นูนเญชศึกษา (ตอนแรก) : 3 เวทีลูกหนังขัดเกลาวิทยายุทธ์ฟุตบอลของนูนเญช

‘นูนเญชศึกษา’ เป็นซีรีย์บทความที่ผมตั้งใจจะเขียนให้เด็กหงส์ได้รู้จัก ‘ว่าที่’ นักเตะค่าตัวแพงเป็นประวัติศาสตร์คนใหม่ของหงส์แดง หลังจากที่ผมเขียนเรื่องราวเปรียบเทียบเส้นทางลูกหลังและฝีเท้าของนูนเญชกับฮาแลนด์ไปแล้ว 2 ตอน (ตอนแรก ที่นี่ ตอนที่สอง ที่นี่) ก็ยังรู้สึกไม่หนำใจ ยังรู้สึกว่าไม่สาแก่ใจในการจะทำความรู้จักว่าที่นักเตะใหม่สุดฮอตของเราคนนี้

ประกอบกับมีเรื่องราวอีกมากมายที่อยากจะเล่าต่อ วิเคราะห์ ให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้กัน ก็เลยถือโอกาสทำบทความชุด นูนเญชศึกษา มาซะเลย โดยจะมีอยู่ 3 ตอนครับ ในตอนแรกเราจะไปเจาะลึกที่โรงเรียนลูกหนังที่นูนเญชใช้ขัดเกลาฝีเท้าของตัวเอง ผมอาจจะไม่มีข้อมูลเชิงลึกมากนัก แต่ก็พยายามจะเรียบเรียงมาให้รับรู้กันครับว่าแล้ว

โรงเรียนลูกหนังเบนฟีกา

การทุ่มเงินกว่า 85 ล้านปอนด์หรือ 100 ล้านยูโรให้กับเด็กหนุ่มที่อายุกำลังจะ 23 ปี และเพิ่งจะทำผลงานได้ดีเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น ถือว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงมากเหมือนกันสำหรับหงส์แดง แต่ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หงส์แดงเองมั่นใจและกล้าเสี่ยงกับการลงทุนครั้งนี้ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ การที่นูนเญชได้ฝึกปรือกับโรงเรียนลูกหนังชั้นแนวหน้าของยุโรปอย่าง เบนฟีกา สโมสรยอดนักปั้นมือทอง

หากเรามองไปทั่วยุโรปเราจะพบว่ามีไม่กี่สโมสรที่สามารถมองเห็นแววและปั้นนักเตะระดับเวิร์ดคลาสมาตั้งแต่ยังไม่มีใครสนใจ อาแจ๊กซ์, บาร์เซโลนา อาจจะเป็นสองชื่อที่ทุกคนรู้จักดี แต่ในระยะ 10 ปีหลังมานี้ชื่อของเบนฟีกาก็ถูกพูดถึงมาก และขึ้นชื่อในเรื่องคุณภาพของนักเตะที่พวกเขาปั้น ที่น้อยคนนักจะไม่ประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดใหม่

ผมไม่รู้ว่าเบนฟีกา มีการตามดูผลงานของนูนเญชมานานแค่ไหน แต่พวกเขาลงทุนควักเงินกว่า 24 ล้านปอนด์ ที่ว่ากันว่าเป็นสถิติสโมสรเพื่อไปขอซื้อนักเตะที่เล่นอยู่ในลีกชั้นรองของสเปนกับสโมสรเล็ก ๆ ที่ชื่ออัลเมเรีย ซึ่งพวกเขาไปซื้อตัวนักเตะคนนี้มาในราคาแค่ราว 4 ล้านยูโรแค่นั้น

