4 แข้งหงส์มีแววปรับบทบาทการเล่นเพื่อทีมและโอกาสลงสนาม

นับเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่สโมสรหงส์แดงมีการเปลี่ยนแปลงทีมแบบมีนัยสำคัญมาก ๆ โดยเฉพาะในแผงแนวรุก ที่เราปล่อยนักเตะที่ใช้งานได้ออกไปถึง 3 คน ทั้งโอริกี มินามิโนะ และมาเน่ และมีการดึงนักเตะเข้ามา 3 คนทั้งดิอาช ที่มาเมื่อครึ่งฤดูกาลก่อน คาร์วัลโญ่ และ นูเญส ที่เพิ่งได้ตัวมา

นั่นทำให้โอกาสที่หงส์แดงต้องปรับทัพสู้ศึกพรีเมียร์ลีกที่จะถึงนี้มีค่อนข้างสูง ทั้งรูปแบบการเล่น แท็คติกและอื่น ๆ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่คลอปป์นิยมทำมาหลายปีคือการปรับบทบาทการเล่นของนักเตะบางคน ให้เหมาะสมกับระบบการเล่นของทีม และเพื่อบริหารจัดการนักเตะในแต่ละตำแหน่งให้สมดุลที่สุด ดังนั้นฤดูกาลนี้เองก็มีนักเตะถึง 5 คน ที่อาจจะต้องมีการปรับบทบาทการเล่นของตัวเองเพื่อทีมและโอกาสลงเล่นของตัวเอง โดยผมสังเกตจาก 2 เกมปรีซีซั่นที่ผ่านมา

เฮนเดอร์สันคืนสู่อาแปะ

ในช่วง 2 ปีแรกที่คลอปป์เข้ามาคุมทีมเชื่อว่าแฟนบอลหงส์แดงในเมืองไทยไม่มีใครไม่รู้จักสมญานาม ‘อาแปะ’ ของเฮนเดอร์สัน กัปตันทีมจอมแปะของหงส์แดงในเวลานั้นแน่ กับบทบาทการเล่นเป็นมิดฟิลด์ห้องเครื่องตรงกลาง ในระบบ 4-3-3 ของหงส์แดง ที่มีสไตล์เน้นชัวร์ไม่เน้นสวย จนโดนวิจารณ์ค่อนแคะว่า นักเตะอย่างเฮนเดอร์สันหาได้ทั่วไปในลีกดิวิชั่นหนึ่งของอังกฤษ แต่ตอนนี้ทุกคนบนโลกได้รับรู้แล้วว่านักเตะแบบเฮนเดอร์สันนั้น หาไม่ได้ที่ไหนแล้ว

จุดเปลี่ยนของเฮนเดอร์สันมาถึงเมื่อฟาบิญโญ่เข้ามาสู่ทีมในปี 2018 หลังทีมแพ้มาดริดนัดชิง เฮนเดอร์สันถูกปรับมาเล่นเป็นกองกลางด้านขวา รับบทบาทเป็นบ็อกทูบ็อกคอยช่วยประคองพื้นที่ให้อาร์โนล์ด ในการขึ้นเกมรุก ช่วยปัดกวาดแดนกลาง ประสานแดนหน้า บ่อยครั้งที่เขาโชว์ทักษะการผ่านบอล การเปิดบอล การสอดแทรกไปทำประตู กู้ชื่อเสียงให้ตัวเองได้จากตำแหน่งนี้

ช่วงต้นฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลมีข่าวอย่างหนักในการคว้าตัว ออเรเลียง ชูอาเมนี่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งห้องเครื่องของโมนาโก ที่ถูกคาดหมายว่าหากได้ตัวนักเตะมาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระของฟาบิญโญ่ที่หนักหน่วงอยู่คนเดียว และหาตัวแทนในการเล่นจุดสำคัญที่สุดจุดหนึ่งของทีม แต่ก็กลายเป็นมาดริดที่คว้าตัวนักเตะไปครอง

