส์แดง นั่นจึงทำให้ วิลลาและเจอร์ราร์ด กลายเป้า หรือตำบลกระสุนตกไปแบบไม่รู้ตัว จากที่แซวกันเล่น ๆ สื่อหยอก ๆ จนตอนนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องจริงจัง ราวกับว่าการจะได้หรือไม่ได้แชมป์ของลิเวอร์พูลนั้นฝากไว้ที่เจอร์ราร์ดไปเสียแล้ว ซึ่งมันน่ากลัวที่หากผลออกมาแล้วหงส์ไม่ได้แชมป์ ก็จะกลายเป็นตราบาปของเขาไปด้วย ทั้งที่เจอร์ราร์ดและลูกทีมของเขา ไม่มีส่วนอะไรกับการที่หงส์แดงเดินทางมาถึงจุดนี้เลย

คนที่ไม่ใช่แฟนหงส์ก็จะพูดกันว่า เจอร์ราร์ดเคยพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยเป็นนักเตะ แม้แต่มาตอนนี้มีโอกาสช่วยหงส์แดงคว้าแชมป์ก็ยังทำไม่ได้ พาลไปล้อว่า “ลื่นแล้วลื่นอีก” ส่วนเด็กหงส์เอง สมมติรูปเกมเกิดวิลลาออกนำซิตีได้ แต่สุดท้ายโดนแซงชนะ ก็อาจจะกร่นด่า หรือคงจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิด “แพะ” ในเรื่องนี้จนได้

“มันน่าผิดหวังเมื่อมีคนพูดถึงความซื่อสัตย์ และพุ่งเป้ามาที่ผม หรือ แอสตัน วิลล่า หรือผู้เล่นคนใดของผม” นี่คือคำสัมภาษณ์ของเจอร์ราร์ด ผู้ที่ถูกกดดันและถูกนำเข้ามาเอี่ยวกับสถานการณ์นี้อย่างหลบไม่พ้น ในฐานะอดีตกัปตันทีม ในฐานะอนาคตผู้จัดการทีม ในฐานะที่มีโอกาสช่วยหงส์แล้ว

เขายังพูดต่ออีกว่า “เราจะออกไปเล่นในสุดสัปดาห์ และทุ่มเททุกอย่างที่เราต้องพยายาม ถ้านั่นเป็นการช่วย ลิเวอร์พูล อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคงสุดมหัศจรรย์ แต่เราจะไปที่นั่นให้ดีที่สุด และพยายามทำให้มันยากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำไมเหรอ? เพราะเราต้องการอยู่ในอันดับที่ดีกว่าที่ 14 และเราต้องการคะแนนมากกว่านี้”

ไม่ใช่แค่เจอร์ราร์ดที่ต้องมาตอบคำถามเชิงดูหมิ่นความเป็นมืออาชีพ แม้แต่คลอปป์เอง ก็โดนสื่อเอาไมค์จ่อปากแล้วถามคำถามน่าหงุดหงิดว่า ได้มีการโทรไปขอให้เจอร์ราร์ดช่วยเป็นการส่วนตัวหรือไม่ โดยคลอปป์ตอบว่า “ถ้าผมสามารถเล่นเกมเพื่อช่วย ดอร์ทมุนด์หรือ ไมนซ์ ได้ ผมก็จะช่วย แต่ผมไม่ใช่นักเตะของทั้งสองทีมแล้ว สตีวี่ เองก็เช่นกัน เราทุกคนต่างก็เป็นมนุษย์ สตีวี่ จะจริงจังกับเกมนี้โดยที่ผมไม่ต้องโทรหาเขาหรืออะไรก็ตาม” คำตอบของคลอปป์ต้องการจะสื่อว่า หากในฐานะนักเตะทุกคนคงอยากลงช่วยทีม แต่ในฐานะผู้จัดการทีมไม่ใช่ และเจอร์ราร์ดจะเล่นเต็มที่แบบมืออาชีพอยู่แล้ว ไม่ว่าคลอปป์จะขอหรือไม่ก็ตาม

ลิเวอร์พูลเป็นผู้กำหนดทางเดินของตัวเองมาตั้งแต่ต้น การมาถึงจุดนี้ได้ หากจะโทษก็ต้องโทษที่เราหลุดเสมอเบรนท์ฟอร์ด หลุดแพ้เวสต์แฮม หลุดแพ้เลสเตอร์ หลุดเสมอซิตี สเปอร์ส หรือเชลซี นั่นเราอาจจะยังพอโทษตัวเองได้ แต่จะบอกว่า เราพลาดแชมป์เพราะเจอร์ราร์ดไม่ช่วย หรือลูกทีมเขาเล่นไม่ดี หรือเล่นพลาดทำให้เราอดได้แชมป์ เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมกับวิลลา อย่างยิ่ง

