5 เหตุผลที่ฟีร์มิโน่ยังสำคัญมากกับลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้

อยู่ดี ๆ ก็มีข่าวให้เด็กหงส์ได้ลุ้นกันก่อนเปิดฤดูกาลซะงั้น เมื่อมีกระแสข่าว (โคมลอย) จากสื่ออิตาลีหนาหูเข้ามาเมื่อไม่กี่วันว่า ยูเวนตุส พร้อมล่าตัวฟีร์มิโน กองหน้าชาวบราซิลของหงส์แดงไปร่วมทีมในราคาแสนถูก 19ล้านปอนด์ กับสัญญาที่เหลืออยู่อีกแค่ 1 ปี ประกอบกับสื่ออังกฤษสายเต้า ก็เล่นข่าวว่าเบื้องบนหงส์แดงกดดันมาทางคลอปป์ว่าให้รีบจัดการสัญญาฟีร์มิโน่ให้เรียบร้อย ว่าจะขายหรือเก็บไว้ใช้งาน เพราะสโมสรไม่อยากปล่อยใครฟรี ๆ อีกแล้ว

ผมว่านักข่าวพวกนี้ขายข่าวโดยไม่มองความเป็นจริงของสโมสรหงส์แดงเลยนะครับ อย่างแรกเรื่องที่ว่าเบื้องบนกดดันคลอปป์ อันนี้ถือว่ามั่วสุด ๆ เพราะคลอปป์เป็นกุนซือที่ทำงานมาจนเข้าขารู้ใจกับเจ้าของสโมสรแล้ว มีแนวทางการทำงานชัดเจน ไม่มีการแทรกแซงจากเบื้องบนให้ลำบากใจแน่นอน ส่วนเรื่องที่จะปล่อยฟีร์มิโน่ไปในฤดูกาลนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย และนี่คือ 5 เหตุผลที่เราจะมาบอกแฟนหงส์ว่า ทำไมฟีร์มิโน่ยังสำคัญมากกับหงส์แดงในฤดูกาลนี้

นี่คือบุตรแห่งคลอปป์

จะพูดว่าลิเวอร์พูลจะไม่มีทางได้แชมป์ UCL เมื่อปี 2019 และไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2020 หากไม่มีนักเตะชื่อว่าฟีร์มิโน่อยู่ในทีมก็ไม่ผิดนัก คลอปป์ มาคุมทีมหงส์แดงโดยพกระบบการเล่นเดิมมา ก่อนที่เขาจะพบว่าในทีมนี้มียอดนักเตะคนหนึ่งที่จะช่วยให้ทีมหงส์แดงดูมีอนาคตขึ้น

เขาค้นพบว่าฟีร์มิโน่มีดีกว่าที่จะเล่นเป็นเบอร์ 10 หรือหน้าต่ำ และพบว่าวิธีการเล่นของฟีร์มิโน่ที่อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักในตำแหน่งกองหน้าปกติ ในเรื่องของการเชื่อมเกม ไล่บอล เพรสซิ่ง ลงมาล้วงบอลเกินครึ่งสนาม นั่นไม่ใช้หน้าที่ของกองหน้าที่เราคุ้นเคย แต่เมื่อคลอปป์ปรับให้เขาเล่นเป็น F9 หรือหน้าตัวหลอก คุณสมบัติเหล่านั้นกลับทรงคุณค่าและทำให้เขาโดดเด่นกว่าใครในตำแหน่งนี้

ไม่ผิดนักที่คลอปป์จะเคยบอกว่า ฟีร์มิโน่คือกองหน้าที่ดีที่สุดที่เขาเคยร่วมงานมา และไม่ผิดเลยที่คลอปป์จะบอกว่า ฟีร์มิโน่คือหัวใจสำคัญของทีม เพราะใน 3-4 ฤดูกาลที่ผ่านมา แผนการเล่นของคลอปป์มีฟีร์มิโน่เป็นศูนย์กลาง ในยามที่ฟีร์มิโน่ทำประตูไม่ได้ แต่คลอปป์จะบอกว่า นั่นไม่ใช่หน้าที่สำคัญของฟีร์มิโน่ และปกป้องสไตล์การเล่นและการทำงานของเขาเสมอ

ไม่มีใครเชื่อมั่นและใช้งานฟีร์มิโน่ได้ยอดเยี่ยมไปกว่าคลอปป์แล้ว นี่คงเป็นสิ่งที่ฟีร์มิโน่เองก็อาจจะรู้ดีที่สุด ในช่วงชีวิตหนึ่งของนักเตะบราซิลในตำแหน่งกองหน้าที่ไม่ได้มีลีลาบาดใจ การยิงประตูระดับเทพ หากไม่ได้ร่วมงานกับคลอปป์ เส้นทางอาชีพของเขาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จและได้รับการยกย่องมากมายขนาดนี้ นี่เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของคลอปป์และฟีร์มิโน่ ที่พวกเขาต่างรู้ดีว่าอยากทำงานร่วมกันมากแค่ไหน