ดังนั้นเราจึงเห็นว่าในการซ้อมปรีซีซั่น 2 เกมที่ผ่านมา จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กลับมารับบทบาทเป็นกองกลางตัวกลางให้ทีมอีกครั้ง โดยมีเอเลียตต์เล่นเป็นกองกลางทางฝั่งขวาแทนเขา จุดนี้น่าสนใจมาก เพราะตลอดสองเกมนี้ ทั้งสองคนได้ลงเล่นพร้อมกันเสมอ และเฮนเดอร์สันเองก็ไม่ได้ลงเล่นพร้อมกับฟาบิญโญ่ในตำแหน่งกองกลางตัวขวาเลย

มันจึงชัดเจนอยู่ในตัวว่า บางทีปีนี้เฮนเดอร์สันอาจจะต้องปรับบทบาทตัวเองมาเป็นอาแปะอีกครั้งในหลาย ๆ เกม เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของฟาบิญโญ่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้เอเลียตต์ได้มีโอกาสลงเล่นมากขึ้นและพัฒนาตัวเองขึ้นมาทดแทนเขาในระยะอันใกล้นี้ แต่แม้ว่าจะกลับมาเล่นบทบาทอาแปะอีกครั้ง แต่เชื่อว่ารอบนี้จะเป็นอาแปะในเวอร์ชั่นที่ทุกคนเข้าใจในบทบาทของเขามากขึ้น

เอเลียตต์จากปีกสู่แดนกลาง

พูดถึงเฮนเดอร์สันแล้วจะไม่พูดถึงเอเลียตต์ก็คงไม่ได้ เพราะเขากำลังจะกลายเป็นตัวตายตัวแทนของเฮนเดอร์สันในบทบาทของกองกลางฝั่งขวาในระบบ 4-3-3 อันที่จริงบทบาทนี้เขาได้รับการปรับเปลี่ยนตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ที่เราเริ่มเห็นจากการปรีซีซั่นก่อน จนมาเป็นตัวจริงในช่วงต้นฤดูกาลก่อนที่จะบาดเจ็บยาวไป

พอมาปรีซีซั่นนี้เกมแรกที่เล่นในประเทศไทยกับแมนยู คลอปป์ปรับบทบาทของเอเลียตต์ให้กลับไปยืนเป็นกองหน้าฝั่งขวาตำแหน่งที่เจ้าตัวคุ้นเคยดี และผลงานจริง ๆ ก็ยอดเยี่ยมมากในเกมนั้น จนผมเองก็เผลอคิดไปว่าหรือบางทีคลอปป์อาจจะปรับให้เอเลียตต์มาเล่นเกมรุกเต็มตัวเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของซาลาห์ที่อายุขึ้นเลขสามแล้ว แต่ก็คิดว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงโอกาสที่เขาจะได้ลงเล่นในเกมลีกหรือ UCL คงน้อยมาก

แต่เมื่อมาเกมปรีซีซั่นนัดที่สองกับพาเลสที่สิงคโปร์ คลอปป์ให้เจ้าหนูเอเลียตต์กลับมาเล่นเป็นมิดฟิลด์อีกครั้ง โดยโยกแชมเบอเลนไปเล่นเป็นหน้าขวา สิ่งที่เราเห็นคือ เจ้าหนูเอเลียตต์ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากจากตำแหน่งนี้ ทีมมีมิติเกมแดนกลางที่ค่อนข้างดี เขามีความขยัน ทุ่มเท มุ่งมั่นและลงมาช่วยเกมรับได้ดีมากๆ

เมื่อบวกกับทักษะการเล่นเกมรุกที่แพรวพราวอยู่แล้ว เขาจึงมีพิษสง และคุกคามคู่ต่อสู้เสมอ ทั้งจากการผ่านบอลที่แม่นยำ เหนือคาด การเลี้ยงจี้กินตัว การสอดเข้าไปในพื้นที่เขตโทษทำได้ยอดเยี่ยม ซึ่งหากเราดูทั้งสองเกมเขาเองสามารถขยับตำแหน่ง สลับกับรุ่นพี่ได้อย่างลงตัว อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าปีนี้เขาจะเป็นนักเตะที่ได้รับโอกาสมากแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแทนซาลาห์หรือเฮนเดอร์สัน เขาทำได้ดีทั้งสองตำแหน่ง

