ทะลุเพดานหรือสับขาหลอก 3 คำถามสำคัญหลังซาลาห์จรดสัญญากับหงส์แดง

ไม่น่าเชื่อว่าแค่ตลาดเดียวหงส์แดงจะทำลายเพดานของตัวเองลงถึง 2 อย่าง อย่างแรกคือการทำลายเพดานค่าตัวนักเตะที่ลงทุนกว่า 100 ล้านยูโร คว้าตัว ดาร์วิน นูเญช กองหน้าตัวท็อปของยุโรปมาครอง นั่นว่าฮือฮาแล้ว แต่กลับมีเรื่องฮือฮาและ สร้างแรงสะเทือนมากกว่ากับการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ ซาลาห์

สัญญากับซาลาห์ฉบับนี้เป็นสัญญาระยะยาวถึง 3 ปี เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากมากกับสโมสรหงส์แดงที่จะยื่นสัญญายาวขนาดนี้ให้นักเตะที่อายุแตะหลัก 30 ปี ขนาดสตีเว่น เจอร์ราร์ดยังถูกเทมาแล้ว ฉะนั้นเอาแค่อายุสัญญาก็ถือว่าสร้างความประหลาดใจให้คนแล้ว

สิ่งที่ทำให้คนฮือฮามากไปกว่านั้นก็คือ ว่ากันว่าสัญญาฉบับนี้จะทำให้ซาลาห์ได้ค่าจ้างแบบทะลุเพดานสุด ๆ คือ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ตัวเลขนี้ยังไม่ชัดเจน บางสื่อบอกว่า ยังไม่รวมแอดออนที่ซาลาห์จะได้ตามผลงาน แต่บางสื่อบอกว่ารวมหมดแล้ว

ทั้งหมดนี้มันคืออะไร เหตุใดสัญญาที่ยืดเยื้อคารังคาซังมานานนับปี จึงยุติลงง่าย ๆ แบบนี้ อะไรทำให้หงส์แดงกล้าที่จะทะลุเพดานค่าเหนื่อยนักเตะตัวเอง ซึ่งจะต้องมีผลกระทบที่ตามมาอีกเยอะแน่นอน เรื่องนี้มีการวางแผนมาอยู่แล้ว หรืออย่างไร หรือจริงๆ แล้วดีลนี้อาจจะเป็นเพียงการสับขาหลอกบางอย่าง วันนี้เราจะลองมาวิเคราะห์แบบมั่ว ๆ กัน

ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

สื่อหลายเจ้าวิเคราะห์การเซ็นต์สัญญาครั้งนี้ของหงส์แดงว่า เป็นไปตามแผนการซื้อขายของ จูเลียน วอร์ด ผ.อ. กีฬาคนใหม่ของหงส์แดง และ ไมค์ กอร์ดอน ประธานบริหารกลุ่ม FSG ที่วางแผนการซื้อขายให้ทีมและหนึ่งในแผนคือการเซ็นต์สัญญากับโม ซาลาห์ แล้วเหตุใดจึงล่าช้า

จากที่เราตามข่าวมา การเจรจาสัญญากับซาลาห์นั้นเอาเท่าที่เป็นข่าวก็ 3 ครั้ง ครั้งแรกเริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน ปีที่แล้ว ทางสโมสรมีการพูดคุยกับ ผู้จัดการส่วนตัวของซาลาห์ รามี อับบาส แต่ยังตกลงตัวเลขกันไม่ได้ จากนั้นหงส์แดงปรับตัวเลขใหม่ และยื่นให้ผู้จัดการตัวซาลาห์อีกครั้งในเดือนธันวาคม

รอบนี้แหละครับที่มีข่าวเป็นกระแสดราม่ากันหากยังจำได้ ที่ว่าซาลาห์เรียกร้องค่าจ้างถึง 5 แสนปอนด์ ขณะที่ข่าวว่าสโมสรเต็มที่ได้แค่ 20 % ของค่าจ้างเดิม นั่นทำให้เหมือนกับว่าสัญญาของซาลาห์ไม่คืบหน้าแล้ว ขณะที่ตอนเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่า กอร์ดอน ลงทุนนัดคุยกับอับบาส ที่ไมอามี โดยการคุยครั้งนั้น เหมือนจะเข้าใจตรงกันบางอย่างว่า ความต้องการของแต่ละฝ่ายคืออะไร

