5 สิ่งที่แฟนหงส์อาจยังไม่รู้เกี่ยวกับลิเวอร์พูลในฤดูกาลที่ผ่านมา

ฤดูกาล 2021-2022 ที่ผ่านมาของหงส์แดงถือเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่รวบรวมเรื่องราวน่าจดจำมากมาย ไม่หวาดไม่ไหวของหงส์แดง โดยมันอาจจะถูกจดจำในฐานะเป็นฤดูกาลที่หงส์แดงได้ลุ้นแชมป์ 4 แชมป์ ได้ลงเล่นทุกถ้วย ทุกรายการ ครบทุกแมทช์ แต่ที่จริงแล้วหากมองลงลึกไปในรายละเอียดต่าง ๆ มันยังมีเรื่องราวน่าจดจำอีกหลาย ๆ เรื่องที่แฟนหงส์แดงอาจจะยังไม่รู้ ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้แล้ว

การเล่นและชัยชนะ

อย่างที่รู้กันว่าคีย์เวิร์ดของฤดูกาลนี้ที่จะเป็นความทรงจำไปอีกนานของเด็กหงส์คือการลงเล่นครบทุกนาทีในทุกการแข่งขัน รวมแล้วก็นับเป็น 63 เกมส์ แต่รู้ไหมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หงส์แดงเคยเตะถึง 63 เกมส์ ย้อนไปไกลที่สุดคือปี 1985-1986 ยุคดิวิชั่น 1 หงส์แดงเองก็เคยลงแข่งถึง 63 เกมส์มาแล้ว

หรือในระยะใกล้ในยุคพรีเมียร์ลีกก็คือ ปี 2000-2001 ลิเวอร์พูลก็ลงเล่นถึง 63 เกมส์เหมือนกัน ในปีที่หงส์แดงคว้าทริปเปิลแชมป์บอลถ้วย แยกเป็นบอลถ้วยในประเทศ 2 ถ้วย และยูโรป้าลีกอีก 1 ถ้วย ดังนั้นสิ่งที่แตกต่างจริง ๆ ของฤดูกาลนี้อาจจะไม่ได้อยู่ที่จำนวนเกมที่เล่น

อย่างแรกที่แตกต่างกันชัดเจนกับปี 2000-2001 คือ ฤดูกาลนี้หงส์แดงเตะครบ 63 เกมโดยที่มีลุ้นแชมป์ระดับเมเจอร์ครบทั้ง 4 แชมป์ คือ พรีเมียร์ลีก, ลีกคัพ, เอฟเอคัพ, และ UCL ขณะที่ปี 2000 หงส์แดงไม่ได้ลุ้นแชมป์ UCL และพรีเมียร์ลีก แต่ก็ยังได้แชมป์ยูโรป้าแทน

อีกสิ่งที่ฤดูกาลนี้โดดเด่นคือเรื่องของชัยชนะ ฤดูกาลนี้หงส์แดงชนะไปถึง 46 เกมจาก 63 เกม ซึ่งเป็นชัยชนะต่อฤดูกาลที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร มีค่าเฉลี่ยการเก็บชัยชนะได้อยู่ที่ 73% ซึ่งก็มากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเช่นกัน มีเพียงแมนซิตีของเป๊บเมื่อปี 2020-2021 เท่านั้นที่มีสถิติชนะต่อฤดูกาลมากกว่าหงส์แดงที่ 47 เกม ในการลงแข่งทั้งหมด 61 เกม

ไม่ใช่แต่เรื่องชัยชนะเท่านั้น เรื่องการแพ้หงส์แดงก็แพ้ไปเพียง 4 เกมเท่านั้นในทุกรายการ นับตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา มีเพียงอาร์เซนอลเท่านั้นที่แพ้ต่อฤดูกาลน้อยกว่าหงส์แดงที่ 3 ครั้ง แต่เป็นการลงเล่นเพียง 50 เกมส์เท่านั้น

ประตู ประตู และประตู

แม้จะไม่มีกองหน้าตัวเป้า ยอดดาวยิงถล่มประตูเหมือนยุคก่อน ๆ แต่ลิเวอร์พูลของคลอปป์ชุดนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องเกมรุกและการทำประตูไม่แพ้ใคร และฤดูกาลนี้พวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ด้วยการทำไปทั้งหมด 147 ประตู มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกเช่นกัน ด้วยค่าเฉลี่ยการทำประตูที่สูงถึง 2.33 ลูกต่อเกม มากเป็นประวัติศาสตร์เช่นกัน

 

