3 เรื่องน่าภูมิใจของหงส์แดงในพรีเมียร์ลีกปีนี้

จบไปแล้วกับเวทีพรีเมียร์ลีกปีนี้ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี โดยการนำของเป๊บ กวาดิโอลา ที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถ้วยที่ 5 ในรอบ 6 ปีหลังสุดได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยการเบียดเอาชนะหงส์แดงไป 1 แต้มที่ต้องลุ้นกันจนถึงวินาทีสุดท้าย

เชื่อว่าแฟนเรือใบจะต้องภูมิใจกับแชมป์ปีนี้อย่างแน่นอน เพราะการต่อสู้ที่เข้มข้นหนักหน่วง โดยเฉพาะบรรยากาศในช่วงโค้งสุดท้าย และเกมสุดท้ายที่แอติฮัด พวกเขาตามหลังวิลลาอยู่ 2 ลูกในนาทีที่ 70 และหงส์แดงเองก็มีแนวโน้มว่าจะชนะวูล์ฟได้แม้จะยังเสมอ 1-1 ในตอนนั้น แต่พวกเขาก็สามารถยิงประตู 3 ประตูรวดใน 5 นาทีพลิกชนะคว้าแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่

หากเราเป็นแฟนบอลเรือใบเราก็คงดีใจมาก ๆ และมันจะเป็นแชมป์ประวัติศาสตร์ของพวกเขาเทียบเท่ากับแชมป์แรกในปี 2012 ที่อเกวโร่ยิงประตูชัยในนาทีสุดท้าย ลองคิดกลับกันว่าหากนัดสุดท้ายเป็นหงส์แดงได้แชมป์มันก็คงจะยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน ดังนั้นมองในมุมของแฟนบอลเราก็รู้สึกยินดีกับแฟนบอลของเรือใบมาก ๆ ที่ได้สัมผัสช่วงเวลาพิเศษเหล่านี้

ส่วนแฟนหงส์แดงเองแม้จะจบด้วยรองแชมป์ แต่เชื่อว่าหลายคนทำใจได้ และไม่ได้รู้สึกผิดหวังเสียใจมากเหมือนฤดูกาล 2014-2015 และฤดูกาล 2018-2019 แต่อย่างใด บรรยากาศหลังจบเกมสีหน้านักเตะและทีมงานรวมถึงแฟนบอลในสนามไม่ได้แสดงออกถึงความเศร้าเสียใจเลย ในทางตรงกันข้ามพวกเขาต่างฉลองและร่วมกันบันทึกความทรงจำที่ดี ๆ ร่วมกัน เพราะแม้จะไม่ได้แชมป์ แต่สำหรับพรีเมียร์ลีกปีนี้หงส์แดงก็มีความภูมิใจมากมายเกิดขึ้น

2 แชมป์บอลถ้วยในเกาะอังกฤษ

แชมป์แรกของปี

แม้ศักดิ์ศรีความเป็นแชมป์อาจจะไม่เท่าเทียบกับแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ต้องฟัดกันนานถึง 38 เกม ดังเป๊บ กวาดิโอลา พูดถึง แต่การที่หงส์แดงคว้าแชมป์บอลถ้วยในประเทศมาครองได้ถึง 2 ถ้วยในฤดูกาลเดียวมันก็เป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจไม้น้อย และไม่ควรถูกด้อยค่าลงเพียงเพราะเราได้รองแชมป์จากทีมที่แข็งแกร่งมาก ๆ อย่างซิตี

เราควรภูมิใจอะไรในการได้บอลถ้วยทั้งสองรายการนี้ อย่างแรกเลย ทั้งสองรายการเป็นแชมป์ที่คลอปป์ยังไม่เคยได้ตั้งแต่มาคุมทีมหงส์แดง การได้แชมป์ทั้งสองรายการนี้มาครองมันก็เติมเต็มรายการแชมป์ของคลอปป์ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น เขานับเป็นกุนซือหงส์แดงคนแรกที่ได้แชมป์ครบทุกรายการเมเจอร์ที่ลงแข่งขัน

