3 การเล่นสะดุดตา 1 เรื่องต้องพัฒนา ของเอเลียตต์จากเกมคอมมูนิตีชิลด์

ฮาร์วีย์ เอเลียตต์หรือ ฮาร์วีย์ แดเนียล เจมส์ เอเลียตต์ อายุ 19 ปี ย้ายมาเล่นให้หงส์แดงตั้งแต่ปี 2019 พร้อมกับคำชื่นชมจากเหล่าสต๊าฟที่ได้ร่วมงานกับเขาตั้งแต่วันแรก รวมถึงได้แสดงฝีเท้าให้เด็กหงส์ได้เห็นกันหลายเกม ก่อนที่จะถูกปล่อยให้ไปเก็บเลเวลกับแบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ในแชมเปียนส์ชิป

จากเด็กหนุ่มที่ถูกมองว่าเป็นตัวรุกริมเส้นสปี๊ดเร็วจนหลายคนแอบคิดว่า เขาจะขึ้นมาเป็นตัวแทนซาลาห์ในอนาคต ก็มีจุดเปลี่ยนในอาชีพ เมื่อช่วงปรีซีซั่นปีที่แล้ว เขาถูกคลอปป์ถอยลงมาเป็นกองกลางบ็อกทูบ็อก และเราก็ได้เห็นอีกหนึ่งพรสวรรค์ของเขาที่น่าสนใจมาก ๆ กับตำแหน่งนี้ แต่ก็โชคร้ายเมื่อต้องเจออาการบาดเจ็บหนักจนหายไปทั้งฤดูกาล

ฤดูกาลนี้ เอเลียตต์ กลับมาฟิตอีกครั้งในช่วงปรีซีซั่น และเขายังคงได้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวขวาฝั่งที่ต้องประสานงานกับทั้งซาลาห์และเทรนท์อยู่ ในช่วงปรีซีซั่นเขาทำให้เห็นว่าในตำแหน่งนี้เขาเองมีพัฒนาการขึ้นมาก วันนี้เราจึงถือโอกาสมาวิเคราะห์รูปแบบการเล่นที่น่าสนใจของเอเลียตต์ โดยจะยกเอาฟอร์มการเล่นในเกมกับแมนซิตีเป็นหลัก

เอเลียตต์ลงมาเป็นตัวสำรองของกัปตันเฮนเดอร์สันในนาทีที่ 73 มีเวลาอยู่ในสนามเพียง 20 กว่านาทีเท่านั้น แต่เขาก็สร้างความแตกต่างและมิติการเล่นที่น่าสนใจได้มาก

การเพรสซิ่งและเกมรับ

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่านักเตะหงส์แดงทุกคนต้องเล่นเพรสซิ่ง แต่ไม่ใช่นักเตะใหม่หรือนักเตะในแนวรุกทุกคนที่จะเล่นเกมเพรสซิ่งและเกมรับได้ดี แต่ดูเหมือนว่าเอเลียตต์ จะเข้ากับการเล่นสไตล์เพรสซิ่งของทีมได้ดี และยิ่งตองถอยลงมาตรงกลางยิ่งต้องทำหน้าที่พวกนี้หนักกว่าใครเอเลียตต์ก็ตอบสนองการเล่นได้อย่างทรงพลังและสดใหม่

ทันทีที่ได้ลงมา เอเลียตต์ใช้ความสดใหม่ของตัวเองให้เป็นประโยชน์กับทีม โดยการวิ่งเพรสไล่บอลไปทั่วสนาม รวมถึงการวิ่งไล่เพรสในแดนคู่แข่ง จากภาพจะเห็นว่าเอเลียตต์นั้นวิ่งไล่กดดันตั้งแต่กุนโดกัน มาจนถึงนาธาน อาเก ต้องส่งบอลคืนหลังให้กับแอแดซอน เรียกว่าเป็นตัววิ่งป่วนแดนหลังของคู่แข่งก่อนเลย

ในขณะที่การลงมาช่วยเกมรับนั้นถือเป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจของเจาหนูคนนี้ ทั้งที่เป็นนักเตะในเชิงรุก แต่เขามีเซ็นต์ของการเล่นเกมรับแบบอ่านเกมทะลุ จังหวะลงมาเล่นเกมรับที่น่าประทับใจมากในเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 78 เป็นจังหวะที่ซิตีเปลี่ยนแกนวางบอลยาวมาที่กานเซโล่ ที่ยืนว่างอยู่ทางขวาของหงส์แดง

จังหวะนี้ มิลเนอร์กำลังวิ่งเข้าหากานเซโล่ตามหน้าที่ แต่ก็ทำให้พื้นที่ด้านหลังเขาโล่งมาก และขอให้สังเกตมาติปกับโฟเดนที่กำลังรอเข้าพื้นที่ว่างหลังมิลเนอร์ จังหวะนี้มาติปไม่ตามโฟเดน เพราะต้องอยู่ช่วยฟานไดจ์คในการประกบฮาแลนด์ และตามระบบการเล่น จะต้องเป็นหน้าที่ของแดนกลางที่ต้องวิ่งมาปิดพื้นที่นั้น โดยปรกติก็เป็นหน้าที่ของเฮนเดอร์สัน

