จับตา 4 ตำแหน่งการเล่นที่ต้องแย่งกันเดือด

ในฤดูกาลนี้หงส์แดงมีการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการลุ้นแย่งกันลงสนามของนักเตะอยู่ 3 อย่างคือ การเปลี่ยนแปลงนักเตะ ที่มีการซื้อมาขายไปรวมกันแล้ว 7 คน โดยเฉพาะในแนวรุก อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ อายุของนักเตะหงส์แดงในบางตำแหน่งที่เริ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในแดนกลาง และเซ็นต์เตอร์ ปัจจัยสุดท้ายคือโปรแกรมการแข่งขันที่แน่น และฟุตบอลโลกที่จะมาถึง

จึงทำให้แต่ละตำแหน่งมันมีโอกาสเปิดกว้างในการสลับสับเปลี่ยนกันลง และเราจะได้เห็นว่าฤดูกาลนี้จะเป็นอีก 1 ฤดูกาลที่เกิดการแข่งขันในทีมสูง วันนี้เราเลยพามาเจาะ 4 ตำแหน่งการเล่นที่จะเกิดการแข่งขันเข้มข้น

มาติป โกนาเต โกเมส

ฟานไดจ์คกลับมาฟิตปั๋ง มาติปกำลังท็อปฟอร์ม โกนาเตกำลังปรับตัวได้ โกเมสก็มีความกระหายและเพิ่งต่อสัญญา นี่คือสถานการณ์ของเซ็นเตอร์ของหงส์แดงในฤดูกาลที่จะถึงนี้ มองในแง่ดีคือทีมมีขุมกำลังที่พร้อมจะสลับสับเปลี่ยนกันลง ยิ่งเป็นตำแหน่งสำคัญแบบนี้ การมีนักเตะที่ดีให้เลือกถึง 4 คนย่อมเป็นเรื่องที่ดี

แต่มองในมุมของนักเตะ พวกเขาย่อมอยากเป็นตัวเลือกแรกอยู่แล้ว และตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้ ก็คือ ฟานไดจ์ค แล้วใครละจะได้ลงเล่นเป็นคู่ขากับฟานไดจ์ค อันที่จริงการสลับหมุนเวียนโรเตชั่นนั้นมีแน่อยู่แล้ว แต่มันจำเป็นต้องมีคู่ขาตัวหลักอย่างน้อย 1 คนในเกมลีก

หากมองถึงผลงานฤดูกาลก่อน โจเอล มาติป คือหมายเลขสองรองจากคลอปป์ การเล่นของเขานั้นแทบจะไม่มีที่ติ หากไม่อคติเกินไป เราแทบจะพูดได้เลยว่าฤดูกาลที่แล้ว มาติปคือเดอะแบกของแดนหลังมากกว่าฟานไดจ์คเสียอีก ดังนั้นหากเขายังรักษาฟอร์มการเล่นแบบปีที่แล้ว ไม่เจ็บไม่ป่วย เชื่อว่าจะต้องได้ลงเล่นก่อนใครแน่

แต่ก็จะประมาทโกนาเตไม่ได้เด็ดขาด ช่วงท้ายฤดูกาลเขาปล่อยของมาเยอะเหมือนกันโดยเพราะการโหม่งทำประตู 3 เกมติดต่อกัน ความแข็งแกร่งความเร็ว ความดุดันของเขาก็เป็นจุดเด่นที่อาจจะทำให้คลอปป์ลังเล ในช่วงปรีซีซั่น 2 เกมที่ผ่านมาเขาได้โอกาสลงเล่นคู่ฟานไดจ์คทั้งสองเกม คงไม่ใช่เพราะจะให้โกนาเตลงเป็นคู่หลักของฟานไดจ์ค แต่นี่อาจจะเป็นการทดลองดูของคลอปป์ก็ได้ว่า โกนาเต ดีพอจะเบียดมาติปไหม ก่อนตัดสินใจอีกครั้งในช่วงเปิดฤดูกาล

สำหรับโกเมส ผมเพิ่งได้อ่านสกู๊ปสำภาษณ์ของเขา รู้สึกได้ถึงหัวจิตหัวใจนักสู้ของเขามาก โกเมสเป็นนักเตะที่มักจะกลับมาได้เสมอหลังอาการบาดเจ็บ เขาเคยเป็นตัวหลักคู่ฟานไดจ์คมาแล้วในยุคที่หงส์แดงเก็บแต้มได้ 99 แต้ม คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้ เมื่อปี 2020

