สรุป 5 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมหงส์แดงคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชิลด์

เกมถ้วยการกุศล คอมมิวนิตี ชิลด์ ระหว่างสองทีมลุ้นแชมป์ลีกเรือใบสีฟ้าและหงส์แดง จบลงด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูล คว้าแชมป์รายการนี้มาครองเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี และเป็นครั้งแรกของคลอปป์กับลิเวอร์พูล ส่งผลให้ตอนนี้คลอปป์สะสมถ้วยรางวัลอย่างเป็นทางการครบทุกถ้วยแล้ว และนี่คือ 5 ประเด็นน่าสนใจที่เราเห็นจากเกมนี้

โชว์ชุดขุมกำลังแกร่ง

เกมอย่างเป็นทางการเกมแรกของฤดูกาลที่มีถ้วยรางวัลเป็นเดิมพัน ยิ่งเป็นสองทีมที่เบียดลุ้นแชมป์กันมาหลายปี ทั้งสองทีมยิ่งมีแรงจูงใจในการลงเล่นเป็นพิเศษ จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะขนนักเตะชุดใหญ่ลงตัวจริงกันพรึบ แถมเรายังได้เห็นมิติของขุมกำลังสำรองของทั้งสองทีมอีกด้วย

สำหรับหงส์แดง 11 ตัวจริงนั้น ค่อนข้างเป็นไปตามคาด มีเพียงมาติปที่ได้กลับมายืนคู่กับฟานไดจ์คอีกครั้งหลังจากปล่อยให้โกนาเต้ได้ยืนคู่มาตลอดเกมปรีซีซั่น เฮนเดอร์สันก็กลับมายืนที่เดิมหลังจากที่เกมปรีซีซั่นจะเห็นเกอิตาลงกับชุดนี้เป็นหลัก และที่ไม่ผลิกโผก็คือฟีร์มิโนได้ลงสตาร์ทตัวจริงก่อนนูเญช

ขณะที่ขุมกำลังสำรองที่หงส์แดงปล่อยลงมานั้นนับว่าน่าสนใจ มิลเนอร์ยังเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ และเอเลียตต์ที่ได้ลงเล่นก็เล่นได้ยอดเยี่ยม ดูมุ่งมั่นและมีพลัง ที่สำคัญช่วงท้ายเราจะเห็นว่าหลังจากเปลี่ยนเอาซาลาห์ออก เขาสามารถขยับขึ้นไปเล่นแทนได้ อีกหนึ่งคนคือ คาร์วัลโญ่ ที่ได้โอกาสลงเล่นในเกมนี้ ทำให้แดนหน้ามีชุด 3 นักเตะใหม่เหมือนเกมที่ถล่มไลป์ซิก 5-0 คาร์วัลโญ่ดูมีความมั่นใจดี น่าสนใจว่า หากโจตาหายกลับมา เขายังจะมีชื่อในทีมชุดใหญ่ไหม

ขอแวะไปที่ฝั่งเรือใบบ้าง ผมก็แอบดูขุมกำลังของเรือใบเหมือนกัน ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าพวกเขายังเรียกความฟิตกลับมาไม่ดีพอ เพราะเพิ่งมีแมชท์ให้ลงเล่นแค่ 2 เกม ทำให้ดูเนือย ๆ การเสียทั้งเฆซุสที่เล่นเป็นตัวหลักในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงตัวริมเส้นที่มาตรฐานสูงอย่างราฮีม ทำให้ขุมกำลังแดนหน้าของเรือใบดูดรอปลงนิดนึง โดยเฉพาะทางฝั่งของกรีลิชที่ยังหาฟอร์มดี ๆ ไม่เจอ

ความฟิตกลับมาแล้ว

ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทปรีซีซั่นด้วยการโดนแมนยูฯ เผาเครื่องไป 4-0 นั่นกลายเป็นภาพลวงตาว่าหงส์แดงฟอร์มตก ฟอร์มแผ่ว ลามไปถึงการล้อนักเตะใหม่ แต่ผลการแข่งขันในช่วงปรีซีซั่นดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวแปรสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญคือการได้ทดลองผิดลองถูก และการเรียกความฟิตของนักเตะกลับมา

อานิสงส์จากการเก็บตัวซ้อมที่ออสเตรีย 7 วัน เริ่มเห็นผลคือหงส์แดงลงเล่นด้วยสภาพความฟิตที่ดีมาก ๆ นักเตะ 11 ตัวจริงไม่มีใครเล่นต่ำกว่ามาตรฐานเลย ที่ฟิตแบบผิดหูผิดตานั้นมีอยู่ 3 คน คือ ติอาโก ที่เกมนี้ได้ทั้งบู๊ทั้งบุ๊น กัปตันเฮนโด้ ที่เหมือนม้าแก่ยิ่งคึกยิ่งเก๋า