แต่กระแสข่าวที่ออกมาบวกกับการซื้อนักเตะเข้ามามากมาย และการปล่อยมาเน่ออกไป ที่หลายฝ่ายมองว่าส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องสัญญาค่าจ้างไม่โอเคทั้งสองฝ่ายเช่นกัน พร้อม ๆ กับการประกาศว่าจะอยู่กับหงส์แดงต่ออีก 1 ปีของซาลาห์ ทุกคนก็มองไปทางเดียวกันว่า สโมสรคงไม่ต่อสัญญา และซาลาห์น่าจะเล่นจนครบสัญญาแล้วย้ายฟรีซีซั่นหน้า

มีข่าวว่าทางสโมสรมีการปรึกษาคลอปป์ และคลอปป์ตอบว่าต้องการให้นักเตะอยู่กับทีมต่อไป แต่หากการเจรจาไม่เป็นผลก็ให้ยึดนโยบายของสโมสรเป็นหลัก อันที่จริงซาลาห์เองก็แสดงเจตจำนงมาหลายครั้งว่าตัวเขาอยากอยู่กับหงส์แดงต่อ ดังนั้น สองส่วนนี้จึงเป็นส่วนสำคัญให้การเจรจาคืบหน้า

ทีนี้มองในมุมของแผนการซื้อขาย ว่ากันว่า เบื้องหลังดีลนี้มาจากแผนการซื้อขายของวอร์ด โดยเขามองเอาไว้แล้วว่าทีมจะต่อสัญญากับซาลาห์ แต่ต้องจัดการเรื่องซื้อนักเตะใหม่และการขายนักเตะเก่าให้จบก่อน หงส์แดงจึงได้นูเญชมาโดยมีค่าจ้างแค่ 140,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากทำสัญญากับซาลาห์ก่อนเชื่อว่าค่าจ้างของนูเญชก็จะแพงกว่านี้มาก และการขายมาเน่ มินามิโนะ กับ โอริกีออกไป ก็ทำให้ค่าจ้างนักเตะของทีมมีเหลือเพียงพอสำหรับการเอามาโป๊ะให้ซาลาห์ ขณะที่สองนักเตะดาวรุ่งใหม่ที่หงส์ได้มาค่าจ้างยังสตาร์ทที่หลักหมื่นเท่านั้น

หากเรามองตามแผนการของวอร์ด ก็ต้องถือว่าเป็นการวางแผนการขายที่ฉลาด มียุทธศาสตร์การวางแผนที่รอบด้าน แต่มันจะแค่นั้นหรือ

ผลกระทบกับทีม

การตัดสินใจต่อสัญญากับซาลาห์ด้วยการทะลุเพดานค่าเหนื่อยแบบนี้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ มันจะส่งผลกระทบด้านบวกหรือลบกับทีมกันแน่ เราคงไม่พูดถึงว่า FSG จะขาดทุนไหม เพราะเรื่องธุรกิจ เราเชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีการคิดมาดีแล้ว แต่สิ่งที่คนสนใจคือ นักเตะในทีมจะคิดยังไงกับดีลนี้

หลายคนบอกว่าในแง่ลบ ทีมอาจจะเสียสปิริตหรือเปล่า ที่สโมสรให้คุณค่ากับตัวบุคคลมากกว่าทีม ไม่มีใครปฏิเสธว่าซาลาห์เป็นนักเตะคนสำคัญที่ทำผลงานโดดเด่นให้กับทีมมานาน แต่ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เล่นเป็นทีม ไม่ใช่อาศัยนักเตะคนเดียว และทีมก็พิสูจน์แล้วว่าช่วงที่ทีมขาดทั้งซาลาห์ ทั้งมาเน่ ในช่วงที่ทั้งสองไปรับใช้ทีมชาติ สโมสรก็ยังทำผลงานได้ดี