แม้โอกาสจะเป็นรองทั้งมาติปและโกนาเต แถมเขายังมักจะถูกโยกไปเล่นแบ็กขวาแทนเทรนท์บ่อยครั้ง โอกาสที่จะได้ลงเล่นเซ็นเตอร์ที่ตัวเองถนัด ก็จะเหลือแค่ช่วงเดียวเท่านั้นคือ ช่วงบอลโลก เพราะกองหลังทั้งสามคนคือ ฟายไดจ์ค มาติป และโกนาเต น่าจะถูกเรียกติดทีมชาติ หลังจบบอลโลก บางทีโอกาสของโกเมสอาจจะมาถึง ตอนนั้นก็ต้องรอดูว่าโกเมสจะกลับมาทวงคืนตำแหน่งของเขาได้หรือไม่

เฮนเดอร์สัน, เกอิตา, เอเลียตต์

แดนกลางถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของหงส์แดง โดยเฉพาะกองกลางตัวขวา ที่ต้องประสานงานทั้งเทรนท์และซาลาห์ สองนักเตะที่มีส่วนสำคัญกับเกมรุกทางฝั่งนี้ อันที่จริงผมต้องใส่ชื่อของแชมเบอเลนลงไปด้วยในแคนดิเดต แต่เมื่อพิจารณาจากฟอร์มในการเล่นปรีซีซั่นและอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าโอกาสของแชมเบอเลนนั้นเป็นไปได้น้อยมาก

เดิมทีตำแหน่งนี้เฮนเดอร์สันยึดครองมาหลายปีและทำผลงานส่วนตัวได้ดีมาก ในแง่ของความสมดุล ความเหนียวแน่น สไตล์การเล่นปลอดภัย และทุ่มเทเพื่อทีมเป็นจุดแข็งของเขา แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น เขาเองต้องถนอมพละกำลังไว้ใช้อย่างถูกที่ ถูกเวลา อีกทั้งการแข่งขันในเกมลีกนั้นเข้มข้น ทีมอาจจะต้องการ “เชิงรุก” จากตำแหน่งนี้มากขึ้น

เอเลียตต์ ดูจะมีโอกาสมากที่จะขึ้นมาเทียบชั้นแย่งตำแหน่งจากรุ่นพี่ ทั้งจากเสียงเชียร์ของแฟนบอล ผลงานในสนามที่โดดเด่นโดนใจแฟนคลับ เชิงรุก ที่ยอดเยี่ยม เชิงรับที่มีลูกตื้อ ลูกตอด ไม่ให้ใครผ่านง่าย ๆ แต่หากเทียบประสบการณ์บนเวทีใหญ่เขาอาจจะเป็นรองพวกพี่ ๆ โดยเฉพาะเกอิตา หมายเลข 8 ของทีม

สำหรับคลอปป์เกอิตายังเป็นนักเตะที่เขาใช้งานได้ไม่เต็มศักยภาพ คลอปป์รู้ดีว่าหากเกอิตาเล่นได้ในระดับเดียวกับที่เคยเล่นในเยอรมัน ทีมหงส์แดงจะได้ประโยชน์จากเขามากขนาดไหน ผมสังเกตง่าย ๆ เลย ทุกครั้งที่เกอิตากลับมาจากอาการบาดเจ็บ คลอปป์จะมอบโอกาสให้เขาเสอม ปลายฤดูกาลที่แล้ว และปรีซีซั่นนี้ที่ได้ลงเล่นกับติอาโกและฟาบิญโญ่บ่อย ก็เหมือนเป็นสัญญาณว่าคลอปป์เลือก 3 มิดฟิลด์แล้ว แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เรารู้ดีว่าปัญหาเดียวของเกอิตาคืออะไร

โจนส์ คาร์วัลโญ่

ส่วนแดนกลางด้านซ้ายนั้น ติอาโก ในยามนี้หากไม่เจ็บไม่ป่วย เขาสัมปทานพื้นที่ตรงนี้ไว้แล้ว ด้วยฟอร์ม ผลงาน บทบาทในทีม คงยากที่จะหาใครมาเบียดแย่งตำแหน่งของเขา แต่ติอาโกในวัยนี้จะไม่ได้ลงเล่นทุกเกม ทุกนัด ทุกรายการแน่ ในลีก 38 เกมก็คงไม่ได้เล่นเต็มเกมทุกเกม จะต้องมีเวลาให้เขาพักหรือสลับลงเล่นกับคนอื่นบ้าง และสองคนในแคนดิเดทก็คือโจนส์กับคาร์วัลโญ่