อีกหนึ่งคนคือ ฟีร์มิโน่ ที่ได้ลงตัวจริง แม้จะไม่ปราดเปรียวเหมือนวัยหนุ่ม ๆ แต่ความฟิตเริ่มกลับมา เราเห็นเขาลงมาเชื่อมเกมในแดนหลังหลายจังหวะ ตัดเกม ไล่เพรสแดนบน จนแมนซิตีออกบอลลำบากหลายที ดูเหมือนการเอาฟีร์มิโน่ลงมาเผาผลาญพลังกองหลังก่อนแล้วส่งนูเญชมาตะตบเหยื่อทีหลังจะเป็นแทคติกที่น่าสนใจ เพราะมันเข้าท่ามาสองเกมในเกมกับไลป์ซิกที่ดาร์วินยิง 4 ประตูก็แบบนี้

มาจนถึงตอนนี้ การเรียกความฟิตของนักเตะของหงส์แดงนั้นเกือบจะ 100 % เรายังมีเวลาอีก 7 วันกว่าจะเริ่มเกมพรีเมียร์ลีกเกมแรก ทีมยังต้องเรียกความฟิตและแก้ปรับการเล่นบางจังหวะให้เข้าที่เข้าทางโดยเฉพาะตอนที่มีนูเญชอยู่ในสนาม มีความฟิต มีถ้วยรางวัล มีกำลังใจ แล้ว เชื่อว่าปีนี้หงส์แดงจะมีความกระหายมากขึ้นกว่าปีที่แล้วแน่นอน

นูเญชเรียกความมั่นใจต่อเนื่อง

หลังจากถูกล้อเป็นแอนดี้ แคร์โรลล์ ตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม แถมลงสนามเกมแรกกับแมนยูก็ดันยิงข้ามคานโล่ง ๆ นั่นดูเหมือนเป็นการออกสตาร์ทที่เหมือนฝันร้ายของนักเตะใหม่ที่มีค่าตัวมหาศาล แต่นูเญชก็เริ่มพิสูจน์ให้เห็นว่า เขามีดีสมราคา และเริ่มปรับตัวเข้ากับแผนการเล่นของคลอปป์ได้และเรียกความฟิตของตัวเองมาได้ดีเรื่อย ๆ จากการทำ 4 ประตูในเกมอุ่นเครื่อง

เกมนี้หงส์แดงต้องลงเล่นกับแมนซิตี ที่มีฮาแลนด์ เป็นนักเตะคู่ปรับ คู่เปรียบเทียบกับนูเญช หลายคนก็โฟกัสที่ผลงานของทั้งคู่เลย ส่วนใหญ่กระแสความกดดันก่อนเกมมันเทมาทางนูเญชด้วยซ้ำ เพราะดูเหมือนฮาแลนด์จะไม่ได้สะดุดอะไรในปรีซีซั่นและไม่ต้องแบกเรื่องค่าตัว

แต่ผลงานในสนามเกมนี้ต้องถือว่า ฮาแลนด์ สอบตก ในครึ่งแรกเขาเป็นนักเตะที่ได้สัมผัสบอลน้อยที่สุดในเกม แค่ 8 ครั้งเท่านั้น ดูลักษณะการเล่นยังไม่ดุดันหรือมีความกระหายมากเท่าไหร่ แม้ทีมของเป๊บจะปรับมาเล่นบอลไดเรกมากขึ้นในเกมนี้ เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของเขาก็ตาม

กลายเป็นว่านูเญชที่ลงมาเล่นในครึ่งหลังกลับทำผลงานได้ดีกว่า มีส่วนร่วมกับ 2 ประตูที่ตัวเองเรียกจุดโทษให้ทีมขึ้นนำ 2-1 และมาโหม่งปิดท้ายให้ทีมชนะ 3-1 ฮาแลนด์ตลอดเกมได้ยิงเพียง 3 ครั้ง ตรงกรอบ 1 ครั้ง และชนคานอีก 1 ครั้ง ขณะที่นูเญช ลงมามีโอกาสยิงถึง 4 ครั้งและตรงกรอบ 2 ครั้ง เกมนี้นูเญชยังดูสด มีความฟิตและความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นจากช่วงปรีซีซั่นด้วย ถือว่าเรียกความมั่นใจของตัวเองมาเต็มที่ ขณะที่ฮาแลนด์ก็ต้องดูต่อไปว่าเป๊บจะทำอย่างไรให้ทีมเล่นโดยมีเขาอยู่ในทีมได้สมดุลขึ้น

