เจาะ 3 นักเตะตัวความหวังใหม่ที่ทำให้หงส์แดงแกร่งขึ้นในฤดูกาลหน้า

หลังปิดม่านพรีเมียร์ลีกไปแล้ว ความเคลื่อนไหวที่เราได้เห็นคือหลายทีมเริ่มมีการปรับปรุงทีม เริ่มมีการเสริมทัพผู้เล่นใหม่ ๆ เข้าทีมกันบ้างแล้ว เพื่อเตรียมสู้ศึกพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า ทั้งแมนยู ที่เปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่ แมนซิตีแชมป์เก่าที่เสริมโหดด้วยกองหน้าระดับโลกอย่างฮาแลนด์

หันกลับมามองดูทีมหงส์แดงรองแชมป์นั้น ล่าสุดเพิ่งคว้าตัวกองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปีของฟูแล่มทีมแชมป์ลีกแชมป์เปียนส์ชิปทีมล่าสุด อย่างฟาบิโอ คาวัญโญ่ มาร่วมทีมสำเร็จหลังจากมีข่าวการเจรจากันมาสักพัก จากสถานการณ์แบบนี้หากหงส์แดงไม่เสียผู้เล่นตัวหลักของทีมที่เหลือสัญญากับทีมไม่นานอย่าง ซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่ เชื่อว่าตลาดฤดูร้อนของหงส์แดงคงปิดประตูไปแล้ว สกูปนี้เราจึงจะพาไปดูนักเตะตัวความหวังของหงส์แดงในกรณีที่หงส์แดงไม่ลงตลาดแล้ว

อิบราฮิมา โกนาเต

ปราการหลังวัย 23 ปี เจ้าของส่วนสูง 194 เซนติเมตร โดยหงส์แดงลงทุนควักเงิน 36 ล้านปอนด์ไปสู่ขอมาจากทีมไลฟ์ซิกเมื่อตลาดซัมเมอร์ฤดูกาลที่ผ่านมา เพื่อเป็นทั้งการเสริมทัพและการป้องกันปัญหานักเตะแนวรับบาดเจ็บพร้อมกันพรึบแบบฤดูกาล 2020-202

กองหลังรุ่นเยาว์รายนี้ กลายเป็นนักเตะที่สูงเป็นอันดับสองของทีมรองจากโจเอล มาติปทันที และถูกคาดหวังจากแฟนบอลว่านักเตะรายนี้จะเข้ามายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ของฟานไดจ์คเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ทีม แต่ในช่วงต้นที่เขายังต้องการเวลาในการปรับตัวยังไม่ได้โอกาสลงเล่นนั้น นักเตะอย่างโจเอล มาติปที่ได้โอกาสลงเล่นคู่กับฟานไดจ์คกลับโชว์ผลงานโดดเด่นเข้าตา จนโกนาเตเองต้องหลีกทางและคอยเป็นแผนกซับพอร์ตให้พี่ใหญ่ทั้งสองคนแทน

ซึ่งนั่นกลับกลายเป็นผลดีกับเจ้าตัว เพราะอย่างแรกเจ้าตัวไม่ต้องแบกรับแรงกดดันทั้งจากค่าตัวที่มากโขอยู่และการต้องทำผลงานในการยืนคู่กับฟานไดจ์ค กลายเป็นว่าการที่คลอปป์ค่อย ๆ หยอดเขาลงเล่นทีละเล็กทีละน้อย มีเวทีบอลถ้วยทั้งในและนอกประเทศให้ลงอย่างสม่ำเสมอ ทำให้นักเตะรายนี้มีพัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไปแบบราบรื่นมาก

ผลงานการโหม่งทำประตู 3 เกมติดในเวที UCL 2 เกมกับเบนฟิกาและในเอฟเอคัพกับแมนซิตี ถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจของเจ้าตัว และเมื่อเทียบผลงานกับสองรุ่นพี่ในพรีเมียร์ลีก ก็ถือว่าไม่ได้เป็นรองหรือห่างกันมาก ในสองเกมสุดท้ายของลีกที่ทีมต้องพักฟานไดจ์คเจ้าตัวก็ยืนคู่กับมาติปได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่เกมรับ ทั้งการสกัด การเคลียร์ การบล็อกเจ้าตัวทำได้ในระดับที่ดีกว่ารุ่นพี่ทั้งสองคนด้วยซ้ำ เหล่านี้เป็นสัญญาณว่าเขาพร้อมที่เป็นตัวหลักของทีมในฤดูกาลหน้าอย่างเต็มตัวแล้ว

