เล่าเรื่องลูกหนัง 3 สิ่งนี้คลอปป์ยังไม่เคยทำที่ลิเวอร์พูล

เป็นธรรมดาครับที่พอจบฤดูกาลแล้วจะมีการวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย จุดที่ต้องปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม การเสริมทัพนักเตะ และแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ธุระหรือเรื่องที่แฟนบอลอย่างเราจะไปก้าวก่ายหรือทำอะไรได้ เพราะมันก็เป็นหน้าที่ของสโมสรและทีมงาน

แต่มันก็ไม่ได้มีการห้ามว่าแฟนบอลหรือคนดูบอลทั่วไปไม่ควรคิด วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ การทำงานของสโมสรกระทั่งเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดใช่ไหมครับ และนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้การดูบอลของใครหลายคนสนุก เช่นเดียวกับพวกเราที่คอยสรรหาเรื่องราวต่าง ๆมาให้ทุกคนได้รับรู้กัน และวันนี้เราก็ได้รวบรวม 5 สิ่งที่คลอปป์ยังไม่เคยทำหรือยังทำไม่ได้กับลิเวอร์พูล จะมีเรื่องอะไรกันบ้างลองไปตามดูกันครับ

ยังไม่เคยใช้ระบบหลัง 3

ผมตามอ่านคอมเมนท์ของกูรูทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายคนเห็นตรงกันว่า ทีมของคลอปป์เหมาะที่จะเล่นระบบเซ็นเตอร์ 3 คนเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อคลอปป์มักจะใช้แบ็กสองข้างดันขึ้นเติมเกมรุกสูง บ่อยครั้งที่หงส์แดงโดนเกมสวนกลับของคู่ต่อสู้โจมตีพื้นที่ว่างระหว่างแบ็กกับกองหลังและสร้างอันตรายให้ทีมบ่อย ๆ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าระบบหลังสามนี่แหละที่จะแก้โจทย์นี้ได้ แต่รู้ไหมฤดูกาลนี้ในเกมลีกคลอปป์ใช้ระบบ 4-3-3 ครบทั้ง 38 เกมเลย เป็นฤดูกาลแรกที่คลอปป์ไม่ใช้ระบบอื่นมาปนเลยในการออกสตาร์ท

หลายคนวิเคราะห์ว่า ตอนนี้ในทีมหงส์แดงมีเซ็นเตอร์เจ๋ง ๆ อยู่ในทีมถึง 3 คน ฟานไดจ์ค มาติป หรือ โกนาเต้ แถมยังมีโกเมส ที่เล่นเซ็นเตอร์ได้ดีเคยยืนคู่กับฟานไดจ์คอย่างแข็งแกร่งอีก 1 คน ทำให้ตัวเลือกที่จะจัดหลังสามของหงส์แดงนั้นถือว่าทำได้เลย เราอาจจะเห็นคลอปป์เคยส่งกองหลังลงมาเพิ่มช่วงท้ายเกมบ้างตอนจะปิดเกมหรือระหว่างเกมให้กองกลางลงมาเชื่อมเกมแดนหลังร่วมกันคู่เซ็นเตอร์ที่บางทีก็ดูคล้ายกับเล่นหลัง 3 บ้าง แต่ในเชิงคอนเซ็ปและแท็คติกหลัก ๆ นั่นยังไม่ใช่เป้าหมายของการใช้หลังสาม

สิ่งที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหากหงส์แดงเล่นระบบหลังสาม ประโยชน์ที่จะได้แน่ ๆ ก็คือระบบนี้จะทำให้โรเบิร์ตสันกับอาร์โนล์ดไม่ต้องกังวลกับเกมรับมากเกินไป พวกเขาสามารถดันขึ้นไปเล่นเป็นวิงแบ็กและเล่นเกมรุกในแบบที่พวกเขาถนัดได้ ทำให้การโอเวอร์โหลดเกมรุกจากวิงแบ็กทั้งสองข้างทำได้ง่ายและเต็มที่มากขึ้น สามารถหุบเข้ากลางได้ง่ายขึ้น

หากปรับเป็นเล่นหลังสามตัวลิเวอร์พูลสามารถเล่นได้ทั้ง 3-5-2 ที่อาจจะใช้กองกลางคู่สองคน และกองกลางตัวสร้างเกมตัวรุกอีก 1 คน ที่น่าจะเหมาะกับติอาโกที่สามารถดันขึ้นสูงมาอยู่หลังกองหน้า 2 คน แล้วคอยเชื่อมเกมหรือผ่านบอลให้ได้ หรือหากให้ติอาโกยืนลงต่ำคู่กับฟาบิญโญ่แล้วให้ฟีร์มิโน่เล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ แล้วมีกองหน้า 2 คนที่มีความเร็วอย่างซาลาห์ ดิอาช หรือโจตาคอยปั่นป่วนแนวรับคู่ต่อสู่ได้