การปั้นนูเญชเป็นงานที่สนุก

ช่างเป็นความรู้สึกที่แตกต่างกันมาก ระหว่างเกมที่มีฟีร์มิโน่ลงสนาม กับ ช่วงที่นูเญชลงมา เกมของหงส์แดงมันดูดุดัน ทะลุทะลวงและพุ่งไปข้างหน้าอย่างมาก ผิดกับตอนฟีร์มิโน่อยู่ มันเป็นเรื่องของการชิงจังหวะซะมากกว่า นี่อาจจะเป็นผลมาจากเกมที่หงส์แดงปรีซีซั่นแพ้ซัลบวร์กเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่นูเญชลงตัวจริงแล้วทำผลงานไม่ได้

เกมนั้นคลอปป์ออกมาตำหนิเพื่อนร่วมทีมว่าปล่อยให้นูเญชโดดเดี่ยวในแดนหน้ามากเกินไป เกมนี้เราก็เลยเห็นการปรับตัวของนักเตะหงส์แดงเมื่อมีนูเญชอยู่ในสนาม พวกเขาพร้อมมองหาเขาอยู่ตลอดเวลา นูเญชแทบจะไม่มีจังหวะออกตัวฟรีหรือรอเก้อเลย

สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ มันเหมือนกับว่า การปั้นนูเญชให้ยิงได้ในเกมนี้นั้นเป็นภารกิจร่วมกันของทั้งทีม และเป็นภารกิจที่ทุกคนอยากทำร่วมกันเพราะมันท้าทาย มันเริ่มตั้งแต่คลอปป์ที่วางแผนส่งตัวเขาลงเป็นสำรองในครึ่งหลัง เพื่อลดความกดดัน และเพื่อน ๆ ในทีมทุกคนที่สนับสนุนการเล่นของเขา ไม่เว้นแม้แต่โม ซาลาห์ ที่แม้จะไม่ได้ให้เขายิงจุดโทษ แต่ก็พยายามปั้นกันสุด ๆ

นี่อาจจะเป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งระหว่างนูเญชกับฮาแลนด์ก็ได้ การมีโค้ชและเพื่อนร่วมทีมร่วมกันคอยสนับสนุนคุณ ต่อให้ฝีเท้าคุณจะดูไม่ดีมาก แต่ผลงานในสนามของคุณจะออกมาดีเป็นพิเศษ แน่นอนว่า มันขึ้นอยู่กับตัวของนูเญชด้วย และสิ่งที่เขาตอบสนองกับเพื่อนร่วมทีมก็คือ การแสดงให้เห็นว่าความไว้ใจของเพื่อน ๆ ไม่เสียเปล่า

เมื่อซาลาห์เล่นด้วยความสุข

นอกจากจะรักษาสภาพร่างกายให้กลับมาฟิตเต็มที่อย่างรวดเร็วแล้ว ซาลาห์ในเวอร์ชั่นอัพค่าจ้างยังเล่นฟุตบอลได้อย่างเนียนตามากขึ้น และสิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือเขาเล่นบอลด้วยความสุขมากขึ้น เรื่องนี้มันเป็นนามธรรมแต่เชื่อว่าเด็กหงส์ดูแล้วจะเข้าใจ เราเห็นมิติของการที่เขาเล่นกับเพื่อน มองหาเพื่อน เข้าทำกับเพื่อนมากขึ้นกว่าเดิม

วันนี้ที่จริงเขามีส่วนร่วมกับทุกประตูที่ลิเวอร์พูลทำได้ ประตูแรกเขาเป็นคนแอสซิสต์ให้อาร์โนล์ด ขณะที่ลูกที่ได้จุดโทษ เขาก็เป็นคนเปิดบอลให้นูเญชโหม่งไปโดนมือของดิอาช และประตูสุดท้ายเขาเป็นคนเปิดบอลไปให้โรเบิร์ตสันเติมขึ้นมาเปิดให้นูเญชอีกที บางทีปีนี้ซาลาห์อาจจะยิงไม่เยอะ แต่แอสซิสต์อาจจะมากกว่าปีก่อน

สำหรับจุดโทษของเขาในเกมนี้ ถือว่าเป็นการแก้ตัวจากเกมที่ลิเวอร์พูลแพ้เลสเตอร์ ที่สนามแห่งนี้ ซึ่งเป็นการแพ้เกมล่าสุดของหงส์แดง เกมนั้น ซาลาห์ ยิงจุดโทษไม่เข้า นัดนี้ ซาลาห์ ยิงได้อย่างเด็ดขาด ถือว่าการลงทุนต่อสัญญากับซาลาห์เริ่มออกดอกผลให้หงส์แดงได้เก็บเกี่ยวแล้ว