ภารกิจทดแทน 39 ประตูที่หายไปของหงส์แดง

ลิเวอร์พูลได้นักเตะใหม่มา 3 คน คือ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, ดาร์วิน นูเญช, และ คัลวิน แรมซีย์ ในขณะเดียวกันก็เสียนักเตะไปสามคน คือ ดิว็อก โอริกี้, ซาดิโอ มาเน่ และล่าสุดก็คือ ทาคุมิ มินามิโนะ ด้วยเหตุนี้เริ่มมีแฟนหงส์แดงกังวลว่า การที่หงส์แดงต้องปล่อยนักเตะทั้งสามคน ซึ่งล้วนเป็นผู้เล่นในเกมรุกทั้งสิ้น และทั้งสามคนก็ทำประตูให้หงส์แดงรวมกันมากถึง 39 ประตู จากจำนวน 91 เกมที่พวกเขาทั้งสามคนลงเล่น จะทำให้ศักยภาพในเกมรุกของหงส์แดงลดลงหรือไม่

เพราะปีนี้ลิเวอร์พูลทำประตูไปทั้งหมด 147 ประตูจาก 63 เกมที่ลงเล่น เท่ากับพวกเขาสามคนมีส่วนกับ 26.5 % ของประตูทั้งหมดที่หงส์แดงทำได้ หากตีเป็นเลขกลม ๆ ก็ประมาณเกือบ 30% เลยทีเดียว

39 ประตูมาจากไหนบ้าง

39 ประตูของลิเวอร์พูลที่หายไปนั้นมาจากนักเตะ 3 คนที่หงส์แดงขายไป แบ่งเป็นซาดิโอ มาเน่ 23 ประตู มินามิโนะ 10 ประตู และดิวอค โอริกี้ 6 ประตู มาเริ่มกันที่ 6 ประตูของโอริกี้ก่อน 3 ประตูมาจากการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 7 เกม 1 ประตูมาจากการลงเล่น UCL 7 เกม และอีก 2 ประตูมาจากการลงเล่นคาราวบาวคัพ 3 เกม

ต่อมาที่มินามิโนะ 10 ประตูที่เขาทำได้ มาจาก 3 ประตูจากการลงสนาม 11 เกมในพรีเมียร์ลีก 3 ประตูจากการลงเล่นในเอฟเอคัพ 4 เกม และ 4 ประตูมาจากการเล่นในคาราบาวคัพ 4 เกม ส่วนของซาดิโอ มาเน่นั้น 23 ประตูที่เขาทำได้มาจาก 16 ประตูกับการลงเล่นในเกมลีก 34 ประตู 5 ประตูมาจากการลงเล่นใน UCL 13 เกม และอีก 2 ประตูมาจากการลงเล่นในรายการเอฟเอคัพ

หากจำแนกความสำคัญของทั้ง 39 ประตู ประตูในพรีเมียร์ลีกจะรวมกันที่ 22 ประตู จากรายการ UCL  6 ประตู เอฟเอคัพ 5 ประตูและคาราวบาวคัพ 6 ประตู มินามิโนะถือเป็นคนสำคัญในบอลถ้วยสองรายการในประเทศเพราะเขาเป็นดาวซัลโวของทีมทั้งสองรายการ มีส่วนอย่างมากในการทำให้ทีมได้เข้าชิงและได้แชมป์สองแชมป์มาครองในฤดูกาลนี้ หากไม่มีผลงานเด่นของเขา บางทีปีนี้หงส์แดงอาจจะไม่มีถ้วยติดมือมาเลยก็ได้

ขณะที่โอริกี แม้จะทำประตูได้ไม่มากเท่ามินามิโนะ แต่ทุกประตูที่ทำได้เกือบจะเป็นประตูตัดสินชัยชนะทั้งนั้น โดยเฉพาะประตูชัยในเกมที่ไปเยือนวูล์ฟ แฮมตัน เมื่อปลายปีที่แล้วก็ถือเป็นประตูที่สำคัญมาก ๆ ในการลุ้นแชมป์ของหงส์แดง ขณะที่มาเน่นั้น ไม่เพียงแต่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เขาเป็นกำลังสำคัญของทีมในยามที่ฟีร์มิโน่ฟอร์มตก

และแดนหน้าต้องการหน้าตัวเป้า เขาถูกขยับไปเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่หายไปใน 39 ประตูคือ ประตูสำคัญ ๆ จากนักเตะอย่างโอริกี้ ประตูเป็นกอบเป็นกำในบอลถ้วย และประตูที่ต่อเนื่องในตำแหน่งที่ขาดหาย สิ่งเหล่านี้ เป็นภารกิจของทีมงานคลอปป์และนักเตะใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็ม