ฮาร์วีย์ เอเลียตต์

เด็กหนุ่มสมญานาม “ไอ้จุก” ที่คนไทยพร้อมกันตั้งให้จากทรงผมจุกที่โดดเด่นและลีลาการเล่นที่เก๋าข้ามรุ่นมาตั้งแต่เยาวชนที่ชกข้ามรุ่นมาตลอด หงส์แดงลงทุนซื้อจากฟูแล่มมาตั้งแต่อายุ 17 หยก ๆ ได้รับคำชมจากสต๊าฟโค้ช ทีมงานว่าเล่นได้โดดเด่นเหนือใคร จนมีโอกาสได้เล่นชุดใหญ่ ก็สร้างความปรทะทับใจให้ผู้ชมทางบ้านอย่างเรามาก

ไอ้จุกถูกส่งไปฝึกวิทยายุทธ์เสริมแกร่ง ณ สำนักขุนเขาเมืองกุหลาบไฟเมื่อฤดูกาล 2020-2021 และโชว์ผลงานเยี่ยมเป็นตัวหลักของทีมทำไป 11 แอสซิสต์ และ 7 ประตูจากการลงสนาม 41 เกม หรือกว่า 2600 นาที ทันทีที่จบฤดูกาลคลอปป์ก็พาเอาไอ้จุกไปเก็บตัวปรีซีซั่นร่วมกับทีมและตัดสินใจว่าจะใช้งานไอ้จุกกับทีมต่อทันที

โดยคลอปป์ได้ปรับแต่งพันธุกรรมของเจ้าหนูคนนี้จากกองหน้ากึ่งปีกที่ต้องใช้ความเร็วและลีลาการกระชากลากเลื้อย หรือเล่นเป็นตัวรุกจ๋า มาเป็นกองกลางสายพันธุ์บ็อกทูบ็อกที่วิ่งขึ้นวิ่งลงได้ไม่มีหมดให้สมกับพลังวัยหนุ่มที่เหลือล้นของเจ้าตัว อันที่จริงก็อาจจะเป็นการแก้ปัญหาทั้งโอกาสการลงเล่นที่แดนหน้านั้นมีทั้งซาลาห์ มาเน่ อยู่ กับการแก้ปัญหาที่ทีมขาดไวนาดุมไป ทำให้ต้องการทดลองอะไรใหม่ ๆ

แม้จะปรับเปลี่ยนตำแหน่งและวิธีการเล่นที่ออกห่างจากพื้นที่สุดท้ายมากขึ้นก็ตาม แต่เพียงแค่ 4 เกมแรกในลีกที่เจ้าตัวได้โอกาสลงเล่น ก็สร้างความประทับใจให้แฟนบอลแล้ว การเล่นที่ทุ่มเท วิสัยทัศน์การเล่นบอลที่เน้นเพื่อทีม ประสานงานกับซาลาห์และเทรนท์ทางฝั่งขวาได้เนียน แม้จะเล่นตัวรุกมาก่อนแต่ก็ทุ่มเทช่วยเกมรับเต็มที่ มีจุดเด่นที่การแทงบอลทะลุช่อง การเติมเกมรุกที่คล่องแคล่วว่องไว

สถานการณ์แดนกลางของหงส์แดงปีนี้ ที่เราคาดการณ์ว่าจะมีนักเตะหลายคนเดินทางออกจากทีมไม่ว่าจะเป็น แชมเบอร์เลนที่ค่อนข้างแน่นอนว่าเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัว หรือเกอิตา ที่ก็ยังไม่แน่ว่าจะสู้ต่อ เฮนเดอร์สัน มิลเนอร์ ที่ร่างกายไม่ฟิตจะลงทุกเกมทุกนาที และโจนส์เองก็ยังคลำหาฟอร์มเก่งไม่เจอ ทำให้โอกาสลงเล่นมันยังเปิดกว้างสำหรับเอเลียตต์มาก โดยเฉพาะทางฝั่งขวาที่หากมีการประสานงานที่ดีกับเทรนท์และซาลาห์ก็จะเป็นการเพิ่มความอันตรายให้ทีมได้มากเช่นกัน

หลุยส์ ดิอาช

หากมีการจัดอันดับนักเตะที่ซื้อตัวมาแล้วเล่นได้ดีคุ้มค่าที่สุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว เชื่อว่าจะต้องมีชื่อของนักเตะรายนี้ติด 1 ใน 3 ของทุกสำนักแน่นอน เพราะแม้จะเพิ่งเข้ามาในช่วงตลาดหน้าหนาว แต่ผลงานของเขานั้นมันแทบจะเรียกได้ว่าคุ้มค่ากับเงิน 40 ล้านปอนด์ที่หงส์แดงจ่ายไปทุกบาททุกสตางค์แล้วกับผลงาน 6 ประตูกับ 4 แอสซิสต์รวมทุกรายการที่เล่นให้หงส์แดง

นักเตะที่คว้าตัวมาก่อนแผนการซื้อ เนื่องจากเขาอยู่ในแผนการซื้อตัวของทีมในตลาดหน้าร้อนนี้ แต่เพราะหากไม่ซื้อก็อาจจะโดนสเปอร์สของทีมคอนเต้ฉกไปได้ หงส์แดงจึงทุ่มทุนคว้าตัวมา ซึ่งจุดนี้มันแสดงให้เห็นถึงว่าหากลิเวอร์พูลมองนักเตะคนไหนแล้วแบบจริงจัง พวกเขาไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ แน่ กรณีดิอาช คือเครื่องยืนยันได้

 

หลังย้ายมาเขาได้ลงเล่นเป็นตัวหลักทันทีและก็โชว์ลีลาการลากเลื้อย ป่วนแนวรับคู่แข่งได้ทันที ถือเป็นความสดใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มให้หงส์แดงในช่วงโค้งครึ่งหลังของฤดูกาลที่หงส์แดงดูแผ่ว ๆ มาตั้งแต่ปลายปีให้มีชีวิตชีวาขึ้นจนก้าวมาคว้าสองแชมป์และลุ้น 4 แชมป์อย่างเต็มตัวได้

หากแต่กรณีผลงานเด่นของดิอาชนั้น ถูกมองว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเป็นนักเตะใหม่ หลายทีมในลีกยังไม่คุ้นกับสไตล์การเล่นของเขา ทำให้ช่วงแรก ๆ เขาจึงเล่นได้อย่างอิสระและยังหาทางจับตัวยาก แต่หากดูอย่างถี่ถ้วน ในช่วง 4-5 เกมหลังสุดเราจะเห็นว่าดิอาชเองก็มีแผ่วเช่นกัน บางเกมมีตื้อ มีตัน แต่นั่นก็ต้องบวกลบกับการที่เขาเพิ่งจะเป็นนักเตะใหม่ของหงส์แดง การปรับตัวกับแทคติก วิธีการเล่นของทีมอาจจะยังไม่เนียนพอ ดังนั้น ฤดูกาลหน้าเขาอาจอันตรายกว่านี้ก็เป็นได้

โดยสรุป

สามนักเตะกับสามตำแหน่งในสนามที่จะว่าไปทั้งสามคนก็ไม่ต่างจากนักเตะใหม่ของทีม เพราะ 1 คนเพิ่งซื้อมาไม่กี่เดือนแต่โชว์ฟอร์มดียังกะอยู่กับทีมมาหลายปี 1 คนซื้อมาแต่ก็ค่อย ๆ ปล่อย ค่อยเติม เสริมแกร่ง เสริมกระดูกไปเรื่อย ๆ จนพร้อมจะเป็นตัวหลักทันที และอีก 1 คือนักเตะเยาวชนที่ลงทุนซื้อมาเพื่ออนาคตตั้งแต่สองปีก่อน มาถึงปีนี้มีโอกาสได้ลงเล่นและมองเห็นอนาคตที่สดใสแล้ว แต่บาดเจ็บไปนาน แต่ก็กลับมาเรียกความฟิตพร้อมแล้ว

ผมคนหนึ่งละจะไม่แปลกใจเลยหากตลาดหน้าร้อนที่จะถึงนี้คลอปป์จะไม่เสริมทัพแล้ว เพราะแทบจะไม่มีตำแหน่งไหนเลยที่ขาด หรือพร่องไป สิ่งที่เราอาจจะเห็นก็คือการเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นอย่างหนัก เพราะสำหรับคลอปป์การแข่งขันทุกอย่างเริ่มต้นตรงนั้น