หงส์แดงไม่มีมาเน่แล้ว

ลองนึกเล่น ๆ ว่าหากหงส์แดงซื้อทั้งดิอาช นูเญช และคาร์วัลโญ่มา โดยที่ไม่เสียมาเน่ไป ตอนนี้หงส์แดงจะมีนักเตะแดนหน้าเยอะขนาดไหน และลองคิดดูว่าหากมาเน่ยังอยู่ โอกาสในการลงเล่นของฟีร์มิโน่คงจะลดน้อยลงมาก และการจากลาอาจเป็นเรื่องจำเป็นในที่สุด

ฤดูกาลที่แล้ว ฟีร์มิโน่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ความฟิต ที่ทำให้เขาไม่สามารถดึงศักยภาพของตัวเองที่เคยทำได้มาช่วยทีมได้ หรือพูดแบบไม่เกรงใจก็คือ ฟอร์มตก นั่นเอง ขณะที่โจตา ที่ลงเล่นในตำแหน่งเดียวกับเขาได้ และทำผลงานได้น่าประทับใจโดยเฉพาะการจบสกอร์ที่ค่อยข้างใช้โอกาสไม่เปลือง แต่ก็มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนเป็นช่วง ๆ

จนทำให้คลอปป์ต้องแก้ลำด้วยการโยกมาเน่มาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าชั่วคราวแทน และมาเน่เองก็ทำผลงานในตำแหน่งนี้ได้ดีเยี่ยม จนยึดตัวจริงถาวรแม้ในวันที่ฟีร์มิโน่และโจตาฟิตก็ยังต้องถอยให้มาเน่ หากมาเน่ยังอยู่ต่อ ยังไงเสียเขาจะต้องได้เล่นตำแหน่งนี้แน่ เพราะมันลงตัวมาก ๆ กับการเล่นกับดิอาชและซาลาห์

หากมาเน่ยังอยู่และทีมมี นูเญช โจตา  ชะตาของฟีร์มิโน่คงกร่อยน่าดู แต่เมื่อไม่มีมาเน่ ความสำคัฐของฟีร์มิโน่ก็กลับมาทันที เพราะตอนนี้โจตาก็ดันมาเจ็บแฮมสตริงอีกคน ทำให้ในตำแหน่งหน้าเป้าหรือหน้าหลอกนั้นเหลือเพียงฟีร์มิโน่กับนูเญช ที่มาใหม่และต้องการเวลาในการปรับตัวซึ่งไม่รู้ว่านานแค่ไหน ดังนั้นฟีร์มิโน่ที่เล่นเข้าขากับซาลาห์ รู้ระบบของคลอปป์ดี จะได้เป็นตัวหลักของทีมในช่วงต้นฤดูกาลค่อนข่างแน่ หากไม่มีฟีร์มิโน่ การออกสตาร์ทของหงส์แดงอาจจะติดขัดก็ได้

เปลี่ยนผ่านระบบการเล่น

คลอปป์ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมคอมมูนิตี ชิลล์ ถึงฟีร์มิโน่ว่า “วิธีการเล่นของพวกเราในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เป็นไปได้เพราะบ็อบบี้ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงรู้สึกมีความสุขที่เห็นเขาฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่ในช่วงปรีซีซั่น ผมไม่มีปัญหาเลย สำหรับผม ไม่เคยสงสัยในคุณภาพของเขา ทุกอย่างที่เหลือต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไรในปีนี้ เขามีความสำคัญกับเรามาก”

จากบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ คลอปป์แสดงให้เห็นสิ่งสำคัญอยู่ 2 อย่างเกี่ยวกับฟีร์มิโน่คือ เขายังสำคัญกับระบบการเล่นของทีม และอีกหนึ่งคือฟีร์มิโน่กลับมาฟิตแล้ว เมื่อนำสองสิ่งนี้มารวมกันจึงหมายความว่าฟีร์มิโน่ พร้อมจะเป็นตัวเลือกในการเล่นของทีมแน่ ๆ ในฤดูกาลนี้ ที่เหลือก็ต้องรอดูว่าคลอปป์จะทำยังไง

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นในบทสัมภาษณ์นี้คือ “ช่วงเวลา” แม้คลอปป์จะบอกว่าตลอด 2-3 ปีระบบการเล่นของทีมเป็นไปได้เพราะเขา แต่ไม่มีประโยคไหนเลย หรือบทสัมภาษณ์ใดเลยที่คลอปป์บอกว่า ฟีร์มิโน่จะยังเป็นศูนย์กลางของระบบการเล่นของทีม หรือบอกว่า คลอปป์จะไม่ปรับเปลี่ยนระบบการเล่น แท้จริงแล้วบทสัมภาษณ์นี้มีนัยของการเปลี่ยนแปลงมาก ฟีร์มิโน่สำคัญ เคยเป็นศูนย์กลางของระบบ แต่อนาคตอาจไม่ใช่แล้ว เพราะเราต้องยอมรับความจริงว่าด้วยวัยเขาไม่สามารถยืนระยะได้เหมือนเมื่อก่อน