นักเตะใหม่กับ 39 ประตู

หากนับเป็นประตูได้เสีย มันก็ไม่ได้แย่นะครับ ลิเวอร์พูลเสียนักเตะไป 3 คน หายไป 39 ประตู และได้นักเตะใหม่มา 2 คน แต่ได้ประตูเพิ่มขึ้นมาถึง 55 ประตูจากการลงเล่น 79 เกม คาร์วัลโญ่ ทำได้ 11 ประตูจากการลงเล่น 38 เกม ขณะที่นูเญชทำได้ 34 ประตูจากการลงเล่น 41 เกม เท่ากับลิเวอร์พูลยังมีค่าประตูได้เสียบวก 16 ลูก

ว่ากันว่า นูเญช นั้นทั้งตำแหน่งการเล่นและทักษะ รูปร่างต่าง ๆ เขาสามารถเป็นตัวแทนได้ทั้งของซาดิโอ มาเน่และดิวอค โอริกี้ ได้ในเวลาเดียว มีคุณสมบัติของนักเตะทั้งสองคนนี้รวมอยู่ในตัว ขณะที่หากพิจารณาว่า คาร์วัลโญ่ในปีแรกอาจจะยังไม่ได้เป็นตัวหลักในทีม เขาก็จะได้รับโอกาสลงเล่นในรายการบอลถ้วยในประเทศไปก่อน ซึ่งก็เท่ากับทดแทนการหายไปของมิมามิโนะได้เช่นกัน

นี่เป็นการมองตำแหน่งต่อตำแหน่งประตูต่อประตูโดยที่เรายังไม่ได้คำนวณว่า ทั้งคู่คือนักเตะใหม่ และอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งการทำผลงานได้ดีหรือทำผลงานได้แย่ มันมีปัจจัยเยอะแยะมากมายที่จะเกิดขึ้น บางที 39 ประตูที่ 3 นักเตะของหงส์แดงช่วยกันทำไว้ อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับนักเตะใหม่สองคนนี้ที่จะทำผลงานทดแทนมันขึ้นมาได้ หากพวกเขาสามารถทำผลงานได้ดีทันที

นักเตะเก่าก็ช่วยได้

การออกไปของ 3 นักเตะที่ลงเล่นรวมกันถึง 91 เกม และหากพิจารณาว่าคาร์วัลโญ่เป็นนักเตะดาวรุ่งที่ยังต้องรอโอกาสจากนักเตะรุ่นพี่ก่อน ก็ยิ่งทำให้เราเห็นว่า มีเกมที่ว่างมากขึ้นสำหรับนักเตะซีเนียร์ที่ยังอยู่กับทีม ไม่ว่าจะเป็น ฟีร์มิโน่ หรือ โจต้า และอย่าลืมว่า ดิอาชที่มาใหม่เพื่อครึ่งฤดูกาลหลังก็สามารถเป็นเดอะแบกของทีมได้แล้ว

หนึ่งในนักเตะที่ได้รับการพูดถึงและวิเคราะห์กันมากว่าจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลดีกับเขาก็คือ ฟีร์มิโน ที่ยังตัดสินใจอยู่ต่อกับทีม แม้จะมีสัญญาเหลืออยู่เพียง 1 ปีก็ตามที แต่โจทย์ที่คนวางไว้ก็คือ เขาจะได้ประโยชน์ก็ต่อเมื่อคลอปป์ใช้ระบบการเล่น 4-2-3-1 มากขึ้นในฤดูกาลหน้า

ในระบบ 4-3-3 นั้น หน้า 3 คนของหงส์แดงแทบจะไม่มีที่ยืนให้ฟีร์มิโน่เลย เพราะฟีร์มิโน่โดดเด่นเมื่อเล่นตำแหน่ง กองหน้าตัวหลอก เขาไม่สามารถขยับไปเล่นด้านข้างได้ดีเท่ากับนักเตะแนวรุกคนอื่นที่มี ดังนั้น หากยังยึดระบบเดิม นูเญช กับ โจต้า อาจจะได้เล่นเป็นตัวหลักของเขา

แต่ในกรณีที่คลอปป์เปลี่ยนมาเล่น 4-2-3-1 ระบบที่สร้างชื่อให้เขาสมัยคุมดอร์มมุนด์กับการใช้กองหน้าตัวเป้าและมีมิดฟิลด์ตัวทำเกมหรือหน้าตัวต่ำยืนอยู่หลังกองหน้าตัวเป้า คล้ายเพยล์เมกเกอร์ ซึ่งตำแหน่งนี้หลายคนมองว่า มันเข้ากันได้กับสไตล์การเล่นของฟีร์มิโน่มาก นั่นจะทำให้ฟีร์มิโน่เป็นอีก 1 คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่เพิ่มจำนวนประตูให้หงส์แดง

โดยสรุปผมมองว่า 39 ประตูและช่องว่างที่มาเน่และมิมานิโนะทำไว้ไม่น่าหนักใจเท่าไหร่ เพราะนักเตะคนอื่นสามารถทำแทนได้อย่างไม่ยากเย็น ที่เห็นลำบากหน่อยก็ตรงความพิเศษของโอริกีนี่แหละใครจะเข้าทำแทนได้ นักเตะที่แค่ขยับตัวลงสนามก็มองเห็นได้ถึงชัยชนะแล้ว