อลิสซง, เทรนท์, ฟานไดจ์ค, ฟาบิญโญ่ พวกนี้ก็เป็นนักเตะที่สำคัญมาก ๆ ของทีมเหมือนกัน การที่ทีมขาดพวกเขาก็มีผลกระทบกับทีมมากเหมือนกัน เหตุใดพวกเขาถึงไม่คู่ควรกับสัญญาค่าจ้างระดับเดียวกับซาลาห์ และพวกเขาก็เล่นทุ่มเทไม่ต่างกัน เผลอ ๆ อาจจะมากกว่าซาลาห์หรือเปล่า ดังนั้นสิ่งนี้อาจจะรบกวนจิตใจของนักเตะเหล่านี้ไหม

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ในอนาคตการเจรจาเพื่อต่อสัญญากับนักเตะเหล่านี้ จะเป็นอย่างไร เพราะผู้จัดการนักเตะและนักเตะทุกคนย่อมคิดว่าหากซาลาห์ได้ค่าจ้างขนาดนี้นักเตะของพวกเขาก็ต้องได้ในราคาที่ไม่ต่างกันมาก และหงส์แดงจะยอมเซ็นต์สัญญากับทุกเคสหรือไม่

เพราะอย่าลืมว่านี่เป็นสัญญาระยะยาวกับนักเตะที่อายุ 30 แล้วค่าจ้างแพงขนาดนี้ มันมีความเสี่ยงอยู่ ยกตัวอย่าง สโมสร อาร์เซนอล ที่เซ็นต์สัญญาแบบนี้กับโอบาเมยอง ในราคาค่าจ้าง 3 แสนปอนด์ แต่นักเตะกลับทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังเซ็นต์สัญญา ทำให้ภาระเพดานค่าเหนื่อยตกมาอยู่กับทีม จนต้องเลหลังขายให้บาร์ซ่า เพื่อลดเพดานนั้น ปัญหาแบบนี้จะเกิดขึ้นกับหงส์แดงใน ทั้งในเคสของซาลาห์ และอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต

ในแง่ดี คนก็มองว่า การเซ็นต์สัญญากับซาลาห์ครั้งนี้ คือการประกาศศักดาของหงส์แดง ว่าสโมสรพร้อมแล้วที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปที่พร้อมจะเดินหน้าคว้าตัวนักเตะเกรดเอในอนาคต แทนที่จะคว้านักเตะเกรดรองมาปั้นอย่างเดียว หงส์แดงพร้อมที่จะยกรดับสนามการซื้อขายของทีมในอนาคตแล้ว

อีกประการหนึ่งนี่คือสัญญาณที่ดีกับนักเตะว่า สโมสรเปิดใจพร้อมแล้วสำหรับการมอบสัญญาค่าจ้างระดับนี้กับนักเตะคนสำคัญของทีม นักเตะคนสำคัญอย่าง ฟานไดจ์ค, เทนรท์ พวกนี้จะได้รับสัญญาแบบเดียวกันกับซาลาห์แน่นอน และเป็นการบอกนัยๆว่า หากคุณทำผลงานได้ดี และอยากอยู่กับสโมสรต่อ สโมสรก็พร้อมจะลงทุนกับคุณ

หรือทั้งหมดจะเป็นแผนซ้อนแผน

ผมกำลังคิดว่าหากมันเป็นไปตามแผนงานของทีม และสโมสรพร้อมที่จะทะลุเพดานของตัวเองจริง มันก็มีคำถามว่า เหตุใดในสองปีที่ผ่านมา สโมสรจึงยอมเสียนักเตะคนสำคัญอย่างไวนาดุม ซึ่งภายหลังไวนาดุมเองก็ออกมาบอกว่า สาเหตุหลักคือเรื่องสัญญา นอกจากนั้นแล้วยังยอมเสียมาเน่ นักเตะคนสำคัญอีกหนึ่งคนที่ทำผลงานให้ทีมไม่แพ้ซาลาห์ ในกรณีของมาเน่อาจจะมองว่า นักเตะอยากย้ายเอง สโมสรจึงไม่รั้ง แต่ก็มีอีกกระแสที่มองว่า นักเตะคิดว่าตัวเองได้ค่าจ้างไม่คุ้มกับผลงาน