การทำประตูได้มากมายขนาดนี้ยังเป็นการทำลายสถิติการทำประตูต่อฤดูกาลของหงส์แดงที่อยู่คงทน ยาวนานมากว่า 35 ปีคือในปี 1985-1986 ที่ทำไว้ 138 ประตู แต่ถ้าเทียบเฉพาะค่าเฉลี่ยต่อเกมยังเป็นรองหงส์แดงในปี 2017-2018 ที่มีค่าเฉลี่ย 2.41 ต่อเกม ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่ซาลาห์ระเบิดฟอร์มการเล่นของเขากับหงส์แดงนั่นเอง

จอมคัมแบ็ก

มีหลายครั้งหลายเกมที่หงส์แดงต้องตกอยู่ในสภาพที่ตามหลังคู่แข่ง และเสี่ยงที่จะแพ้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถกลับมาชนะหรือแบ่งแต้มกลับมาได้ในที่สุด โดยในพรีเมียร์ลีกปีนี้ หงส์แดงเป็นทีมที่ได้แต้มจากสถานการณ์ที่ตกเป็นรองคู่แข่งมากถึง 20 แต้ม

 

จากสถิติยังบอกอีกว่ามีถึง 12 เกม ที่หงส์แดงตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่ง และพวกเขาสามารถพลิกกลับมาชนะได้ถึง 5 เกม และตีเสมอได้ 5 เกม แต่ก็มีสองเกมที่พวกเขาไม่สามารถแบ่งแต้มจากคู่แข่งได้และแพ้ไปในที่สุด ซึ่งสองเกมดังกล่าวก็คือเกมที่แพ้ให้กับเวสต์แฮม 3-2 และแพ้ให้กับเลสต์เตอร์ 1-0 ซึ่งเป็นเกมเยือนทั้งสองนัด

เครื่องจักรเพรสซิ่ง

แม้ลิเวอร์พูลในยุคหลังจะไม่ค่อยเพรสหนัก เพรสถี่เหมือนยุคแรก ๆ ของคลอปป์ พวกเขามีสไตล์การเพรสซิ่งกดดันคู่แข่งที่ยืดหยุ่นขึ้น ใช้การประหยัดพลังงานของนักเตะ และใช้ความเข้าใจเกมของนักเตะในการเล่นเกมเพรสซิ่งตามจังหวะเกมมากขึ้น จึงดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลอาจจะไม่ได้เล่นเกมเพรสซิ่งหนักเหมือนก่อน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพการเพรสซิ่งของหงส์แดงลดน้อยลงแต่อย่างใด ในทางกลับกันด้วยการเพรสอย่างเป็นระบบและมีชั้นเชิงก็ยิ่งทำให้การเพรสของหงส์แดงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปีนี้หงส์แดงสามารถบีบแย่งบอลคืนมาได้ถึง 443 ครั้ง ในระยะภายใน 40 แมตรจากประตูของคู่ต่อสู้ และสามารถนำไปสู่การจบด้วยการยิงถึง 71 ครั้ง และเป็นประตูในท้ายที่สุด 7 ประตู เป็นสถิติที่มากที่สุดในลีกปีนี้

จอมสร้างสรรค์

การบิลด์อัพ หรือการสร้างเกมจากแดนของตัวเองเป็นอีกหนึ่งสไตล์สำคัญของหงส์แดง และทีมระดับชั้นนำของลีกที่มักจะเล่นเกมรุกใส่คู่แข่งเป็นหลักอย่างเช่น แมนซิตี, เชลซี, สเปอร์ส, อาร์เซนอล, และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมกับหงส์แดงถือเป็น 6 ทีมที่มีสถิติการบิลด์อัพเกมรุกที่สูงที่สุดของลีก

โดยแมนซิตีของเป๊บ กวาดิโอล่า คือทีมที่สร้างโอกาสทำประตูจากการปั้นเกมรุกไปถึง 276 ครั้ง ขณะที่หงส์แดงเพียง 166 ครั้ง เป็นรองซิตีอยู่มากโข แต่เรื่องประสิทธิภาพนั้นหงส์แดงถือว่าไม่เป็นรองเพราะสามารถทำประตูจากโอกาสดังกล่าวได้มากถึง 14 ประตู มากกว่าทีมไหน ๆ ที่กล่าวมา เพราะแม้แต่แมนซิตีเองก็ทำได้เพียง 8 ประตูเท่านั้น ถือว่าหงส์แดงเป็นจอมสร้างสรรค์เกมรุกจากแดนของตัวเองอย่างแท้จริง

แน่นอนว่าหลายคนอาจจะมองว่าความทรงจำและเรื่องราวที่สุดยอดเหล่านี้ของหงส์แดงมันอาจจะถูกกลบไปเพราะเราพลาด 2 แชมป์ใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ในอนาคตเมื่อเราย้อนกลับมามองมัน ผมเชื่อว่าเราทุกคนจะยินดีและภาคภูมิใจกับสิ่งที่หงส์แดงทำได้ในฤดูกาลนี้แน่นอน