ที่อัลเมเรียในปี 2019-2020 ฤดูกาลสุดท้ายก่อนที่เบนฟีกาจะยืนซื้อตัวเขามา นูนเญช ทำประตูไป 16 ประตู จากโอกาสยิง 88 ครั้ง สร้างโอกาสให้เพื่อนได้ 30 ครั้ง แอสซิสต์ได้ 3 ลูก มีเปอร์เซ็นการเปลี่ยนจากโอกาสยิงเป็นประตูอยู่ที่ 18.2 เท่านั้น จากการลงสนามเป็นตัวจริง 30 เกม

ผลงานล่าสุดของเขาในโปรตุเกส

ในปีล่าสุดก่อนที่เขาจะย้ายมาหงส์แดงตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นเกือบทุกอย่าง และมันยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อเขาลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกแค่ 24 เกมเท่านั้น คิดเป็นนาทีก็ 1986 นาที เมื่อเทียบกับปีสุดท้ายที่อัลเมเรียเขาลงเล่น 2610 นาที ที่เบนฟีกาปีล่าสุดเขาทำไป 26 ประตู จากโอกาสยิง 85 ครั้ง

ทำให้เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนเป็นประตูเพิ่มขึ้นเป็น 30.6 พูดง่าย ๆ ก็คือยิงได้ทุก 1 ประตูจากโอกาสยิง 3 ครั้ง และยังสร้างโอกาสให้เพื่อนได้อีก 30 ครั้งเท่ากัน จึงไม่ต้องสงสัยว่าที่เบนฟีกาฝีเท้าของเขาพัฒนาขึ้นขนาดไหน

สโมสรเบนฟีกา ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาผลิตยอดนักเตะเข้าสู่วงการเป็นว่าเล่น เอาเฉพาะที่ย้ายไปอยู่กับเป๊บก็ 4  คนแล้วอย่างแอร์แดซอน แบร์นาโด ซิลวา เจา คันเซโล และ รูเบน ดิอาส ยังไม่นับเจา เฟลิกซ์ และแยน โอบลัค ที่ค้าแข้งอยู่กับตราหมีด้วย จึงไม่แปลกที่สโมสรแห่งนี้จะกลายเป็นชุมชนของแมวมองของสโมสรใหญ่ ๆ ทั่วยุโรป ที่ต่างแฝงตัวกันมาเพื่อจับจ้องดาวดวงใหม่อยู่เสมอ

ในช่วงที่นูนเญชทำผลงานใน UCL ได้ดี ประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า ทีมชั้นนำทั่วยุโรป  ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง และ เชลซี ต่างสนใจคว้านูนเญซมาร่วมทัพ หรือแม้แต่สโมสรระดับกลางอย่างเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ต่างอยากได้ตัวนักเตะรายนี้มาอยู่กับทีม จริง ๆ มีรายงานด้วยซ้ำว่าเอเยนต์ของนักเตะตั้งเป้าจะให้เขาไปตามรอยรุ่นพี่ที่ตราหมีก่อน เพราะเชื่อมั่นว่าที่นั่นจะทำให้เขาได้ก้าวไปเป็นดาวยิงเต็มขั้น

สนามทีมชาติ

นูนเญชเป็นชาวอุรุกวัยโดยกำเนิด แต่เขาก็เพิ่งจะมาติดทีมชาติก็เมื่ออายุย่าง 20 แล้ว โดยติดทีมชาติครั้งแรกกับชุด U-20 ในปี 2018-2019 โดยลงเล่นไป 14 เกมและทำได้ 4 ประตู ก่อนที่จะถูกดันขึ้นมาเล่นในชุด U-22 อีก 4 เกมและทำไป 1 ประตู จากนั้นก็ถูกดันขึ้นทีมชาติชุดใหญ่ทันทีในปลายปี 2019 และจนถึงวินาทีนี้เขาก็ลงเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 11 เกม และทำไป 2 ประตู