จังหวะนี้ซาลาห์เองก็ลงมาช่วยปิดการจ่ายบอลด้านกว้างของกานเซโลด้วยเช่นกัน ดังนั้นหน้าที่การวิ่งตามประกบโฟเดนจึงเป็นหน้าที่ของเอเลียตต์ที่วิ่งตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งหากเป็นนักเตะตัวรุกคนอื่น ขอยกตัวอย่างเช่น ชากิรี หรือ แชมเบอร์เลน จังหวะนี้อาจจะไม่ทันเกม และปล่อยให้โฟเดนวิ่งเข้าไปง่าย ๆ

แต่เอเลียตต์อ่านจังหวะเล่นเกมรับนี้ออก เขารู้หน้าที่ทันที ดังนั้นเพียงพริบตาที่วิ่งตามหลังโฟเดนอยู่ เมื่อกานเซโลทิ้งบอลไปที่ว่างตามนัดหมาย เอเลียตต์ก็จัดการเข้าหาบอลและแย่งได้ทันที สมมติจังหวะนี้เอเลียตต์ไม่ลงมา และโฟเดนได้บอล มาติปก็ต้องออกจากโซนของตัวเองมาบัง และจะปล่อยให้ฮาแลนด์มีพื้นที่มากขึ้น หากเสียประตู คนที่จะโดนด่าคนแรกก็คือมาติปว่าทำไมไม่ลงมาปิดตั้งแต่แรก แต่การอ่านเกมรับของเอเลียตต์ทำให้จังหวะเล่นเกมรับนี้ของหงส์แดงมันสมบูรณ์แบบมากๆ

ตัวรุกคนที่สามครึ่ง

ในระบบ 4-3-3 บางครั้งตอนที่ทีมต้องการประตูหรือทำเกมรุก เขาต้องมีส่วนในการเล่นเกมรุกของทีมด้วย ซึ่งเอเลียตต์เองมีส่วนนี้ที่ค่อยข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ด้วยทักษะการเล่นบอล ไหวพริบเกินวัยก็ทำให้เขากลายเป็นตัวรุกคนที่ 4 ของทีมได้ทันทีในจังหวะที่หงส์แดงทำเกมบุก

เอเลียตต์ยังสามารถช่วยสนับสนุนการเล่นของซาลาห์ให้มีมิติที่ดีขึ้นในการถอยลงมาเป็นตัวเชื่อมเกมและดึงนักเตะของแมนซิตีเข้าหาในแดนกลางมากขึ้น เพื่อเปิดพื้นที่ด้านข้างให้เอเลียตต์ได้เติมเกมรุกได้อย่างถนัด ซึ่งปกติการเล่นแบบนี้ซาลาห์มักจะเล่นได้ดีกับเทรนท์เพราะเป็นนักเตะที่มีความเร็วเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือ เราจะเสียพื้นแดนกลางไปอีก 1 คน เพราะเฮนเดอร์สันต้องคอยลงมาประคองพื้นที่ไว้

ในขณะที่หากเป็นเอเลียตต์ เขาสามารถทำหน้าที่นั้นแทนอาร์โนล์ดได้เลย อย่างเช่นจังหวะในนาทีที่ 75 ของเกม เราจะเห็นว่าซาลาห์หุบเข้ามาเล่นแดนกลาง ขณะที่เอเลียตต์ถ่างออกมาด้านข้าง ตรงจุดนี้มันช่วยดึงนักเตะของซิตีถึง 4 คนให้หุบเข้าหาซาลาห์ ทั้งโรดรีและกานเซโล ทำให้พื้นที่ริมเส้นฝั่งขวาว่าง พื้นที่ด้านข้างที่เอเลียตต์ได้บอลค่อนข้างโล่ง

พอซาลาห์ส่งบอลให้เอเลียตต์แล้ว เราลองมาดูภาพนี้กัน จะเห็นว่าตอนนี้ในแนวรุกหงส์แดงมีนักเตะ 3 คนที่เติมเกมมาอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกองหลังของซิตีแล้ว ซึ่งล้วนแต่มีความเร็ว เขาสามารถเลือกวิธีการผ่านบอลได้เลย ว่าจะทิ้งไปที่ว่างฝั่งซ้ายให้ดิอาช หรือยิงแทงไประหว่างคู่กองหลังให้นูเญช หรือจะตัดเข้าในให้ซาลาห์ หรือจะเลี้ยงไปเอง ก็ยังได้

