หงส์เริ่มเข้าที่ 5 ประเด็นน่าสนใจปรีซีซั่นเกมที่สอง

การปรีซีซั่นเกมที่สองของหงส์แดงและเป็นเกมสุดท้ายที่จะทัวร์ในเอเชียก่อนจะเดินทางไปปรีซีซั่นที่เยอรมันต่อ ผลการปรีซีซั่นหงส์แดงสามารถเอาชนะคริสตัล พาเลช ทีมร่วมพรีเมียร์ลีกไป 2-0 โดยได้ประตูจากลูกยิงของเฮนเดอร์สันในครึ่งแรกและ ซาลาห์ในครึ่งหลัง และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าสนใจที่เราเห็นจากเกมนี้

ฟิตเนสหงส์เริ่มเข้าที่

ในเกมแดงเดือดที่จัดในประเทศไทย ซึ่งเป็นเกมแรกของการปรีซีซั่น คลอปป์ยอมรับตามตรงหลังเกมว่า ลูกทีมของเขายังไม่ฟิตพอที่จะลงเล่นในเกมที่เข้มข้นขนาดนั้น คลอปป์น่าจะหมายถึงในครึ่งแรกที่แมนยูจัดชุดใหญ่ลงเล่นด้วยสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์กว่าหงส์แดง และคลอปป์ต้องจัดนักเตะลงมากถึง 3 ชุด เพื่อโรเตชั่นนักเตะ แต่ในเกมกับพาเลสเมื่อคืน คลอปป์ก็จัดนักเตะลง 3 ชุดเหมือนกัน แต่รูปแบบแตกต่างออกไป

โดยจัดชุดผสมลงก่อน จากนั้นเอาชุดใหญ่ลงเล่นครึ่งหลังและดาวรุ่งลงเล่นในตอนท้าย หลังจากได้ซ้อมร่วมกันและเรียกความฟิตเพิ่มเติม เราก็เริ่มเห็นความเข้ารูปเข้ารอยของทีมากขึ้น ลิเวอร์พูลใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็สามารถครองเกมทั้งหมดได้ และเล่นได้ในแบบของตัวเอง การครองบอล การจ่ายบอล และการไล่เพรสแย่งบอลกลับมาคืน และครองเกมบุกได้เป็นส่วนใหญ่ตลอดทั้งเกม

เอเลียตต์ยิ่งลงยิ่งเด่น

 

ผมดูเกมอุ่นเครื่องทั้งสองเกม มีนักเตะอยู่ 1 ชุดที่จะได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงแรกทั้งสองเกมคือ เฮนเดอร์สัน โจนส์ ฟีร์มิโน ดิอาช และ เอเลียตต์ ซึ่งนักเตะที่ทำผลงานดีน่าประทับใจมากที่สุดคือเอเลียตต์ ทั้งความขยัน ทุ่มเท ความมุ่งมั่นของเจ้าหนูคนนี้มันแสดงออกมาเกินร้อย

ในเกมแรกเอเลียตต์ออกสตาร์ทเป็นหน้าฝั่งขวา แต่เกมนี้เขาออกสตาร์ทเป็นกลางฝั่งขวา และบางจังหวะก็สลับเข้าไปเล่นเป็นหน้าขวากับแชมเบอเลนเช่นกัน ทำให้เราพอเปรียบเทียบได้เลยว่า เอเลียตต์ในตอนนี้ เขาเหมาะกับการเล่นตำแหน่งกลางขวามาก

ทั้งการมีส่วนร่วมกับเกมรับที่ลงมาช่วยฝั่งขวาได้ดี การขับเคลื่อนเกม การเชื่อมเกมในแดนกลาง และมีจุดเด่นที่การเติมเข้าไปในพื้นที่สุดท้าย ตรงนี้ผมมองว่าหากต้องเล่นเป็นหน้าขวา บางทีอาจต้องปะทะกับกองหลังตรงๆ แต่การถอยลงมาตรง กลาง แล้วรอโอกาสในการเข้าแทรก เข้าทำของเอเลียตต์ มันสร้างอิมแพ็คต่อเกมมากกว่า

ประตูขึ้นนำ 1-0 เป็นการประสานงานเข้าทำที่เยี่ยมยอด เราต้องให้เครดิตแชมเบอเลนที่คิดเร็วทำเร็วในการผ่านบอลให้เอเลียตต์ และต้องชมจังหวะทำประตูที่เฉียบคมของกัปตันเฮนโด้ แต่ประตูนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการวิ่งสอดขึ้นไปที่ถูกที่ถูกจังหวะและวิสัยทัศน์ในการเลือกผ่านบอลอันยอดเยี่ยมของเอเลียตต์

บทบาทใหม่ซาลาห์

นักเตะที่เป็นดาวซัลโวของทีมในทุกปีอย่างซาลาห์ เขาคือเป้าหมายของเพื่อนใน 5-6 ปีที่เขามาประจำการที่นี่ ผลงานและตำแหน่งของเขาอนุญาตให้เขามีสิทธิในการลากเลื้อยเพื่อทำประตู โดยไม่จำเป็นต้องส่งให้เพื่อนก็ได้ นี่เป็นสิ่งที่เรายอมรับกันมาหลายปี

แต่การที่ทีมได้ตัวนักเตะใหม่อย่าง นูเญส ที่ค่อนข้างชัดเจนว่าคลอปป์ต้องการปั้นให้เขากลายเป็นดาวยิงประตูของทีม ดังนั้นตลอด ทำให้สองเกมที่ผ่านมาเราเห็นถึงวิธีการเล่นแบบใหม่ของหงส์แดงที่เน้นการมีตัวเป้ามากขึ้น และนักเตะที่ดูจะปรับวิธีการเล่นมากที่สุดคือซาลาห์