ทำไมทีมชาติจึงกลายเป็นอีก 1 สำนักสำคัญที่ช่วยขัดเกลาฝีเท้าของนูนเญช นั่นก็เพราะเขาได้ลงเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับยอดดาวยิงสองสไตล์ที่ยอดเยี่ยมแห่งยุค ไม่ว่าจะเป็นจอมพลิ้วชั้นเชิงลีลาอย่างหลุยส์ ซัวเรส หรือจอมแข็งแกร่ง ขยัน สัญชาตญาณคมอย่าง เอดิสัน คาวานี คุณคิดว่าการได้เล่นคู่กับสองยอดดาวยิงขนาดนี้ เขาจะได้ไม่ได้รับวิชาอะไรมาบ้างเลยหรือ

การที่เขาได้เล่นร่วมกับยอดดาวยิงทั้งสอง ผ่านสายตาของทั้งสอง ก็ทำให้เขาเองได้รับการการันตีจากทั้งสองคน โดยเฉพาะหลุยส์ ซัวเรส ที่กล้าใช้ประสบการณ์กว่า 15 ปีในวงการฟุตบอลของเขาออกปากการันตีฝีเท้าของเจ้าหนุ่มคนนี้ตั้งแต่ยังเล่นให้กับอัลเมเรีย พร้อมกับแนะนำให้บาร์เซโลนาคว้าตัวมาใช้งาน

แต่สุดท้ายบาร์ซ่าก็เมินข้อเสนอของพี่หลุยส์ เพราะมองว่าการอยู่กับอัลเมเรียเป็นอะไรที่ยังไม่น่าเสี่ยง เช่นเดียวกับคาวานี ที่มีข่าวซุบซิบมาจากเดอะซันว่า เขาพยายามโน้มน้าวดาวยิงรุ่นน้องให้มาอยู่แมนยูเหมือนกัน

การได้เล่นคู่กับยอดดาวยิงทั้งซัวเรสและคาวานีทำให้เขาน่าจะได้รับอิทธิพลการเล่นมาไม่น้อย เลโอนาร์โด้ รามอส อดีตโค้ชของ นูนเญซ สมัยค้าแข้งอยู่กับ เปนารอล สโมสรใน อุรุกวัย ถูกนักข่าวถามว่านักเตะรายนี้ มีความคล้ายคลึงกับสุดยอดกองหน้ารุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง เอดิสัน คาวานี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ อย่างไรบ้าง โดยเขาตอบว่า

“ผมคิดว่าเขามีส่วนผสมของทั้งสอง แบบครึ่งต่อครึ่ง เขามีความเข้มข้นแบบ ซัวเรซ ที่พร้อมจะทำทุกอย่าง ทั้งพร้อมชน, พร้อมสู้กับคู่แข่ง และเขาก็มีส่วนของ คาวานี่ ในการเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่ง มีศักยภาพร่างกายยอดเยี่ยม และมีความฉลาด ผมคิดว่ามันการรวมกันของสองสิ่งที่สำคัญ แต่ถ้าตามความจริง หากคุณถามผมว่าเขามีความคล้ายกับใครมากกว่า ผมก็คงต้องบอกว่า คาวานี่”

สนามยุทธจักร UCL

หากใครเป็นคอหนังจีนกำลังภายใน เราก็จะคุ้นว่าทุก ๆ ปีในยุทธจักรจะมีการปะลองวรยุทธ์เพื่อเฟ้นหาเจ้ายุทธจักรกัน ซึ่งข้อดีของมันคือการเปิดพื้นที่ให้ยอดฝีมือไม่ว่าหน้าใหม่หน้าเก่าได้มีเวทีทดลองวรยุทธ์ของตัวเอง เฉกเช่นเดียวกับ เวที UCL ที่เป็นเหมือนสนามปะลองฝีเท้า ที่เต็มไปด้วยเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่เขี้ยวลากดิน นูนเญช อาจจะทำได้ดีกับลีกโปรตุเกส หรือจะได้เล่นกับยอดกองหน้ารุ่นพี่มามากขนาดไหนก็ตาม แต่หากเขายังไม่เคยผ่านสังเวียน UCL แล้วละก็ ผมเชื่อว่า ค่าตัวของเขาจะไม่พุ่งถึง 85 ล้าน และทีมอย่างหงส์แดงก็คงจะไม่กล้าเสี่ยงซื้อมา