สิ่งที่เราควรคาดหวังมากที่สุดไม่ใช่การช่วยเหลือจากเจอร์ราร์ดหรือใครเป็นกรณีพิเศษ เพราะนั่นจะเท่ากับเป็นการดูถูกความเป็นมืออาชีพของเขาและนักเตะของวิลลา วิลลาจะแพ้หรือชนะ ไม่ใช่เพื่อหงส์ แต่เพื่อทีมของพวกเขาและแฟนบอลของเขาเอง และพวกเขาไม่ควรมีส่วนมารับผิดกับการไม่ได้แชมป์ของหงส์แดงแต่อย่างใด ไม่ว่าเจอร์ราร์ดจะจัดตัวอย่างไร ใช้แผนไหน คูตี้จะยิงพลาด ไม่ส่งให้เพื่อน อิงส์จะหลุดเดี่ยวยิงไม่เข้า พวกเขาไม่ควรถูกตำหนิจากเด็กหงส์ ใช่ พวกเราผิดหวังได้ แต่ไม่ควรเอาไปโยนให้คนอื่น

อย่าลืมชื่นชมกับความสำเร็จของทีม

“มันยากกว่า หลายสัปดาห์ หลายเกม การดิ้นรนกับการบาดเจ็บ สถานการณ์ที่แตกต่างกัน มันไม่ใช่แค่เกมเดียวอย่าง เอฟเอ คัพ มันต้องทีมที่สม่ำเสมอ ผมไม่ได้บอกว่า แชมเปียนส์ ลีกไม่สำคัญ เราอยากอยู่ที่ปารีสในสัปดาห์หน้า การชนะ 38 เกม หรือ 6-7 เกมนั้นแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่ดี และเราใกล้แล้ว”

เป็นคำพูดของ เป๊บ กวาดิโอลา หลังนักข่าวถามถึงสถานการณ์แชมป์ลีกปีนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป๊บพูดอะไรทำนองนี้ เขาเคยกล่าวเอาไว้แบบนี้เหมือนกันเมื่อปี 2018-2019 ที่ปีนั้นหงส์แดงได้แชมป์ UCL ครั้งที่ 6 และแมนซิตีได้แชมป์พรีเมียร์ลีก แต่สื่อดันให้ความสนใจกับแชมป์ UCL ของหงส์แดงมากกว่า จนเขาต้องออกมาพูดอะไรแบบนี้

แชมป์แรกของปี

ที่ยกมาไม่ได้จะให้เอามาให้แฟนหงส์ด่าเป๊บนะครับ ผมกำลังบอกว่า นี่อาจจะเป็นข้อดีของเป๊บก็ได้ เพราะเขากำลังให้คุณค่ากับความสำเร็จของทีม ในขณะที่คนทั่วไปอาจจะมองว่า พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในเวทียุโรป นี่คือสิ่งที่แม้แต่แฟนหงส์แดงเองก็อาจจะต้องทำ คือการชื่นชมกับความสำเร็จของตัวเองให้มาก เพราะท้ายที่สุดเราไม่รู้ว่าอีก 2 ถ้วยที่เหลือเราจะได้หรือไม่ หากไม่ได้เลย คนอื่นจะซ้ำเติมเราแน่ว่าล้มเหลว

เป๊บและแมนซิตีคาดหวังกับ UCL มากขนาดไหน มันก็เหมือนกับเด็กหงส์คาดหวังกับแชมป์ลีกมากขนาดนั้น แต่การผิดหวังนั้นก็ไม่ควรทำให้เราหลงลืมความสำเร็จอื่น ๆ ของทีม เป๊บพยายามจะสื่อให้ลูกทีมสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อแชมป์ลีกที่แม้พวกเขาจะได้มามากมายก็ตามว่านี่เป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน

เช่นกัน เจอร์เก้น คล็อปป์ เอง ก็ต้องคลี่คลายความคาดหวัง แรงกดดันที่จะเกิดขึ้นในเกมวันอาทิตย์นี้ และวิธีที่เขาทำ เขาพูด มันก็ออกมาดีมาก ๆ คลอปป์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงการลุ้นแชมป์ในวันอาทิตย์นี้ว่า “เราเคยมีประสบการณ์ลุ้นแชมป์จนถึงเกมสุดท้ายมาแล้ว เมื่อซีซั่น 2018-19 มันคล้ายๆ ปีนี้เลย หลังจากเกมนั้น เราก็ปกติดีเรายังยิ้มกัน”

“ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันอาทิตย์นี้ เราจะไม่มีทางลืมแน่ว่าซีซั่นนี้มหัศจรรย์แค่ไหน ลูกทีมผมสุดยอดมากๆ เรามีความสุขกับการเดินทางที่ผ่านมา และคุณไม่มีทางรู้หรอกว่าสุดท้ายจะได้อะไรบ้าง ซิตี้ เป็นคู่แข่งที่เก่งสุดในโลก แต่ว่าเราก็หายใจลดต้นคอพวกเขาไม่เคยห่าง” และนั่นก็เป็นเหตุผลสำคัญว่า ในวันที่ 29 ที่จะถึง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หงส์แดงก็จะจัดขบวนแห่ถ้วยแชมป์ เพราะนั่นคือความสำเร็จที่น่ายินดี