อีกจุดหนึ่งคือ เอเลียตต์สามารถเล่นได้หลากหลายในพื้นที่แนวรุก นั่นทำให้หงส์แดงสามารถปรับแผนการเล่นระหว่างเกมได้ทันที ไม่ต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่น ตำแหน่งหนึ่งที่ผมชอบคือ การที่เขายืนอยู่หลังซาลาห์กับนูเญช คล้าย ๆ มิดฟิลด์เบอร์ 10 ในระบบ 4-3-1-2 เมื่อบวกกับทักษะการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมของเขา ตำแหน่งนี้จะสร้างประโยชน์ให้กองหน้าอย่างมาก

การผ่านบอลที่ยอดเยี่ยม

อีกหนึ่งจุดเด่นของเอเลียตต์ที่ทุกคนเห็นเหมือนกันก็คือ การผ่านบอลที่ยอดเยี่ยม เกมนี้ เอเลียตต์มีโอกาสผ่านบอลให้เพื่อนถึง 11 ครั้งในช่วง 20 กว่านาทีที่เขาลงมา และเขาสามารถส่งบอลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่เสียเลย แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นการจ่ายคีย์พาสสวย ๆ ให้เกอิตา หลุดเข้าไปยิงประตูในนาทีที่ 85 ด้วย

เมื่อลองมานั่งวิเคราะห์ดูว่าทำไมเอเลียตต์ถึงได้บอลบ่อยและผ่านบอลได้ดี สาเหตุหลักคือการเคลื่อนที่ของเขาทั้งในยามได้บอลและไม่มีบอล เขามักเคลื่อนที่เสมอ และพยายามเคลื่อนที่ไปยังจุดที่เพื่อนร่วมทีมจะส่งบอลให้เขาแบบง่าย ๆ และเขาเองก็มักจะผ่านบอลแบบฉลาดให้เพื่อนได้เปรียบเสมอด้วย ไม่ค่อยผ่านบอลให้เพื่อนอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

อาการหวงบอลและเข้าปะทะเสียเปรียบ

แม้จะมีเซ็นต์เรื่องเกมรับ สามารถไล่เพรสแดนบนได้ ลงมาช่วยปิดพื้นที่แนวรับได้ แต่เมื่อพูดถึงการเข้าปะทะแย่งบอลในเชิงร่างกาย เอเลียตต์ยังเสียเปรียบคู่แข่งอยู่มาก เขามีสถิติการเข้าปะทะแย่งบอลชนะที่น้อยมาก และนี่ก็เป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดในตัวของไอ้หนูคนนี้

ในเกมนี้มีหลายจังหวะที่เอเลียตต์มักจะเลี้ยงบอลไปข้างหน้า เมื่อเจอคู่แข่งเข้าแย่งบอล เขาพยายามที่จะหาเหลี่ยมบังบอล ครองบอลไว้กับตัวเอง แต่สุดท้ายมักจะเสียเหลี่ยมจากแรงปะทะเข้าเบียดแย่งบอลไปได้  ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เจ้าตัวต้องพัฒนาและแก้ไขตรงจุดนี้ให้ได้

ตัวอย่างเช่นนาทีที่ 85 จังหวะที่เขาต้องเบียดแย่งบอลกับกานเซโลทางฝั่งขวา จังหวะนี้อันที่จริงเอเลียตต์มีโอกาสเข้าถึงบอลและเอาบอลมาเล่นได้ก่อน แต่เขาเลือกที่จะชะรอแล้วใช้ตัวเองบังเหลี่ยมทางของกานเซโล แต่ด้วยข้อเสียเปรียบทางสรีระเขาถูกกานเซโลเบียดแย่งบอลไปได้แบบสบาย ๆ ขณะที่ตัวเขาล้มหัวทิ่ม

เรื่องนี้อาจจะแก้ได้หากเขายังอยากเล่นชิงเหลี่ยมและพัฒนาการเข้าปะทะของตัวเองก็คือการต้องทำให้ร่างกายตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือซาลาห์ ที่ตอนมาใหม่ ๆ ร่างกายก็ไม่ได้สูงใหญ่หรือหนาอะไรมาก แต่เมื่อเขาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ ก็ทำให้เขาสามารถบดบี้บังกับบรรดากองหลังของคู่แข่งได้ และฉวยเป็นโอกาสสร้างอันตรายกับคู่แข่งได้บ่อยครั้ง

โดยรวมแล้ว เราไม่มีความสังสัยในความสามารถของเอเลียตต์เลย เขาทำได้ดีมากในตำแหน่งกองกลางด้านขวา ไม่ต้องแบกรับเรื่องการทำประตูมากนักเมื่อเทียบกับตำแหน่งเดิมของตัวเองที่เล่นเป็นปีกขวา ถือว่าดูกลมกล่มมาก ๆ กับตำแหน่งนี้ ส่วนเรื่องจุดอ่อนของเขา เชื่อว่าเขาจะพัฒนาขึ้นได้เรื่อย ๆ อย่าลืมว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มวัย 19 ยังมีเวลาพัฒนาตัวเองอีกมาก ไม่เร่งไม่รีบ รักษามาตรฐานและพัฒนาตัวเองต่อไป