นูนเญชปะทะฮาแลนด์ (ตอนจบ): เจาะลึกเปรียบเทียบทุกมิติของสองความหวังทีมลุ้นแชมป์

เมื่อวานผมทำบทความเปรียบเทียบให้เห็นภูมิหลังและส้นทางการเติบโตของดาวยิงทั้งสองคนแล้ว ใครยังไม่ได้อ่านก็ตามไปอ่านกันก่อนครับ (ที่นี่) แล้วจะได้รู้ภูมิหลังและเบื้องลึกของชีวิตที่จะส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของทั้งสองคน แล้วอย่างที่ทิ้งท้ายไว้ครับว่าวันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องของผลงานในสนาม เปรียบเทียบให้เห็นกันชัด ๆ ว่าสองดาวยิงที่จะมาเล่นให้ทั้งหงส์แดงและเรือใบนั้น เก่งกาจด้านไหนกันบ้าง ไปดูกันเลย

กายภาพ

อันดับแรกเรามาดูเรื่องกายภาพของนักเตะทั้งสองคนก่อน ที่เมื่อเราดูจากเชิงกายภาพแล้วต้องบอกว่าเป็นนักฟุตบอลที่รูปร่างสูงใหญ่ สูสีกันมาก เริ่มที่ฮาแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 21 เดือนกรกฎาคม ปี 2000 อายุ 21ย่างเข้า 22 เดือนหน้าพอดี ส่วนสูงตอนนี้ 194 เซนติเมตร น้ำหนัก 88 กิโลกรัม ถนัดเท้าซ้ายเป็นหลัก

ขณะที่ดาร์วิน นูนเญช นักเตะใหม่ของหงส์แดงอายุมากกว่าฮาแลนด์เกือบ 1 ปีเต็ม เขาเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 1999 อายุ 22 กำลังจะ 23 ในไม่กี่วันนี้ ส่วนสูง 187 เซนติเมตร น้ำหนัก 81 กิโลกรัม และถนัดเท้าขวาเป็นหลัก จากกายภาพถือว่าทั้งคู่ดูสูสีมาก ฮาแลนด์อาจจะได้เปรียบเรื่องของความหนาและความสูงแต่นูนเญชก็มีเรื่องของความคล่องตัวเข้ามาเสริม ซึ่งจะกลายเป็นจุดแข็งที่ทั้งคู่มีต่างกันในในเรื่องของลักษณะการเล่นและตำแหน่งการยืนในหัวข้อต่อไป

ตำแหน่งการเล่น และสไตล์ที่ถนัด

ทั้งสองคนมีพื้นฐานทางร่างกายที่แทบจะคล้ายกัน ทั้งเรื่องความสูง ความเร็ว และความคมในการจบสกอร์ของทั้งคู่ ที่แม้จะมีเท้าข้างที่ถนัดกันคนละข้างแต่เอาเข้าจริงพวกเขาสามารถทำประตูได้จากทั้งสองเท้า อย่างไรก็ตามสิ่งที่แตกต่างกันมากสำหรับทั้งสองคนคือเรื่องของตำแหน่งการเล่นและสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก

ฮาแลนด์มักจะเป็นแนวรอจบ มากกว่าการมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมส์ จึงไม่แปลกที่เขาจะได้รับฉายาว่า นิว ซลาตัน พื้นที่ทำการของเขาคือในกรอบเขตโทษ ที่สามารถสร้างแรงกดดันให้กับกองหลัง เขาสามารถหาที่ว่าง พักบอลในกรอบเขตโทษได้ดี ส่วนนูนเญชนั้นเป็นนักเตะประเภทชอบสร้างจังหวะเกมรุกกับเพื่อน ความถนัดที่สุดคือการรับบอลตัดจากกราบซ้ายเข้ามาแล้วจบสกอร์ด้วยเท้าขวา เขาจึงมักจะถูกเปรียบเทียบกับซัวเรส ดาวยิงรุ่นพี่ในทีมชาติ

ซึ่งตำแหน่งการยืนและสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันตรงนี้ เราจะเห็นได้ชัดเจนจากการลงเล่นของทั้งสองคน คือฮาแลนด์เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าตลอดทั้งซีซั่น ไม่มีการโยกหรือสลับตำแหน่งเลย ขณะที่ นูนเญช มีการสลับไปเล่นด้านซ้ายบ้าง ดรอปตัวเองลงมาเป็นกองหน้าตัวต่ำบ้าง

ทำให้สถิติเรื่องของการครอสบอล วางบอลไกล และการผ่านบอลทะลุช่องของนูนเญชจึงเหนือกว่าฮาแลนด์ที่ไม่ค่อยได้ใช้ทักษะนี้เลย โดยนูนเญชมีค่าเฉลี่ยการครอสบอลและวางบอลยาว 0.5 กับ 0.6 ตามลำดับ ขณะที่ฮาแลนด์ไม่ได้มีส่วนเลย

แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ยืนเป็นตัวจบในสนามการเป็นคนพักบอลให้เพื่อนได้ ฮาแลนด์ จึงมีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลระยะสั้นที่แม่นยำกว่า และมีส่วนในการแอสซิสต์ให้เพื่อน ๆ ที่เติมเกมมาทำประตูได้มากกว่า โดยฮาแลนด์แอสซิสต์ไป 7 ประตู ส่วนนูนเญชแอสซิสต์ไป 4 ประตู เช่นเดียวกับโอกาสในการจบสกอร์ที่ฮาแลนด์ทำได้ 3.3 ครั้งต่อเกม ขณะที่นูเญชทำได้ 3.0 ครั้งต่อเกม

ทักษะการจบสกอร์

ด้วยเพราะทั้งคู่ฤดูกาลล่าสุดอยู่คนละลีก ฮาแลนด์อยู่ลีกเยอรมัน ส่วนนูนเญช อยู่ลีกโปรตุเกส ดังนั้นเรื่องความยากง่ายของลีกก็อาจมีส่วนสำคัญที่เราจะมองว่าฮาแลนด์ดูดีกว่า แม้ว่าในภาพรวมปีที่แล้วนูนญชจะทำผลงานได้ดีกว่า โดยเขาลงเล่นให้เบนฟีกาไป 41 เกม ทำไป 34 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ โดยแบ่งเป็นยิงในลีก 26 ประตู ในเวที UCL 6 ประตู และบอลถ้วยของลีกอีก 2 ประตู

ขณะที่ฮาแลนด์ลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ไป 30 เกม ทำไปทั้งหมด 29 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ แบ่งเป็นในลีก 22 ประตู ใน UCL 3 ประตูและบอลถ้วยลีกเยอรมันอีก 4 ประตู แต่หากเราลองนับทั้งประตูและแอสซิสต์รวมกันฮาแลนด์จะมีส่วนร่วมกับประตูที่ 37 ส่วนนูนเญชจะมีส่วนร่วม 38 ขณะที่เขาลงเล่นมากกว่าฮาแลนด์ถึง 10 เกม ดังนั้นเราอาจจะถือว่าในเรื่องของคุณภาพลีกและจำนวนประตูที่ทำได้ฮาแลนด์อาจจะเป็นตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้มากกว่ากว่า เพียงแต่นูนเญชก็ทำให้เห็นว่าสไตล์การเล่นของเขาสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ

หากเราแยกประตูออกมาจะพบว่า ฮาแลนด์ใช้เท้าซ้าย 12 เท้าขวา 4 หัวโหม่ง 5 และจุดโทษ 8 ขณะที่นูนเญช ใช้เท้าซ้าย 5 เท้าขวา 17 หัวโหม่ง 6 และจุดโทษ 6 ซึ่งก็เป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมาก ดังนั้นในแง่ของทักษะการจบสกอร์นั้นผมถือว่าทั้งคู่ทำผลงานได้ดีมาก ๆ ในตำแหน่งที่ตัวเองรับผิดชอบและสะท้อนถึงสไตล์และตัวตนที่ชัดเจนของทั้งสองคน

และมันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ว่าสุดท้ายแล้วทำไม ฮาแลนด์ ถึงย้ายไปอยู่กับแมนซิตี และลิเวอร์พูลถึงยอมทุบสถิติสโมสรเพื่อดึงตัวนูนเญชมา เพราะสไตล์การเล่นของทั้งคู่น่าจะตอบโจทย์การเล่นของทั้งลิเวอร์พูลและแมนซิตีได้ดี

ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นด้วยสไตล์เกเก้นเพรสซิ่ง เน้นการแย่งบอลกลับมาคืนให้เร็ว กดดันให้คู่แข่งเสียการครองบอลในแดนของตัวเองแล้วใช้การโจมตีเร็ว ในระยะหลังทีมหงส์แดงยังชอบใช้บอลไดเรกให้แนวรุกวิ่งเข้าทำเร็วแบบคู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัว บอลเข้าทำเร็วและต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้เล่นสูงแบบนี้ นูนเญชก็อาจจะตอบโจทย์มากกว่า และยิ่งมีความเป็นเพชฌฆาตอยู่แล้วแบบนี้ ยิ่งเข้าทางหงส์แดง

ส่วนเรือใบนั้น ขนาดว่าพวกเขาไม่มีกองหน้าตัวเป้า พวกเขาก็ยังทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่สไตล์บอลที่เด่นมาก ๆ ของเรือใบคือการที่พวกเขามักจะจ่ายบอลทะลุช่องว่างระหว่างแบ็กกับกองหลังแล้วตัดกลับเข้ามาให้ใครสักคนในกรอบเขตโทษจัดการ ซึ่งมันจะเวิร์คมากหากคนที่อยู่ในกรอบเขตโทษนั้นเป็นฮาแลนด์ ซิตีเป็นทีมที่ครองบอลหาโอกาสไปเรื่อย ๆ และยามที่มีโอกาสพวกเขาก็ต้องการนักเตะที่ใช้โอกาสนั้นได้อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะโอกาสจากเดอบอรย์น ที่หลังจากกุนออกจากทีม สถิติการแอสซิสต์ของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่แน่ว่า การมาของฮาแลนด์จะทำให้สถิตินี้ของเขาพุ่งขึ้นมาอีกครั้ง