ประเด็นตรงนี้น่าคิด เพราะในกรณีของไวนาดุม เราอาจจะมองว่าเป็นยุคของผอ.กีฬา คนเก่า แต่ในกรณีของมาเน่ มันคือยุคของผอ. คนใหม่ เหมือนกัน ทุกคนเชื่อว่าหากสโมสรยื่นข้อเสนอในระดับเดียวกันกับซาลาห์ให้มาเน่ มีหรือมาเน่จะไม่อยากอยู่กับทีมต่อ

หรือจริง ๆ แล้วดีลนี้เป็นเพียงดีลสับขาหลอก เพราะทันทีที่ซาลาห์ประกาศว่าจะอยู่กับทีมต่อ โดยที่สัญญาเหลือเพียงปีเดียว มันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของทีมมาก อย่างแรกทีมกำลังจะเสียนักเตะที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลกไปแบบฟรี ๆ ปีหน้า อย่างที่สองการที่นักเตะเหลือสัญญาปีเดียวลงเล่นในปีสุดท้าย หากเล่นไม่ดี จะมีคำถามเรื่องความทุ่มเทรบกวนตลอดฤดูกาล หากเล่นดี สโมสรก็จะโดนกดดันว่าทำไม่ไม่ต่อสัญญากับนักเตะ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของฤดูกาลที่ซาลาห์ทำผลงานดี คนก็ออกมากดดันสโมสรว่า เล่นดีขนาดนี้นักเตะขอเท่าไหร่ก็ต้องให้แล้ว

ดีลนี้เป็นการสับขาหลอกยังไง ประเด็นแรกคือ นักเตะระดับซาลาห์ย่อมเป็นที่หมายปองของยอดทีมในยุโรปอยู่แล้ว มาดริด บาร์ซ่า บาร์เยิร์น ยูเวนตุส รวมไปถึงเหล่าทีมเงินถังในพรีเมียร์ลีก ยังไงซะหากซาลาห์ไม่อยู่จริง ๆ หงส์แดงยังมีสัญญากับนักเตะ และน่าจะเรียกค่าตัวได้พอสมควร ขนาดมาเน่ เหลือสัญญาปีเดียวหงส์แดงยังเรียกค่าตัวได้ตังค์กว่า 40 ล้านปอนด์ ของซาลาห์กับสัญญาใหม่ ก็น่าจะเรียกได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ล้านปอนด์

ในระยะเวลา 12 เดือนต่อจากนี้ หากซาลาห์ทำผลงานดี โอกาสที่ทีมยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะให้ความสนใจก็ย่อมมี บางทีค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ ที่ลงทุนกับซาลาห์ตรงนี้ อาจจะกลายเป็นดอกผลให้ FSG รอเก็บเกี่ยวช่วงตลาดซัมเมอร์หน้าก็ได้

อีกทั้งปัญหาเรื่องนักเตะไม่มีสมาธิ ทีมเสียสมาธิ เพราะสัญญานักเตะคนสำคัญของทีมคารังคาซัง ก็จะหมดไป บางทีนะ ผมก็ยังแอบคิดเลยว่า เป็นไปได้ไหม ที่สัญญานี้จะเป็นสัญญาใจระหว่างนักเตะ เอเยนต์ และสโมสรว่า นี่จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของนักเตะ และหากผลงานดี ตลาดซัมเมอร์มีสโมสรพร้อมทุ่มเงินระดับ 70-80 ล้านปอนด์ให้ สโมสรก็พร้อมจะปล่อยนักเตะออกไป นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าคิดเช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะยังไงผมเชื่อว่าการต่อสัญญากับซาลาห์ครั้งนี้จะมีแต่แง่บวกและเป็นผลประโยชน์กับสโมสรอย่างแน่นอน แล้วเพื่อนๆ ละ คิดว่ายังไง ดีลนี้ มันคือดีลทะลุเพดานหรือสับขาหลอก