ปัญหาหรือท้าทาย: 4 ประเด็นสำคัญเมื่อมาเน่ประกาศอำลาหงส์

ในปี 2017-2018 หลังจากที่หงส์แดงแพ้นัดชิง UCL ต่อมาดริดครั้งแรก หลังจากนั้น 2 วันหงส์แดงประกาศคว้าตัวมิดฟิลด์ตัวรับอย่างฟาบิญโญ่ ที่สุดท้ายกลายมาเป็นขุมกำลังระดับต้น ๆ ของทีม ในปีนี้เองหลังจากหงส์แดงแพ้ในเกมนัดชิงต่อมาดริดอีกครั้ง เหตุการณ์ทำนองนั้นได้เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่มันกลับด้านกัน คือการที่ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกคนสำคัญของหงส์แดงประกาศว่าเขากำลังจะย้ายออกจากสโมสรหงส์แดง

การย้ายเข้า-ย้ายออกของนักเตะคนสำคัญมักจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทีมเสมอ ลิเวอร์พูลเคยต้องขายคูติญโญ่ให้กับบาร์เซโลนา แต่ก็ทดแทนมาด้วยฟานไดจ์ค อลิสซง และการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นของทีมที่พัฒนาจากเพลย์เมกเกอร์กลางสนามสู่เพลย์เมกเกอร์ริมสนามจากแบ็กจอมบุกทั้งสองข้าง และบอ่ยครั้งการเสียนักเตะตัวหลักก็อาจจะส่งปัญหาหรือผลกระทบกับทีมบ้าง เช่นการเสียไวนาดุมไป ทำให้แดนกลางของเราต้องใช้เวลาในการปรับตัวเกือบปี วันนี้เราจึงจะมาเจาะ 5 ประเด็นเมื่อมาเน่ประกาศอำลาหงส์แดง

จุดอิ่มตัว ของนักเตะหงส์แดง

เหตุผลหลักที่ซาดิโอมาเน่ ในวัย 30 ปี ที่อยู่กับหงส์แดงมาตั้งแต่ปี 2016 บอกไว้คือเขาต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ ๆ หรืออีกความหมายก็คือ เขาหมดแพสชั่นกับทีมหงส์แดงแล้ว ซึ่งหลัก ๆ น่าจะมาจากการค้าแข้งกับทีมมาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี คว้าแชมป์มาทุกแชมป์กับหงส์แดงแล้ว และอย่างน้อยการประกาศอำลาตอนนี้ เขายังจะสร้างรายได้ให้ทีมได้อยู่บ้างจากสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี

คำถามก็คือ การถึงจุดอิ่มตัวนี้ จะมีแค่มาเน่คนเดียวหรือไม่ คำตอบคือน่าจะไม่ เพราะก่อนที่มาเน่จะประกาศอำลำเราก็เพิ่งจัดงานอำลาให้กับดิว็อก โอริกี มหาเทพของเหล่าเดอะค็อปไปหมาด ๆ และหากจะมองดูนักเตะที่เล่นกับทีมมานาน อายุเยอะ และคว้ามาทุกแชมป์ กับสโมสรก็มีนักเตะหลายคนที่อยู่ในข่าย ไม่ว่าจะเป็น โจเอล มาติป กองหลังที่ทำผลงานดีมากกับทีมในฤดูกาลนี้ แต่มีแววว่ากำลังจะถูกโกนาเตเข้ามาแทรกในตำแหน่งตัวจริง

นักเตะอย่างฟีร์มิโน่ เจมส์ มิลเนอร์ แชมเบอร์เลน หรือแม้แต่เกอิตา ที่อยู่กับทีมมานาน เหลือสัญญากับทีมไม่มาก และโอกาสในการลงเล่นน้อยลง พวกเขาเองหมดแพสชั่นกับทีมหรือยัง และหากมีสโมสรอื่นยื่นข้อเสนอมาพวกเขาจะตัดสินใจยังไง

ประเด็นสำคัญก็คือ คลอปป์ จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร เขาจะมอบความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับนักเตะซีเนียร์เหล่านี้ยังไง หากคลอปป์ต้องการรั้งพวกเขาไว้ใช้งานต่อไป เพราะนักเตะหงส์แดงที่ลงสนามจำเป็นต้องมีความกระหายเป็นที่ตั้ง หรือว่านี่จะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ และอาจจะเกิดการเปลี่ยนถ่ายนักเตะกันหลายตำแหน่ง