คาร์วัลโญ่แค่ปรับโอกาสก็เปลี่ยน

พูดถึงเอเลียตต์ ต้องพูดถึง อีกหนึ่งนักเตะใหม่ที่เราได้เห็นฝีไม้ลายมือไปในเกมปรีซีซั่นทั้งสองเกมก็คือ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ปีกจอมพลิ้ว เพื่อนสนิทของเอเลียตต์ ที่หงส์แดงลงทุนซื้อมาจากฟูแล่ม ที่ได้โอกาสลงเล่นทั้งสองเกมปรีซีซั่น และผลงานก็ออกมาดี ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งคลอปป์และแฟนบอล อย่างน้อยก็ยอมรับกันได้ว่า เจ้าหนูคนนี้มีของ

แต่จากการลงเล่นทั้งสองเกมเราได้เห็นคาร์วัลโญ่เล่น 2 บทบาท ในเกมแรกกับแมนยูเขาลงมาเล่นเป็นกองกลางตัวซ้าย ประสานงานกับดิอาช ในแดนบน ส่วนในเกมที่สองเขาลงมาในครึ่งหลังเล่นเป็นกองหน้าฝั่งซ้าย ประสานงานกับนูเญส ติอาโก

ถ้าพิจารณาจากตำแหน่งที่เขาเล่นคือเล่นทางฝั่งซ้ายไม่ว่าจะกองหน้าหรือกองกลาง คาร์วัลโญ่ถือว่ามีโอกาสในการลุ้นขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่มาก เพราะนักเตะในฝั่งซ้ายนั้น แดนกลาง มีติอาโก กับ โจนส์ ซึ่งติอาโกแม้จะเป็นตัวหลักแต่ด้วยอายุ เขาจะต้องได้พักระหว่างเกมและบางเกมแน่ ขณะที่โจนส์ตอนนี้อาจจะตกที่นั่งลำบากต้องเรียกฟอร์มเก่งมาให้ได้ เพราะดูแล้วคาร์วัลโญ่หากได้รับโอกาสเรื่อย ๆ แล้วทำผลงานดี อาจจะเบียดโจนส์ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ ก็ได้

และหากมองถึงตำแหน่งของดิอาชในแดนหน้า คาร์วัลโญ่ ก็น่าจะตอบโจทย์คลอปป์มากขึ้น จากพื้นฐานตำแหน่งที่เขาเล่นเป็นตัวรุกตัวทำเกมอยู่แล้ว การปรับบทบาทของตัวเองจากเบอร์ 10 ในระบบ 4-2-3-1 สมัยอยู่กับฟูแล่มมาเป็น กองกลางตัวซ้ายหรือหน้าซ้ายในระบบ 4-3-3 น่าจะช่วยให้คาร์วัลโญ่มีโอกาสลงเล่นมากขึ้นแน่นอน

ซาลาห์กับบทบาทจอมปั้น

นอกจากจะมีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นช่วงปรีซีซั่นแล้ว เรายังเห็นวิธีการเล่นที่แปลกตาไปของซาลาห์ด้วย จากบทบาทตัวจบสกอร์มือฉมังของทีมมาเป็นบทบาทนักปั้นมือทองที่พร้อมจะป้อนลูกบอลสวย ๆ ให้กับน้องใหม่อย่างดาร์วิน นูเญส เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของผมมาก

เพราะทุกปีที่ผ่านมาเรามองว่าซาลาห์เป็นนักเตะประเภทมีโอกาสต้องทำเอง จบเอง แต่จากสองเกมปรีซีซั่นที่ผ่านมา เราจะเห็นรูปแบบการเล่นของซาลาห์ที่ค่อนข้างใหม่ นอกจากจะเล่นด้วยสีหน้าท่าทางผ่อนคลาย ยิ้มแย้มแล้ว ยังเน้นมากกับการปั้นนูเญส พยายามหาช่องหาโอกาสผ่านบอลให้เสมอ

ถ้านี่เป็นบทบาทใหม่ที่คลอปป์ได้พูดคุยกับซาลาห์ ก็น่าสนใจ เราน่าจะได้เห็นการประสานงานใหม่ ๆ ในแดนหน้า ซึ่งผมมองว่าซาลาห์น่าจะทำได้ดี เพราะหากดูจากผลงานของซาลาห์ในลีกล่าสุดเขามีสถิติแอสซิสต์เป็นอันดับ 1 ของลีก หากปีนี้เขามาเน้นเป็นผู้ปั้นใหนูเญสก็คงไม่แปลกเกินไป