หรืออาจะเล่นเป็น 3-4-3 ซึ่งคลอปป์จะปรับการเล่นไม่มาก เพราะยังคงไว้ซึ่งระบบหน้า 3 คนที่ต้องประสานงานกันได้แบบเดิม และยังใช้อาร์โนล์ดกับโรเบิร์ตสันเป็นวิงแบ็กได้ โดยแผนนี้จะทำให้แดนกลางของหงส์แดงดูแพ็กแน่นขึ้นด้วยซ้ำ ปิดพื้นที่ด้านข้างที่จะถูกโจมตีได้

แต่ถ้าถามคลอปป์ว่าทำไมเขาถึงไม่คิดจะเล่นระบบหลังสาม ผมว่าคลอปป์ไม่ได้ต่อต้านหรือเกลียดระบบนี้หรอกครับ เพียงแต่คลอปป์อาจจะมองว่ากุนซือแต่ละคนมีแนวคิดและความถนัดที่ต่างกัน และมันอาจจะเป็นแค่เรื่องง่าย ๆ อย่างการชอบหรือไม่ชอบมันแค่นั้นเอง

อย่างในยูโร 2020 คลอปป์ก็เคยออกมาวิจารณ์ถึงระบบหลังสามที่เยอรมันใช้ว่า ถ้าเป็นคลอปป์จะเลือกใช้หลัง 4 กับทีมชุดนั้นมากกว่า และยอมรับโดยตรงว่าตัวเองไม่ค่อยชอบระบบหลังสามคนเท่าไหร่ โดยคลอปป์บอกว่า “ 3-5-2 เหรอ มันพูดยากนะว่าจะไม่มีใครใช้ระบบนี้แล้ว เพราะโค้ชทุกคนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเป็นของตัวเอง แต่ผมจะเล่นหลัง 4 กับทีมชุดนี้นะ (หมายถึงทีมชาติเยอรมัน) ผมไม่ชอบระบบหลังสามเอามาก ๆ เลย” ลองคลอปป์เคยบอกว่าไม่ชอบมากๆ แบบนี้ผมว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะเห็นลิเวอร์พูลเล่นกองหลัง 3 คนในยุคของคลอปป์

ยังไม่เคยดึงลูกน้องเก่ามาใช้งาน

คลอปป์ขึ้นชื่อว่าเป็นกุนซือนักสร้าง นักปั้นมือทองของวงการคนหนึ่งไปแล้ว โดยเฉพาะสมัยที่เขาคุมทีมดอร์ทมุนด์เขาสร้างปั้นนักเตะขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เลวาน, เกิทเซ่, รอสย์, ฮึมเมิลส์, คากาวะ, กุนโดกัน, ฯลฯ ซึ่งหากเป็นกุนซือทั่วไปเราจะเห็นว่าพวกเขามักจะเรียกใช้งานอดีตนักเตะคู่บุญของตัวเองเสมอ เราเห็นมูริญโญ่ที่ไม่ว่าย้ายไปไหนก็จะต้องมี คาร์วัลโญ่ เซ็นเตอร์คู่บุญไปด้วยเสมอ ๆ เดวิด มอยส์ สมัยย้ายมาคุมแมนยูแทนป๋า ก็ยังไปสอยเฟลไลนีมาจากเอฟเวอร์ตัน

เป็บ กว่าดิโอลา ก็ยังติดสอยเอาติอาโก อัลคันทารา จากบาร์เซโลนาไปร่วมงานกันที่บาร์เยิร์น มิวนิค คือถ้าจะให้หาชื่อกุนซือระดับโลกสักคนในตอนนี้ที่ย้ายทีมแล้วยังไม่เคยดึงเอาเด็กเก่าของตัวเองมาใช้งาน ก็ยังแทบจะไม่เจอเลย แต่คลอปป์เป็นหนึ่งในนั้น ผมไม่รู้ว่าคลอปป์เคยให้เหตุผลไว้ที่ไหนหรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงไม่เลือกใช้นักเตะเก่าที่น่าจะรู้มือกันดีมาร่วมงานที่ลิเวอร์พูลบ้าง และหงส์แดงเองก็มีข่าวกับนักเตะเก่าของคลอปป์ทุกปี อันที่จริงก็เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเหมือน

ถ้าจะให้หาเหตุผลมาสนับสนุนเรื่องนี้ผมว่ามันก็พอจะมองได้อยู่ อย่างแรกคือคลอปป์เป็นคนประเภทหาความท้าทายอะไรใหม่ ๆ เสมอ ทีมใหม่ นักเตะใหม่ สไตล์การเล่นที่เปลี่ยนไปใหม่ ดังนั้นเขาอาจจะมองว่านักเตะเก่าก็เหมาะกับสไตล์และการทำทีมแบบเก่าที่เขาทำ และมันอาจจะดูไม่ท้าทายสำหรับคลอปป์ก็เป็นได้

อย่างที่สองคือคลอปป์นั้นอยากจะร่วมงานกับนักเตะหลายคน ดังที่เราจะเห็นว่านักเตะในทีมหงส์แดงหลายคนตอนนี้ เป็นนักเตะที่คลอปป์เคยอยากร่วมงานมาตั้งแต่สมัยคุมดอร์ทมุนด์ เช่น ซาดิโอ มาเน่ เป็นต้น ดังนั้นการที่คุณมีนักเตะหลายคนที่อยากทำงานด้วย มันจึงไม่จำเป็นต้องหวนกลับไปหานักเตะเก่าก็ได้ หรืออีกปัจจัยหนึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องค่าตัวและค่าจ้างนักเตะ นักเตะส่วนใหญ่ที่คลอปป์ปั้นมาจนมีชื่อเสียงล้วนมีค่าตัวและค่าจ้างสูงทำให้การลงทุนซื้อนักเตะใหม่มาปั้นอาจจะเป็นเรื่องดีกว่าในเชิงธุรกิจก็เป็นได้ แต่ก็นะ ใครจะไม่อยากเห็นเลวานมาล่าตาข่ายกับหงส์แดงบ้างละ

ยังไม่เคยสร้างหน้าเป้าระดับพระกาฬ

ที่ดอร์ทมุนด์คลอปป์สร้างกองหน้าตัวเป้าระดับพระกาฬขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลไล่ตั้งแต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟกี้, ที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังทำผลงานได้สุดยอดกับบาร์เยิร์น มิวนิก หรือ โอบาเมยัง ดาวยิงที่ขึ้นมาทดแทนเลวานได้แบบไม่มีอะไรเสียหายเลย ตอนนี้เขาเองก็กำลังทำผลงานได้ดีกับบาร์เซโลน่าต้นสังกัดใหม่

ลิเวอร์พูลก่อนคลอปป์มาคุมเองก็ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างกองหน้าตัวจบสกอร์ระดับพระกาฬของทีมมาทุกยุคทุกสมัย เอาแค่ใกล้ ๆ ก็ตอเรส, ซัวเรส, หรือแม้แต่ เดเนียล สเตอริจด์ ก็เคยเป็นกองหน้าระดับท็อปของลีกก่อนการมาของคลอปป์ ทำให้หลายคนแอบคาดหวังเหมือนกันว่าที่ลิเวอร์พูล คลอปป์คงจะสร้างยอดกองหน้าตัวเป้าดี ๆ ขึ้นมาประดับวงการอีก

ตอนคุมทีมหงส์แดงก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกองหน้าตัวเป้าในทีมหรือไม่มีการเสริมกองหน้าตัวเป้าเข้ามา เราเห็นคลอปป์ซื้อตัวโซลันกี้ มาเสริมทัพ เห็นสเตอร์ริจด์ เห็นแดนนี อิงส์ หรือแม้แต่ระดับมหาเทพ โอริกี คลอปป์ก็ยังคงใช้งานนักเตะประเภทโป้งเดียวจอดอยู่เป็นระยะ

มันก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหงส์แดงในยุคของคลอปป์แม้ไม่มีกองหน้าตัวเป้าระดับเทพ แต่ก็มีกองหน้าในสไตล์ของตัวเองที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำไม่แพ้กันอย่าง โม ซาลาห์ หรือ มาเน่ ฟีร์มิโน่ ไว้ใช้งาน และยังมี ดิอาช โจตา เข้ามาอีก แต่หลังจากนี้เราก็ต้องจับตาดูตลาดนักเตะรอบนี้ว่าจะมีกองหน้าตัวเป้าดี ๆ สักคนเข้ามาไหม เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้หงส์แดงได้เสียกองหน้าตัวเป้าคนสุดท้ายไปแล้วคือโอริกี้ และเอาเข้าจริงนะ เด็กหงส์คนไหนที่ไม่แอบคิดบ้างว่าหากเรามีหน้าเป้าคม ๆ สักคนบางทีเราอาจจะได้แชมป์มากกว่านี้ก็เป็นได้