โจนส์ได้เปรียบทั้งเรื่องการเป็นนักเตะอคาเดมีที่ทีมต้องการปั้นอยู่แล้ว เขามีประสบการณ์การเล่นกับทีมมาหลายปี แต่ปัญหาก็คือโจนส์ไม่สามารถเรียกฟอร์มที่ดีเข้ากับทีมได้ เขามักมีปัญหากับการเล่นเกมรุก ยามได้บอลในพื้นที่อันตรายของคู่แข่ง การตัดสินใจมักจะผิดไป 1 ก้าวเสมอ ลูกที่ควรจ่ายกับยิง ลูกที่ควรยิงกับช้า การครองบอลไว้กับตัวเองนานหลายจังหวะ เป็นต้น

การมาของปีกคาร์วัลโญ่ดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี และสามารถทำผลงานโดยรวมได้น่าพอใจในการอุ่นเครื่องสองเกมที่ผ่านมา ทั้งที่ถูกโยกมาเล่นเป็นกองกลางด้านซ้าย ถือว่าทำให้คลอปป์มีตัวเลือกพื้นที่ตรงนี้มากขึ้น จากเดิมหากไม่ใช่ติอาโก โจนส์จะเป็นตัวเลือกแรก เสมอ คาร์วัลโญ่อาจจะต้องการเวลาสักนิดในการปรับตัวเข้ากับทีม แต่หากเมื่อไหร่ก็ตามที่เขาสามารถรีดฟอร์มเก่งออกมาได้ บางทีเขาก็อาจจะก้าวมาเป็นม้ามืดอีกตัวเช่นเดียวกับเพื่อนรักของเขาอย่างเอเลียตต์ก็ได้

นูเญส, ฟีร์มิโน, โจตา

อีก 1 ตำแหน่งที่เดือดแน่ ๆ คือ กองหน้าตัวกลางของหงส์แดง ที่มีนักเตะรอลุ้นแย่งกันถึง 3 คน คนแรกคือ ฟีร์มิโน่ เจ้าของตำแหน่งนี้มานานหลายปี ในยุคที่หงส์แดงไล่คว้าแชมป์ลีกและ UCL เขาคือแกนหลักของทีมเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่คลอปป์เคยบอกว่า หากเรามองดูทั้งเกมอาจจะไม่เห็นฟีร์มิโน่ แต่หากเรามองที่ฟีร์มิโน่ เราจะเห็นทั้งเกม แต่ในช่วง 2 ปีหลังสุด บทบาทของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งจากผลงานในสนามและสภาพร่างกายที่บาดเจ็บและโรยราไปตามวัยบ้าง

แม้จะฟอร์มแผ่ว แต่การจากไปของมาเน่ ทำให้พื้นที่นี้มีช่องว่างอีกครั้ง เพราะตอนนี้มีเพียงเขาคนเดียวที่เล่นเข้าระบบทีมที่สุด แม้การทำประตูจะน้อย แต่บทบาทอื่น เช่นการเชื่อมบอลกับเพื่อน การไล่เพรส ลงมาล้วงบอล เปลี่ยนรุกเป็นรับ เขายังทำได้ยอดเยี่ยม

ขณะที่โจตาแม้จะโดดเด่นในการเรื่องของการทำประตู เขาใช้โอกาสไม่เปลือง มีความเร็ว มีจุดเด่นเรื่องการสอดขึ้นไปทำประตู ยิงประตูจากนอกกรอบเขตโทษได้ และที่สำคัญคือ ลูกโหม่งของเขาที่ไว้ใจได้ แต่โจตาเองก็ร่างกายเปราะ มีอาการบาดเจ็บบ่อย และในการเล่นร่วมกับเพื่อนอาจจะยังไม่เนียนมากนัก เพียงแต่หากฟีร์มิโน่ฟอร์มยังไม่คืนและนูเญสฟอร์มยังไม่มา เขาคือตัวเลือกที่เหมาะสมมากๆ

สุดท้ายคือกองหน้าค่าตัวสถิติสโมสร ที่มีความกดดันและความคาดหวังจากแฟนบอลแบกไว้บนบ่า เขามีโอกาสมากในการลุ้นเบียดแย่งตำแหน่งนี้จากโปร์ไฟล์ปีที่แล้ว และหงส์แดงเองต้องการกองหน้าที่แข็งแกร่งและเด็ดขาด สถานการณ์ของทั้งสามคนในตำแหน่งนี้ถือว่าสูสี และมีโอกาสเปลี่ยมือกันได้สูง อยู่ที่ว่าใครจะฟิต ใครจะพร้อมมากกว่ากัน