เกมรุกเจอปัญหาแน่

การขาดหายไปของมาเน่ การโรยราและเป็นช่วงขาลงของฟีร์มิโน่ รวมถึงนี่อาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของซาลาห์กับทีม นี่อาจจะเป็นสัญญาณว่า สามประสานแนวรุกและสไตล์การเล่นเกมรุกของหงส์แดงที่สั่งสมมากว่า 5 ปีกำลังจะจบลงและต้องการการเปลี่ยนแปลงที่สดใหม่

ลิเวอร์พูลแก้ปัญหาการขาดหายไปของฟีร์มิโน่ด้วยการเติมโจตาเข้ามา หรือการขยับเอามาเน่มาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าอย่างในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดและได้ผล เพราะปีนี้มาเน่ตอบแทนการเล่นตำแหน่งนี้ด้วยผลงานการทำ 23 ประตู รวมทุกรายการที่เล่นให้หงส์แดง แต่คำถามก็คือ หากฟีร์มิโน่ยังไม่คืนฟอร์ม และเราต้องมาเสียมาเน่ที่เป็นนักเตะตัวหลักแบบนี้ จะต้องแก้ปัญหายัง

โดยเฉพาะตัวจบสกอร์ที่เฉียบคม ซึ่งเป็นปัญหาเร้นกายในทีมหงส์แดง และมักจะแสดงตัวให้เห็นในเกมใหญ่ ๆ เกมนัดชิง ที่ต้องอาศัยความคมในการจบสกอร์ อย่างนัดชิง UCL เป็นต้น ที่เราเห็นความแตกต่างชัดเจนระหว่าง มาเน่ ซาลาห์ ดิอาช ฟีร์มิโน ของหงส์แดงกับเบนเซมาของมาดริด และนั่นคือความแตกต่างที่ทำให้โอกาสยิงเข้ากรอบเกือบ 10 ครั้งของหงส์แดงจึงสู้ 1 ครั้งของมาดริดไม่ได้

หากนับโอริกีด้วยตอนนี้หงส์แดงก็สูญเสียนักเตะที่จบสกอร์ได้ดีในทีมไปทีเดียว 2 คน ในกรณีที่หงส์แดงไม่ซื้อนักเตะเพิ่ม เราอาจจะพอพูดได้ว่า เรายังมีซาลาห์ โจตา และดิอาช ให้เล่น ถ้าฟีร์มิโนไม่ย้ายเขาก็ยังเล่นได้ หรืออาจจะนับรวมว่าหงส์แดงก็เพิ่งคว้าตัวกองหน้าวัย 19 ปีจากฟูแล่มมา คำถามคือ พวกเขาจะสร้างความแตกต่างและมิติใหม่ๆ หรือดีกว่าการมีโอริกีหรือมาเน่อย่างไร

หากการที่ทีมต้องเสียนักเตะที่มีอิทธิพลต่อเกมรุกอย่างคูติญโญ่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทีมขนานใหญ่ ทั้งกลยุทธ์การเล่น วิธีการเล่น และอื่น ๆ ในทีม ผมก็คาดหวังว่าการที่ทีมต้องเสียนักเตะอย่างมาเน่ ก็อาจจะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง โดยเฉพาะวิธีการเล่น การเข้าทำ นั่นอาจจะหมายถึงว่า มันได้เวลาแล้วที่ทีมหงส์แดงจะต้องมีกองหน้าตัวเป้าจริง ๆ สักที

จับตาตลาดนักเตะแนวรุก

ต่อเนื่องจากหัวข้อด้านบนคือหาการเสียสองนักเตะในแนวรุกคนสำคัญอย่างโอริกีกับมาเน่ออกไปและได้สองนักเตะแนวรุกใหม่เข้ามาทั้งดิอาชและคาวัลโญ่ จะเพียงพอหรือไม่ ในฐานะที่เฝ้ามองตลาดนักเตะของหงส์แดงในยุคของคลอปป์มานาน ผมคิดว่าไม่พอ เพราะผมมองว่าในดีลของดิอาชกับคาวัลโญ่เป็นการเสริมขุมกำลังจากของเดิมที่มีมากกว่า ไม่ใช่การเข้ามาแทนตำแหน่งของใครชัดเจน