อย่างที่สองการได้แชมป์บอลถ้วยในประเทศทั้งสองรายการมันสะท้อนว่าลิเวอร์พูลมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง มีระบบจัดการทีมที่ยอดเยี่ยม มีการพัฒนาเยาวชนขึ้นมาให้มีบทบาทกับทีม เป็นรายการที่นักเตะทุกคนทุกตำแหน่ง ทุกเจนเนเรชั่นได้มีโอกาสช่วยกันทำให้สำเร็จ

อย่างที่เป๊บบอกอีกนั่นแหละ แชมป์ลีกนั้นได้ยากเพราะต้องมีความต่อเนื่องและการจัดการปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บและอื่น ๆ อีกต่าง ๆ นานา การที่เป๊บได้แชมป์ลีกก็อาจจะสะท้อนว่าพวกเขาจัดการสิ่งเหล่านั้นได้ดีจนได้แชมป์ แต่การที่หงส์แดงสามารถไล่กวดรดต้นคอพวกเขาได้จนถึงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน แถมพ่วงด้วยสองแชมป์บอลถ้วยในประเทศมันก็แสดงว่าหงส์แดงเองก็ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน ที่สำคัญคือในรายการเอฟเอคัพ หงส์แดงก็สามารถผ่านทีมเรือใบของเป๊บเข้าไปชิงได้สำเร็จ

ยิ่งหากเรามาย้อนดูเส้นทางการลุ้นแชมป์ของทั้งสองรายการมันยิ่งน่าภูมิใจ ในรายการลีกคัพ เราผ่านทั้งเลสเตอร์ อาร์เซนอล ส่วนในรายการเอฟเอคัพ ก็ผ่านด่านหินอย่างแมนซิตีในรอบรองชนะเลิศ และที่สำคัญการเอาชนะเชลซีในนัดชิงดั้งสองนัดจากการดวลจุดโทษเหมือนกัน ก็ยิ่งตอกย้ำว่าแชมป์สองรายการนี้ไม่ธรรมดาและคู่ควรแก่ความน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

นักเตะหงส์แดงโชว์ผลงานเยี่ยมล้นทีม

นั่นแหละเราต้องย้ำว่าแม้ะได้แค่รองแชมป์ แต่เป็นรองแชมป์ที่ยืนแลกหมัดกันจนวินาทีสุดท้ายเท่านั้น อาจจะกล่าวได้ว่า แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้นั้นไม่ว่าหงส์แดงหรือเรือใบใครได้ไปก็คู่ควรทั้งนั้น และหนึ่งในการยืนหยัดต่อสู้ได้แบบนี้ทั้งที่หงส์แดงมีโปรแกรมแข่งขันรัดตัวมาก ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับนักเตะทุกคนที่ยามได้ลงสนามก็รีดฟอร์มเก่งออกมาได้ และถึงแม้บางคนอาจจะผิดฝาผิดฟอร์มไปบ้าง แต่การมีอยู่ของพวกเขาในสนามก็ช่วยแบ่งเบาภาระของทีมได้มาก

เริ่มตั้งแต่ผู้รักษาประตูอลิสซงที่ปีนี้โชว์ผลงานการรักษาคลีนชีตไป 20 เกม คว้ารางวัลถุงมือทองคำไปครองแบบสง่างาม แม้แต่โกลมือสองอย่างเคเลเฮอร์ก็ยังโชว์ฟอร์มเจ๋งเป็นฮีโร่ในเกมนัดชิงลีกคัพ

กองหลังปีนี้ทุกตำแหน่ง ทุกคนที่ได้ลงเล่นไม่มีใครทำได้แย่เลย มาติป โดดเด่นและสร้างความประทับใจกับฟอร์มที่สุดยอดของเขาในปีนี้ ลีลาการพาบอลขึ้นจากหลังไปทะลุทะลวงคู่ต่อสู้ก็เป็นเอกลักษณ์ที่หาใครทำได้ยาก โกนาเตค่อย ๆ พัฒนาฝีมือขึ้นทุกวีคและกลายมาเป็นตัวหลักได้ในที่สุด

โจ โกเมส เอง แม้ปีนี้จะได้เล่นแบ็กขวาซะส่วนใหญ่แต่ผลงานก็ไม่เลว เขาก็พยายามทำให้เห็นว่าสามารถปรับตัวเล่นได้ หากไม่ใช่เพราะตำแหน่งนั้นมีคู่เปรียบเทียบเป็นแบ็กขวาที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่ง ผลงานของเขาก็อาจจะได้รับการยกย่องมากกว่านี้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือฟานไดจ์คที่ยังเป็นหัวใจสำคัญของทีมเสมอ แม้ปีนี้อาจจะดูเหมือนว่าฟอร์มไม่เปรี้ยง นั่นไม่ใช่เพราะผลงานตกหรอก แต่เป็นเพราะเพื่อน ๆ ในทีมเล่นกันได้ยอดเยี่ยมทำให้งานของเขาเบาขึ้นต่างหาก

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ สองแบ็ก อาร์โนล์ด กับ โรเบิร์ตสัน ที่ใน 4 ฤดูกาลหลังสุดพวกเขาทำแอสซิสต์ในลีกได้ถึงหลัก 10 กันถึง 3 ฤดูกาล มีเพียงฤดูกาลที่แล้วที่ทีมผลงานย่ำแย่ทำได้คนละ 7  เท่านั้น แต่เมื่อรวมทุกรายการก็ยังเลยสิบอยู่ดี นอกจากสองคนนี้แล้วก็ต้องไม่ลืม คอสตาส ซิมิกาส อีกหนึ่งแบ็กซ้ายที่ผลงานน่าชื่นชมมาก ทั้งความพยายาม ฝีเท้า และผลงานแทบจะไม่แตกต่างจากโรเบิร์ตสันเลย หากได้ลงเล่นเท่า ๆ กัน ผมว่าเผลอ ๆ ผลงานอาจจะไม่ห่างกันมาก

ในแดนกลางที่ขุมกำลังล้นทีม แต่ปีนี้ทุกคนกลับได้มีบทบาทของตัวเองในแต่ละช่วง เพราะมีการสลับหมุนเวียนกันเยอะทั้งจากโปรแกรมที่หนักหนา การบาดเจ็บของนักเตะ จึงทำให้มีการหมุนเวียนนักเตะในแดนกลางมาก ขนาดว่า ไทเลอร์ มอร์ตัน กองกลางเยาวชนยังได้โอกาสลงเล่นทั้งในเวทีพรีเมียร์ลีกและ UCL เลย

ช่างเชื่อมที่ปีนี้ไม่เจ็บไม่ป่วย แต่หาฟอร์มเก่งของตัวเองไม่เจอ ก็ยังมีช่วงที่เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่องในช่วงต้นซีซั่นและเป็นขุมกำลังสำคัญในบอลถ้วยอย่างลีกคัพด้วย โจนส์ ที่หลายคนวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของเขาแทบทุกนัด แต่เขาก็ยังเป็นนักเตะที่คลอปป์เลือกใช้งานคนแรก ๆ ยามต้องหมุนเวียนนักเตะ เพราะมีพละกำลังเหลือล้น มีความขยัน และอันที่จริงเขาสามารถปรับปรุงการเล่นระหว่างเกมได้ เอเลียตต์ที่ปรับมาเล่นเป็นกองกลางเล่นได้น่าประทับใจมากช่วงต้นฤดูกาล ปีหน้าหลายคนก็รอชมผลงานของเขาได้เลย

สามกองกลางตัวจริงของทีมปีนี้กลมกล่อมมาก เป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุด ๆ ตั้งแต่คลอปป์เข้ามาคุมทีมเลย ฟาบิญโญ่ ในตำแหน่งกลางรับเป็นหมุดสำคัญของเกมที่ขาดเสียไม่ได้ ติอาโก ที่พอปรับตัวได้ก็ร่ายมนต์เสกคาถาภาษาฟุตบอลขั้นเทพของตัวเองได้ เฮนเดอร์สันและท่านรองเจมส์ที่แม้พละกำลังจะโรยราไปบ้าง แต่ยังขยัน ได้ลูกหนัก ลูกแน่นอน และความเป็นผู้นำที่เพื่อน ๆ ไว้ใจ นาบี เกอิตา เองได้รับโอกาสมากขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล และก็เช่นเคย นักเตะคนนี้หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนเขาคงฉายแสงกับทีมได้มากกว่านี้แน่