สนาม UCL เมื่อปีที่แล้วจึงเป็นเสมือนเวทีการันตีฝีเท้าของนูนเญชไปโดยปริยาย ในเกมกับบาร์เซโลนารอบแบ่งกลุ่มนัดแรก เขาโชว์ทักษะความเร็ววิ่งฉีกไปรับบอลที่เพื่อนแทงทะลุมาให้ตั้งแต่ครึ่งสนาม ก่อนจะเลี้ยงบอลจี้ใส่กาเซียกองหลังบาร์ซาแล้วยิงหักข้อเข้าเสาแรกแบบสวยงาม ก่อนจะยิงจุดโทษอีก 1 ประตูให้ทีมชนะ 3-0 อันที่จริงเกมนี้เขาควรจะทำแฮตทริกได้ด้วยซ้ำจากจังหวะที่รับบอลแล้วเลี้ยงหลบแทร์ สเตเก้นที่ออกนอกกรอบมา แต่เขายิงไปชนโคนเสา

การวิ่งหาช่องนำทางให้เพื่อนก่อนจะได้บอลแล้วยิงประตูผ่านมือนอยเออร์ ก็ทำให้เห็นว่าเขานิ่งขนาดไหน ในเกมรอบน็อกเอาท์เกมที่สองกับอาแจ็กซ์ นูนเญช โชว์ความแข็งแกร่งของเจ้าตัวที่เบียดกับจูเลียน ทิมเบอร์ กองหลังของอาแจ็กช์ ก่อนจะวิ่งไปโหม่งลูกเปิดเตะมุมเข้าไปเป็นประตูชัยให้เบนฟีกาล้มอาแจกซ์ทีมที่ชนะมา 6 เกมในรอบแบ่งกลุ่มให้ตกรอบไป

และเกมที่น่าจะทำให้เขาเป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นก็น่าจะเป็นการเจอกับหงส์แดงในรอบ 8 ทีมสุดท้ายทั้งสองเกมที่เจ้าตัวแผลงฤทธิ์ใส่กองหลังหงส์แดงจนปั่นป่วนไปทั้งแถวจากความสามารถในการเคลื่อนที่หาช่อง ความคล่องตัว ความใหญ่ และความมุ่งมั่นที่เขามี 2 เกมที่เจอหงส์แดงเขาเล่นงานกองหลังหงส์แดงครบทั้ง 5 คน ไม่ว่าจะเป็นการยกบอลหนีร็อบโบ้ ล็อคหลบฟานไดจ์คจนเกือบเสียจุดโทษ เลี้ยงผ่านมาติปไปดื้อ ๆ โกเมส โกนาเต้ อาร์โนล์ด ล้วนโดเนเขาเล่นงานหมด แถมยังยิงประตูเหนือชั้นใส่อลิสซงอีก

แม้จะเจอกันเพียงแค่ 1 เกม แต่ฝีเท้าการเล่นจองนูนเญชก็ป่วนจิตป่วนใจฟานไดจ์คจนเขายกให้เป็น 1 ใน 5 กองหน้าที่เล่นงานเขาได้มากที่สุด และเขารับมือยากที่สุด 6 ประตูจาก 10 เกมในเวทีใหญ่อย่าง UCL และเป็นการทำประตูใส่ทีมอย่างบาร์เซโลนา บาเยิร์น อาแจกช์ และหงส์แดง ยิ่งมองจากลักษณะของการได้ประตูแต่ละลูกก็ยิ่งชัดเจนว่าฝีเท้าของเขาได้รับการการันตีแล้วว่า ของจริง ที่เหลือก็คือการมาพิสูจน์ตัวเองกับเวทีที่หินที่สุดในโลกอย่างพรีเมียร์ลีก