และหากสังเกตให้ดี ในยามที่ทีมเสียนักเตะคนสำคัญคลอปป์มักปรับเปลี่ยนการเล่นหรือไม่ก็จะหานักเตะคนที่เล่นอยู่ในเกรดเดียวกันกับนักเตะที่เสียไปชนิดเข้ามาเล่นทดแทนได้ทันทีเสมอ เช่น การเสียคูติญโญ่กับการปรับเปลี่ยนแนวทางการเล่นเกมรุก การเสียไวนาดุมไป แต่ก็ได้ติอาโก มาแทน ดังนั้นการที่ทีมเสียมาเน่ไป ก็อาจจะหมายถึงการได้นักเตะระดับเดียวกันมาทดแทนได้แบบทันที

ทีนี้หากมองในตลาดซื้อขายตอนนี้ เราจะเห็นว่ามีกองหน้าหลากหลายสไตล์ให้เลือกเฟ้น ไม่ว่าจะเป็นดีบาลาของยูเวนตุสที่เป็นนักเตะฟรีเอเยนต์ อุสมาน เดมเบเล่ ที่ยังไม่ต่อสัญญากับบาร์เซโลน่า ดาร์วิน นูเญซ ดาวยิงเนื้อหอมจากเบนฟีกาที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นประจักษ์ตาเด็กหงส์มาแล้ว หรือจะเป็น เลวาน กองหน้าพี่เสือที่คุ้นมือกันดีกับคลอปป์ที่มีข่าวว่ามาเน่จะไปแทนที่เขา และมันก็อาจจะเกิดการสลับขั้วขึ้นได้

แต่หากจะมองเฉพาะนักเตะที่เคยมีข่าวกับทีมเราอย่างจริงจัง ก็คงหนีไม่พ้นกองหน้าไฟแรงจาก ไลป์ซิกอย่าง คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู  นักเตะวัย 24 ปี เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกเมืองเบียร์ ปาดหน้าทั้งเลวาน ทั้งฮาแลนด์ จากผลงานยิงได้ 20 ประตู และ 13 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 34 นัดในลีก

ดาวเตะชาวเมืองน้ำหอมรายนี้เคยตกเป็นข่าวลือกับ ลิเวอร์พูล มานานเช่นกัน แม้ตอนนี้จะมีข่าวหนาหูว่าแมนยูฯ ภายใต้การนำของเทนฮากกำลังพยายามอย่างหนักที่จะคว้านักเตะรายนี้มาก็ตาม

แต่หงส์แดงเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไลป์ซิก เพราะมีทั้งนาบี เกอิตา และโกนาเต อยู่ในทีม ดังนั้นหากหงส์แดงต้องการคว้าตัวนักเตะรายนี้จริง ๆ เชื่อว่าจะมีภาษีดีกว่าทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ และว่ากันว่านักเตะรายนี้ค่าตัวก็ไม่เกิน 60 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่หงส์แดงพอจะเอื้อมถึง

จากกันด้วยดี มีแต่ความทรงจำที่งดงาม

ประเด็นสุดท้ายก็คือ การประกาศอำลาทีมของมาเน่นั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งจากมุมมองของนักเตะหรือแฟนบอล มาเน่เป็นนักเตะประเภททุ่มเทให้ทีม ไม่ค่อยเห็นเขางอแงหรือทำตัวให้เป็นข่าวบ่อย ๆ เขาเริ่มจากเป็นตัวรุกคนสำคัญทางฝั่งขวาในปี 2016-2017 ก่อนที่ในปี 2017-2018 สโมสรคว้าตัวซาลาห์มา เขาก็ขยับมาเล่นทางซ้ายได้ดี แม้ในปีนี้ที่หงส์แดงคว้าตัวดิอาชมา มาเน่ก็ขยับมาเล่นเป็นหน้าเป้าให้ทีมได้

269 เกม 120 ประตู 48 แอสซิสต์ และ 6 ถ้วยแชมป์กับหงส์แดง ซาดิโอ มาเน่ เป็นตำนานของทีมอย่างไม่ต้องสงสัย และจะถูกจารึกไว้ในฐานะนักเตะเซเนกัลที่ดีที่สุดตลอดกาลของหงส์แดง ด้วยรักและนับถือในตัวของนาย ขอให้มาเน่โชคดีกับเส้นทางที่เลือก ไม่ว่านายจะอยู่ไหน ก็เป็นครอบครัวของชาวหงส์แดงเสมอ และนายจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย