3 ปริศนาตลาดหงส์ที่รอคำตอบ

ตลาดซื้อขายนักเตะเวทีพรีเมียร์ลีกปีนี้คึกคักมาก คาดว่าอาจจะเป็นตลาดที่มีเงินหมุนเวียนเยอะที่สุดตลาดหนึ่งเลยเพราะว่าทีมใหญ่ ๆ ในพรีเมียร์ลีกต่างเสริมทัพกันเพียบ และยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดกันสักเท่าไหร่ ทั้งแมนซิตี ที่มีข่าวพัวพันกับนักเตะค่าตัวแพงหลายตัว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จนป่านนี้ยังไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริม แต่มีงบให้ใช้จ่ายอยู่ 200 ล้านปอนด์ เชลซีที่เปลี่ยนเจ้าของใหม่ก็ยังไม่ได้เสริม

ยังไม่นับทีมลุ้นพื้นที่ยุโรป ทีมกลางตาราง ทีมเศรษฐีใหม่อย่างนิวคาสเซิล ทีมน้องใหม่อีก และที่สำคัญตลาดนักเตะเพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงเดือน ยังมีเวลาให้ซื้อนักเตะกันอีกเกือบสองเดือน แต่ทีมระดับบนกลับเสริมทัพกันอย่างบ้าคลั่ง สเปอร์สที่ซื้อนักเตะเข้ามาเป็นแถว อาร์เซนอลที่เริ่มขยับก็สะเทือนเหมือนกัน หรืออย่างหงส์แดงเองที่ลงทุนควักเงินกว่า 100 ล้านปอนด์ เสริมทัพนักเตะไปแล้ว 3 คน

อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดตัวเจ้าหนู คัลวิน แรมซีย์ แบ็กขวาดาวรุ่งไปเมื่อไม่กี่วันก่อน กูรูหลายฝ่าย ก็เห็นตรงกันว่า ตอนนี้ตลาดนักเตะของหงส์แดงปิดประตูแล้ว เป็นไปตามนโยบายมเร็วเคลมเร็วของคลอปป์ ที่ต้องการให้นักเตะใหม่มีส่วนร่วมกับโปรแกรมปรีซีซั่นที่ถือเป็นหัวใจของแผนงานทั้งฤดูกาลของหงส์แดงให้มากที่สุดด้วย

แนวโน้มการปิดตลาดของหงส์แดงนั้นดูจะเป็นจริง ไม่ว่ามองในแง่ของเชิงธุรกิจหรือการบริหารการทำงานของคลอปป์ที่ผ่านมา แม้จะมีหลายฝ่ายมองว่ามีบางตำแหน่งที่คลอปป์ควรเสริมทัพ แต่นั่นก็อาจจะถูกมองว่า ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องรีบร้อน ในทางกลับกัน ตลาดรอบนี้ของหงส์แดงก็เติมไปด้วยปริศนา หรือคำถามที่ตามมาหลายข้อให้เราได้ถก และหาคำตอบไปด้วยกัน

ตลาดขาออกยังมีคำถาม

แม้ตลาดขาข้าวของหงส์แดงจะมีแนวโน้มปิดประตู แต่ตลาดขาออกของหงส์แดงนั้นยังร้อนระอุ และทำให้เราต้องตามต่อว่าจะมีนักเตะคนไหนที่ต้องโบกมือลาจากทัพหงส์แดงกันบ้าง และนั่นจะทำให้เราเห็นภาพขุมกำลังในการสู้ศึกฤดูกาลนี้ที่แท้จริงของหงส์แดง

ลิเวอร์พูลเริ่มต้นด้วยการปล่อยตัวโอริกี้ ออกไปตั้งแต่ยังไม่จบซีซั่นด้วยซ้ำ และนั่นก็เป็นนักเตะขาออกคนเดียวของหงส์แดงที่ย้ายออกจากทีมอย่างเป็นทางการ สวนทางกับนักเตะใหม่ 4 ตัวที่เข้ามาหากนับหลุยส์ ดิอาช ที่ซื้อมาใช้ในช่วงตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา

ซาดิโอ มาเน่ ดูเหมือนจะเป็นดีลที่ใกล้เคียงที่สุด เพราะเหล่านักเตะบางคนก็ถึงขนาดโพสต์อำลาขอบคุณกันแล้ว นักข่าวชื่อดังอย่างโรมาโนก็ Here We Go แล้ว เหลือเพียงการเปิดตัวกับสโมสรใหม่เสือใต้อย่างเป็นทางการเท่านั้น อีกรายที่มีข่าวล่ามาแรงก็คือ มินามิโนะ นักเตะเลือดซามูไร ที่ไม่มีทีท่าว่าจะได้เป็นตัวหลักของทีมแม้จะทำผลงานได้ดีในบอลถ้วย

การเติมนักเตะเกมรุกเพิ่มถึง 3 คนของคลอปป์ เป็นแรงบีบที่สำคัญให้มินามิโนะต้องรีบตัดสินใจอนาคตตัวเอง และดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็มีแนวโน้มจะย้ายออกจากทีมเหมือนกัน เพราะล่าสุดก็ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงตัดพ้อนิด ๆ ว่า หลายเกมที่ลงเล่นแล้วทำผลงานได้ดี  ไม่ค่อยเป็นที่สนใจมากนัก และเจ้าตัวยังบอกอีกว่าพร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนออื่น ๆ หากดูแล้วไม่มีโอกาสลงเล่นในฤดูกาลหน้า โดยมีสโมสรโมนาโกในลีกเอิงให้ความสนใจ ข่าวว่าหงส์แดงปักราคาไว้ที่ 17 ล้าน

นอกจากนั้นแล้ว ยังมี แชมเบอร์เลน ที่มีข่าวว่าอาจจะย้ายจากหงส์แดงในซัมเมอร์นี้ โดยนักข่าววงในของหงส์แดงหลายเจ้าก็รายงนตรงกันว่า ลิเวอร์พูลได้ตกลงกับนักเตะแล้วว่า นักเตะสามารถหาทีมใหม่ได้เลย และทีมหงส์แดงจะไม่ขวางทางหากมีสโมสรยื่นข้อเสนอที่นักเตะพอใจเข้ามา ตัวเขาเองจะว่าไปก็ยังอยู่ในวัย 28 ปี ยังมีเวลาให้เรียกฟอร์มเก่งและเล่นฟุตบอลในระดับสูงได้อยู่

นอกจากนั้นลิเวอร์พูลยังมีนักเตะจำนวนหนึ่งที่ปล่อยยืม ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ไล่ตั้งแต่ เนโก วิลเลียมส์ ที่ปล่อยให้ฟูแล่มยืมตัวแล้วทำผลงานได้ดีพาทีมคว้าแชมป์เลื่อนขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีก ก็เป็นที่หมายปองของหลายทีม การที่หงส์แดงซื้อ แรมซีย์ เข้ามาก็เหมือนเป็นนัยว่าพร้อมปล่อยเนโกแล้ว แนท ฟิลิปป์ส ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเป็นตัวหลักให้บอร์นมัธเลื่อนขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จเช่นกัน ยังมี เซฟ ฟาน เดนเบิร์ก ที่ปล่อยให้ เปรสตัน ยืมตัว เบน เดวิส ที่หงส์ไม่ได้ใช้งานและปล่อยให้เซฟฟิลด์ใช้งาน หรือรีส์ห วิลเลียมส์ที่ปล่อยให้สวอนซีใช้งาน

สุดท้ายหงส์แดงมีนักเตะที่หมดสัญญาและกลายเป็นฟรีเอเยนต์หลายคน ทั้งคาริส ลอริอุส ที่น่าจะหมดเวรหมดกรรมกับหงส์แดงสักที และดาวรุ่งตลอดกาลอย่างเบน วูดเบิร์น แซยี โอโจ้ พวกนี้หมดสัญญากับหงส์แดงในสิ้นเดือนนี้แล้วหงส์แดงก็ไม่ต่อสัญญากับพวกเขาแล้ว ทำให้สามารถย้ายทีมได้ทันที ดังนั้นตลาดขาออกฤดูกาลนี้ของหงส์แดงยังเข้มข้นอยู่

เว้นเบอร์ 10 ไว้ให้ใคร

หากลิเวอร์พูลตั้งใจจะขายซาดิโอ มาเน่ ให้กับเสือใต้จริง ๆ เหตุใดจึงไม่มีใครเลือกใช้เบอร์ 10 เลย สำหรับนักเตะใหม่ของหงส์แดง มันเลยเกิดคำถามว่า เบอร์นี้เว้นไว้ให้ใครหรือไม่ เหตุผลแรกที่ถูกยกมาก็คือ เพราะให้เกียรติซาดิโอ มาเน่ ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นนักเตะหงส์แดงอยู่ ยังไม่มีการย้ายอย่างเป็นทางการ และสโมสรอาจจะมีการให้เลือกเบอร์เสื้อกันใหม่หลังก่อนเปิดฤดูกาล

หากเป็นเช่นนั้นจริงก็น่าคิดนะครับว่า ใครจะรับไม้ต่อเบอร์ 10 ต่อจากมาเน่ ตอนนี้ในแดนหน้า ดิโอโก โชตา ก็เหมือนแสดงเจตจำนงแล้วว่า ตัวเขาไม่อยากเปลี่ยนเบอร์เสื้อ เพราะแฟนเพลงแต่งเพลงให้เขามีการระบุเบอร์เสื้อไปแล้ว ส่วน ดาร์วิน นูเญช กองหน้าตัวใหม่ก็เลือกหมายเลข 27 ไปแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะรอสวมหมายเลข 9 ต่อจากฟีร์มิโน่ในอนาคตมากกว่า

ตอนนี้จึงมีนักเตะในข่ายที่อาจจะได้สวมเบอร์ 10 อยู่ 3 คน คือ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ นักเตะใหม่ของหงส์แดงที่ยังไม่มีเบอร์เสื้อ แต่ก็เป็นนักเตะใหม่ซิง ๆ คลอปป์จะเอาเบอร์ 10 ที่เป็นเบอร์ที่จะต้องได้ลงเล่นสม่ำเสมอให้เด็กอายุ 19 หรือ คนต่อมาก็เด็กเหมือนกัน ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ อายุ 19 เหมือนกัน ต่างกันตรงที่เขาเริ่มมีบทบาทเป็นตัวหลักของทีมขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันสวมหมายเลข 67 อยู่ ก็มีโอกาสสูงไม่น้อยที่จะได้สวมเบอร์ 10 ส่วนตัวเต็งที่หลายคนจับตาก็คือ หลุยส์ ดิอาช ที่ตอนนี้สวมหมายเลข 23 เขามีโอกาสขึ้นมารับเบอร์ 10 ต่อจากมาเน่ที่สุด ทั้งในแง่ของการเป็นตัวหลัก และผลงานที่ผ่านมา

แต่ตอนนี้ก็เริ่มมีกระแสมาว่า บางทีคลอปป์อาจจะเก็บเบอร์ 10 ไว้ให้ใครบางคนในฤดูกาลหน้า โอเค พูดแบบไม่ปิดบังนักเตะที่ทุกคนคาดการณ์ว่าจะเป็นเป้าหมายเบอร์ 1 ของหงส์แดงในการเสริมทัพปีหน้าก็คือ จูด เบลลิงแฮม กองกลางของดอร์ทมุนด์ ที่มีข่าวว่าหงส์แดงล็อกเป้าแล้ว พร้อมทุ่มงบประมาณในการไล่ล่า ดังนั้นการเก็บเบอร์ 10 ไว้ โดยที่ยังไม่มีใครใช้ในฤดูกาลนี้ก็อาจจะเหมาะสม