แดนหน้าของหงส์แดงปีนี้ยอดเยี่ยมและหลากหลายกว่าทุกปี เนื่องจากมีผู้เล่นระดับดีให้เลือกใช้งานหลายคน มาเน่ ซาลาห์ โจตา ทำประตูเกินหลัก 10 ในลีก ดิอาช แม้มาใหม่ก็ไฉไลและก้าวเป็นตังหลักให้ทีมทันที ฟีร์มิโน่แม้จะหายหน้าไปเยอะ แต่ยามได้ลงสนามก็ช่วยทีมได้มาก เป็นตัวหลักในบอลถ้วย เช่นเดียวกับโอริกี ปีนี้ที่ยังทำผลงานให้เด็กหงส์ประทับใจหลายเกมกับการลงมาเปลี่ยนเกม เปลี่ยนผลงานให้หงส์แดง ทิ้งท้ายความทรงจำดี ๆ ก่อนอำลาทีม

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ นักเตะที่เป็นดาวซัลโวของทีมในบอลถ้วยสองรายการที่ได้แชมป์ มินามิโนะ นักเตะแนวรุกตัวเลือกลำดับสุดท้ายของทีม ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมกับหงส์แดง ส่วนซาลาห์นั้นแม้จะมีประเด็นเรื่องสัญญากับทีม แต่เรื่องผลงานกับกลายเป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากจะคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีกร่วมกับซน เฮือง มิน แล้ว เจ้าตัวยังคว้ารางวัลดาวแอสซิสต์ของลีกพ่วงไปด้วยอีก เรียกว่าเด่นทั้งยิงทั้งจ่าย

การได้เห็นนักเตะเกินกว่าครึ่งค่อนทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจให้เราตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา มันสร้างทั้งความสุขทั้งความประทับใจ และเกิดเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางไปกับพวกเขา

ภูมิใจที่คลอปป์ยังอยู่ต่อ

แม้จะพาทีมจบแค่รองแชมป์แต่ผลงานการกู้ชีพหงส์แดงจากสภาพที่อาจจะบอกได้ว่ายับเยินเมื่อฤดูกาลที่แล้วมากลายเป็นแชมป์บอลถ้วยสองถ้วย และสู้กับเป๊บได้อย่างสูสีคู่คี่ พาทีมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ลุ้นแชมป์ครบทุกรายการ ลงเล่นครบทุกนาที ทุกการแข่งขัน และกำลังพาทีมลุ้นทำทริปเปิลแชมป์ของของตัวเองกับทีมอยู่ในขณะนี้

จากที่เคยประกาศว่าจะยุติบทบาทของตัวเองในปี 2024 เจ้าตัวก็เห็นถึงพัฒนาการของทีมที่ยอดเยี่ยมและขีดจำกัดที่ไม่คิดว่าจะมาถึง อย่างการลุ้น 4 แชมป์ ทำให้ไฟในหัวใจของเขาน่าจะถูกจุดติดอีกครั้ง กับการขยายสัญญาออกไปอีก 2 ปีจากปี 2024 เป็นปี 2026 แค่นี้หัวใจของเด็กหงส์ทุกหมู่เหล่าก็ฟูฟ่องแล้ว

ผลงานเด่นชัดจนคลอปป์เองสามารถคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้จัดการลีกได้สำเร็จและคิดว่าน่าจะเดินหน้าคว้ารางวัลอื่น ๆ อีกเป็นแน่

ฤดูกาลหน้าพรีเมียร์ลีกจะหนักหนาขึ้น การแข่งขันจะยิ่งเข้มข้นขึ้น อาร์เตตากับอาร์เซนอล เป๊บกับการคว้าตัวฮาแลนด์มาเสริมแกร่ง แมนยูกับกุนซือใหม่ไฟแรงโปรไฟล์ดี เชลซีกับการแก้ปัญหาภายในสำเร็จลุล่วง และสเปอร์สภายใต้การนำทัพที่ไฉไลขอลคอนเต้ แต่การที่หงส์แดงยังมีกุนซือชื่อเจเกน คลอปป์อยู่ เราก็รู้สึกได้ว่าเราเองก็ไม่เป็นสองรองทีมไหนแน่