นอกบ้าน-ในบ้าน ความต่างที่ต้องรู้

ผลงานการเล่นในบ้าน

เราเห็นผลงานและสไตล์การเล่นของทั้งคู่ที่ต่างทำได้ดีในมิติการเล่นของตัวเอง จนอาจจะคิดว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างหรือแปลกแยก อะไรเลย ใช่ครับ เดิมทีผมเองก็เกือบจะคิดแบบนั้นเช่นกัน แต่เมื่อผมลองวิเคราะห์ลงไปในรายละเอียดเรื่องของฟอร์มการเล่นในบ้านกับนอกบ้าน ก็พบความแตกต่างสำคัญของนักเตะทั้งสองคน คือฟอร์มการเล่นในบ้าน-นอกบ้าน

จากการดูสถิติการเล่นนอกบ้านในบ้านของทั้งสองคนแล้ว เราจะพบว่าฮาแลนด์เป็นนักเตะประเภทเล่นดีในบ้านเล่นแย่นอกบ้านอย่างชัดเจน จำนวน 22 ประตูที่เขาทำได้ในลีก กว่า 18 ประตูเป็นการยิงได้ยามเล่นในบ้าน และเขายิงได้นอกบ้านเพียง 4 ประตูเท่านั้น ซึ่งอาจจะคิดเป็นค่าเฉลี่ยถึง 70-30 เลยทีเดียว ในบ้านเขาจะมีโอกาสยิงประตูสูงถึง 3.8 ครั้งต่อเกม ขณะที่นอกบ้านมีโอกาส 2.9 ครั้งต่อเกม

ผลงานการเล่นนอกบ้าน

ขณะที่นูนเญช ตัวเลขการทำประตูนอกบ้านและในบ้านแทบจะไม่ต่างกันเลย 26 ประตูที่ทำได้ในลีกเขายิงนอกบ้านและในบ้านอย่างละ 13 ประตูพอดี จุดนี้สะท้อนถึงอะไร ผมมองว่าเป็นเรื่องของสภาพจิตใจของนักเตะที่นิ่งและมีสมาธิกับเกมสูงไม่ว่าจะเล่นนอกบ้านหรือในบ้าน ซึ่งเอาเข้าจริงนักเตะหงส์แดงเองอย่างเช่นซาลาห์ มาเน่ พวกเนี้ก็ล้วนแต่เล่นได้ดีในบ้านมากกว่านอกบ้าน

หากเจาะลึกลงไปในรายละเอียดของทั้งสองทีม มันยิ่งชัดเจนในบางเรื่อง แมนซิตีเป็นทีมที่เวลาเล่นในบ้านพวกเขามักจะพลาดได้ง่าย ๆ อย่างปีล่าสุดพวกเขาแพ้เกมในบ้านไปถึง 2 เกมจาก 3 เกมที่พวกเขาแพ้ ขณะที่หงส์แดงมีปัญหากับเกมนอกบ้านเพราะ 2 เกมที่พวกเขาแพ้ในฤดูกาลนี้ล้วนเป็นเกมนอกบ้านทั้งนั้น ซึ่งจุดนี้อาจจะเป็นนัยบางอย่างที่นักเตะทั้งสองคนจะมาช่วยทีมให้อุดช่องโหว่เล็ก ๆ ตรงนี้ได้หรือไม่

โดยสรุปแล้วเราคงเปรียบเทียบนักเตะทั้งสองคนนี้ไม่ได้มากไปกว่านี้แล้ว เพราะพวกเขามาจากคนละลีก คนละภูมิหลังครอบครัว คนละสไตล์การเล่น คนละตำแหน่งการเล่น และกำลังจะมาอยู่คนละทีม แต่สิ่งที่เรารู้แน่ ๆ ก็คือ นับจากนี้พวกเขาจะถูกนำมาเปรียบเทียบกันทุกมิติอย่างมากขึ้นแน่ ๆ เมื่อกลองรบของฤดูกาลต่อไปเริ่มขึ้น เพราะพวกเขาเข้ามาในฐานะของนักเตะที่มีความคาดหวังสูง เป็นการแก้โจทย์ใหญ่ ๆ ของทั้งสองทีม

ในความรู้สึกผมอยากเห็นทั้งสองคนทำผลงานได้ดีกับต้นสังกัดทั้งสองทีม อยากให้มีความรู้สึกเหมือนครั้งหนึ่งเรากำลังเชียร์โรนัลโด้กับเมสซี่ในลีกลาลีกา ไม่แน่โมเมนท์ของฟุตบอลแบบนั้นอาจจะกลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นฮาแลนด์กับนูนเญชก็เป็นได้