เป้าหมายของตลาดนี้คืออะไรกันแน่

เป็นคำถามที่เหล่ากูรูฟุตบอลนำมาถกกันในรายการต่าง ๆ สำหรับการวิเคราะห์การเสริมทัพของหงส์แดง กระทั่งตั้งประเด็นถึงว่า ตลาดนี้ดีพอหรือยังสำหรับหงส์แดงในการล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้ากับแมนซิตี ที่เสริมอาวุธหนักได้ถูกจุดเช่นกัน

ว่ากันที่เป้าหมายก่อน ผมเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่า ตลาดนี้ของหงส์แดงเป็นการเสริมทัพที่มองการณ์ไกล ไม่ใช่แค่การเสริมแกร่งที่มุ่งเอาตัวท็อปมาเท่านั้น แต่เป้าหมายจริง ๆ ของคลอปป์และทีมงานคือการก่อร่างทีมชุดใหม่ขึ้นมา เพราะหากสังเกตุให้ดีบรรดานักเตะที่คลอปป์ลงทุนซื้อเข้ามาในตอนนี้นั้น เต็มไปด้วยนักเตะอายุ เฉลี่ย 20-23 ปี เท่านั้น

 

แน่นอนว่าโปรเจ็คนี้มันมาพร้อมกับการต่อสัญญาของคลอปป์ และก็กลายเป็นหน้าที่ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เอาแค่ว่านับตั้งแต่คลอปป์ประกาศอยู่ต่อ เราก็ได้นักเตะมาใหม่ 4 คน ดิอาช อายุ 25 ปี คาร์วัลโญ่ 19 ปี นูเนช 23 ปี แรมซีย์ 18 ปี เมื่อลองมองไปที่ขุมกำลังดาวรุ่งของทีมตอนนี้ มีทั้งเอเลียตต์ 19 ปี , โจนส์ 21 ปี, โกนาเต้ 23 ปี เคเลอร์เฮอร์ 23 ปี, เทรนท์ 23 ปี โจตา 25 ปี รีสห์ วิลเลียมส์ 21 ปี เซฟ พาน เดนเบิร์ก 20 ปี

พวกนี้ล้วนเป็นขุมกำลังที่คลอปป์เองก็หมายในปั้นขึ้นมาทดแทนบรรดาซีเนียร์ของทีมในระยะ 4 ปีที่เขาอยู่ต่อจากนี้ ไล่ตั้งแต่ อาลิสซง, ฟานไดจ์ค, มาติป, เฮนเดอร์สัน, ติอาโก, ฟาบิญโญ่, มิลเนอร์, ฟีร์มิโน่ และ โม ซาลาห์ ยิ่งหากข่าวการล็อคเป้าจูดมีมูล ก็ยิ่งชัดเจนว่า ตลาดนี้และตลาดหน้า คลอปป์มองไปไกลกว่าแค่เสริมแกร่ง แต่เป็นเรื่องของการสร้างทีมใหม่

ส่วนคำถามที่ว่า การเสริมทัพครั้งนี้ดีพอจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามที่ไม่มีใครสามารถตอบได้ เพราะในฤดูกาลที่หงส์แดงคว้าแชมป์ลีกได้เป็นฤดูกาลที่หงส์แดงไม่ซื้อนักเตะเพิ่มเลยขณะที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า บรรดานักเตะใหม่ อย่างดิอาช นูเญช จะสามารถแบกทีมและทำผลงานได้ดีขนาดไหน หากมันเป็นการเสริมนักเตะเพื่อสร้างทีมใหม่ บางทีมันอาจจะมีเรื่องของการปรับเปลี่ยนแท็กติกการเล่น สไตล์การเล่นบางอย่างของทีม ที่ต้องใช้เวลาพอสมควร มีนักวิเคราะห์คนหนึ่งผมจำชื่อไม่ได้ เขาถึงกับพูดว่า หงส์แดงชุดนี้มีดีพอจะคว้าแชมป์บอลถ้วยทุกถ้วยยกเว้นพรีเมียร์ลีก