เราเห็นซาลาห์พยายามอย่างมากในการ ‘ปั้น’ นูเญสอย่างที่เราไม่เคยเห็นซาลาห์เป็นมาก่อน ไม่รู้ว่านี่เป็นเพราะการพูดคุยกับคลอปป์ว่าเจ้าตัวต้องปรับการเล่นใหม่ หรือเป็นเพราะเจ้าตัวปรับการเล่นให้เหมาะกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ และอยากจะช่วยให้นูเญสทำประตูได้เพื่อสร้างความมั่นใจ

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันชัดเจนว่าปีนี้ลิเวอร์พูลจะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไปในการเข้าทำพื้นที่จังหวะสุดท้ายแน่นอน และบทบาทของซาลาห์เองก็จะมีผลต่อทีมมากเช่นกัน ที่เหลือตอนนี้ก็แค่รอ รอเวลาที่นูเญส สามารถเรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาให้ได้

นูเญส มีทรง แต่ยังไม่มีดวง

ทุก ๆ การเล่นของหงส์แดงนับจากนี้ สิ่งหนึ่งที่จะถูกจับตามองไปเรื่อย ๆ ก็คือ ผลงานของนูเญส จนถึงตอนนี้ ทุกคนอยากเห็นเขาทำประตูแรกกับหงส์แดง เพราะตราบใดที่ยังทำประตูแรกไม่ได้ เชื่อว่าความกดดันจะตามติดเขาเป็นเงาตามตัวแน่ ๆ

แต่ข้อดีก็คือ ตอนนี้เพื่อน ๆ ในทีมต่างซับพอร์ตเขา คลอปป์เองก็กล้าออกมาปกป้องเขา ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับคลอปป์ว่าหากเราใช้สมองคิดนิดนึง และเราเป็นแฟนบอลหงส์แดงอยู่แล้ว เราก็จะรู้ว่านูเญสต้องการ ‘เวลา’ ในการปรับตัว นี่เป็นเรื่องปกติมากของนักเตะใหม่หงส์แดง ขนาดฟานไดจ์ค อลิสซง และแม้แต่ดิอาช ตอนนี้เราก็เห็นว่าพวกเขายังต้องการเวลาในการปรับตัว

แต่ถึงแม้คลอปป์จะปกป้องอย่างไร มันก็ต้องยอมรับว่า การที่เขาเข้ามาในทีมด้วยสถิติสโมสร และเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้ามันย่อมมีความคาดหวังที่พิเศษอยู่แล้ว โชคดีที่นูเญสเป็นนักเตะที่มีลูกฮึด เป็นนักสู้ เราจะเห็นว่าเขามีความมุ่งมั่นอย่างมากในการทำประตูให้ได้

ตอนนี้สิ่งที่นูเญสและเพื่อนร่วมทีมอาจจะต้องปรับอย่างมากคือเรื่องจังหวะการเชื่อมต่อกัน การจ่ายบอลและการวิ่งหาช่อง ที่ยังต่อไม่ติด เช่นจังหวะที่อาร์โนล์ดได้บอลแล้วจะผ่านให้นูเญส แต่วิ่งกันไปคนละช่อง หรือจังหวะที่ซาลาห์เองจะจ่ายบอลให้นูเญส แต่เบาเกินไปบ้าง อีกอย่างที่เรายังไม่เห็นคือ การครองบอล การเลี้ยงบอล ในกรอบเขตโทษของเขาที่ปกติเขาสามารถปั้นเองและจบเองได้

นักเตะเริ่มบาดเจ็บ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดและทีมระวังมากที่สุดคือการที่นักเตะเกิดอาการบาดเจ็บ และมันก็เกิดขึ้นแล้วกับหงส์แดงหลังจากปรีซีซั่นไปเพียง 2 เกมเท่านั้น ก่อนหน้านั้น โจตา มีอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถลงเล่นปรีซีซั่นได้ และอาจจะไม่ทันเกมคอมมูนิตี ชิลด์กับซิตี ขณะที่อลิสซงเองก็ยังต้องเช็คว่าจะทันหรือไม่

แต่ที่อาการน่าเป็นห่วงคือ แชมเบอเลน มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังหัวเข่า ในช่วงครึ่งแรกของเกมดังกล่าว โดยคลอปป์ให้สัมภาษณ์ว่าอาการของเขาน่าเป็นห่วง “แน่นอนว่ามันน่าผิดหวังสำหรับเรา เพราะ แชมเบอร์เลน ฝึกซ้อมได้ดีมาตลอดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปรีซีซั่น แน่นอนว่าการบาดเจ็บหนักมันเคยเกิดขึ้นกับ แชมเบอร์เลน ในช่วงที่ผ่านมา และสิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้อีก ตอนนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ ผมไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาพักนานแค่ไหน แต่เขาจะกลับมาได้แน่ เขาเป็นนักเตะระดับท็อป และเขาสามารถช่วยเราได้”

ขณะที่อีกสองราย คลอปป์ ตอบว่า “ผมคิดว่า อลิสสัน มีโอกาสส่วน โชตา ลงไม่ได้แน่นอน อลิสสัน เขารู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง แต่ไม่มีอะไรรุนแรง” ดังนั้นช่วงปรีซีซั่นนี้แม้จะต้องการเรียกฟิตนักเตะขนาดไหน แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือนักเตะไม่เจ็บ ผลงานช่วงปรีซีซั่นอาจจะไม่สำคัญเท่านักเตะตัวหลักอยู่กันพร้อมหน้า