แต่ฟีร์มิโน่ยังมีความสำคัญ ในการช่วยให้คลอปป์เปลี่ยนผ่านระบบการเล่นของทีม การย้ายศูนย์กลางของทีม อย่างค่อยเป็นค่อยไปที่สุด เพราะฟีร์มิโน่เป็นนักเตะที่เข้าใจแผนการเล่นของคลอปป์มากที่สุด สามารถทำให้แผนการเล่นในหัวของคลอปป์ออกมาเป็นรูปธรรมได้ และเขาจะมีประโยชน์มากในการช่วยให้ทีมเปลี่ยนผ่านระบบการเล่นได้ ในยามที่ทีมมีการปรับเปลี่ยนเยอะแบบนี้

ถ้าทีมต้องเล่น 4-2-3-1

ผมไม่รู้ว่าคลอปป์คิดเรื่องนี้เหมือนเราบ้างไหม ว่าระบบการเล่นที่น่าจะเหมาะกับขุมกำลังตอนนี้ที่สุด คือ 4-2-3-1 เพราะเรามีกองหน้าตัวเป้าที่คมและหาจังหวะเข้าทำดี ๆ ได้เฉียบคมแบบนูเญส ขณะที่เรามีปีกที่เร็วอย่างดิอาชและซาลาห์ หรือสำรองอย่างคาร์วัลโญ่และเอเลียตต์ ขณะที่แดนกลางเรามีนักเตะที่พร้อมเล่นระบบกลางสองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ติอาโก เกอิตา ฟาบิญโญ่ พวกนี้แจ้งเกิดมาจากระบบกลาง 2 ตัวทั้งนั้น

หากหงส์แดงเล่นระบบ 4-2-3-1 จริง เราก็ไม่เห็นกองกลางเบอร์ 10 คนไหนจะโดดเด่นไปกว่าฟีร์มิโน่แล้ว วิสัยทัศน์การผ่านบอล การเชื่อมเกมกับริมเส้นกองกลางและกองหน้า การเล่นเพื่อทีมสูง และเขาเองก็ยิงไกลได้ไม่เลว การที่ฟีร์มิโน่ยังสำคัญมาก อาจจะเพราะคลอปป์เองก็เผื่อใจไว้หน่อยแล้วว่าบางทีอาจต้องปรับระบบบ้าง แต่ถึงจะไม่ปรับระบบ แต่แผนการเล่น 4-2-3-1 จะเป็นแผนการเล่นที่ดีอย่างแน่นอนในการปรับเกมแก้เกมของคลอปป์ในปีนี้ ถึงจะไม่ได้เปลี่ยนเป็นระบบหลัก แต่เชื่อว่าปีนี้คลอปป์จะใช้ 4-2-3-1 บ่อยขึ้นแน่นอน

เขาอยากอยู่สร้างความสุขให้แฟนบอล

ผมเคยเขียนบทความยกย่องฟีร์มิโน่ว่าเป็นนักเตะผู้สร้างรอยยิ้มให้กับแฟนบอลอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะสไตล์การเล่นในสนามที่เขาเล่นเพื่อทีม วิธีการเล่นที่ค่อนข้างปิดทองหลังพระ การไม่ค่อนมีข่าวชิงดีชิงเด่นกับเพื่อนร่วมทีม และแน่นอน ทุกครั้งที่เขายิงประตูได้ เขาจะสร้างสีสีนและรอยยิ้มบนใบหน้าให้แฟนบอลเสมอ

การปฏิบัติตัวทั้งในและนอกสนามของเขามันทำให้แฟนบอลอย่างเรารู้สึกรักเขาโดยไม่ต้องพยายามเลย เหตุผลสำคัญที่สุดที่ฟีร์มิโน่ยังสำคัญกับทีมไม่ใช่เพระเขาจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมอะไรหรอก เพียงแค่เขาลงเล่นแล้วทำผลงานได้ดีตามวัย ช่วยทีมได้ เท่านี้แฟนบอลก็มีความสุขแล้ว ผมเชื่อว่าหากแฟนบอลเลือกได้ว่าอยากเห็นนักเตะในยุคนี้ของคลอปป์สักคนที่แขวนสตั๊ดกับทีม ผมว่าชื่อของฟีร์มิโน่ต้องมาเป็นอันดับแรก ๆ แน่

ผมจำได้ว่า ก่อนเกมนัดชิง UCL มีนักข่าวไปสัมภาษณ์ฟีร์มิโน่ถึงอนาคตของเขา ซึ่งตอนนั้นนักเตะแดนหน้าของเราโดนถามทุกคนทั้งซาลาห์ มาเน่ ฟีร์มิโน่เป็นคนที่พูดไม่มาก แต่ชัดเจนที่สุด เขาบอกว่า “ผมมีความสุขมากที่นี่ ผมอยากอยู่ที่นี่ และนั่นคือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้”