ความสังสัยของฮาแลนด์การเปิดใจของนูเญช และประเด็นรอบวันหงส์

เหลือเวลาอีกแค่ 5 วันศึกพรีเมียร์ลีกก็จะเริ่มต้นกันแล้ว ช่วงนี้ยังพอมีเวลาให้ทีมต่างๆ ปรับปรุงแก้ไข เสริมทัพ ปรับทีม ได้อยู่ เช่นเดียวกับการมีเวลามานั่งสัมภาษณ์กับสื่อด้วย ดังนั้นสัปดาห์นี้ข่าวคราวของหงส์แดงก็จะเต็มไปด้วยบทสัมภาษณ์เปิดใจ ใครกล่าวถึงใครซะมาก แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย วันนี้เรามีข่าวการเปิดใจกับสื่อครั้งแรกของนูเญชหลังได้ลงเล่นกับทีมมาหลายเกมด้วย

ต่อสัญญาโจตา

มาเริ่มที่ข่าวการต่อสัญญากับนักเตะกันก่อน มีรายงานขากเทเลกราฟว่าหงส์แดงกำลังจะขอยื่นสัญญาระยะยาวให้กับดิโอโก โชตา เนื่องจากมองว่าเป็นนักเตะที่อายุยังน้อยและทำผลงานได้ดีตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยทำประตูให้ทีมได้ถึง 34 ประตู

สำหรับโจตา ย้ายมาร่วมทีมกับหงส์แดงแบบค่อนข้างเซอร์ไพรส์ในปี 2020 จากทีมหมาป่าวูล์ฟ ด้วยราคากว่า 40 ล้าน และตอนนี้เขายังมีสัญญาระยะยาวกับหงส์แดงอีก 3 ปี แต่อายุเขาเพิ่งจะ 25 ปีเท่านั้น โทษฐานที่เล่นได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และคลอปป์ยังมองว่าเป็นนักเตะที่พัฒนาได้อีกเยอะ แต่การยื่นสัญญาก็ต้องดูด้วยว่าโจตาจะรีบต่อกับทีมเลยไหม เพราะตอนนี้ในแผงเกมรุกมีการแข่งขันสูง

มอร์ตันเก็บเวล

อีกหนึ่งนักเตะที่สร้างสีสันให้ทีมได้ไม่น้อยเมื่อฤดูกาลก่อน สำหรับไทเลอร์ มอร์ตัน เด็กในอะคาเดมี่กองกลางของสโมสรวัย 19 ที่จู่ ๆ ก็ได้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ โดยฤดูกาลที่แล้วเขาผ่านการลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเก้านัด เป็นตัวหลักในเกมบอลถ้วย และได้เล่นเป็นตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกในเกมเสมอกับ สเปอร์ส 2-2 เมื่อเดือนธ.ค.

ล่าสุด ลิเวอร์พูล ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะส่ง ไทเลอร์ มอร์ตัน ย้ายไปค้าแข้งกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส สโมสรใน แชมเปี้ยนชิพ แบบยืมตัวเป็นเวลาหนึ่งซีซั่น เหมือนที่ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ กับ เลห์ตัน คลาร์กสัน เคยย้ายไปลงบู๊ให้กับถิ่น อีวู้ด พาร์ค แบบยืมตัวมาก่อน

นอกจากเพื่อไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ลับแข้งแล้ว หลายฝ่ายเชื่อว่า เพราะการขึ้นมาของดาวรุ่งอีกคนในตำแหน่งเดียวกันกับเขาอย่าง บาจเซติช ที่ได้มือขวาของคลอปป์ช่วยดันจากเช็นเตอร์ขึ้นมาเป็นกองกลางตัวรับ การปล่อยมอร์ตันไป ก็เพื่อที่จะได้ให้โอกาสเจ้าหนูบาจเชติชขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่มากขึ้น

ด้าน เกร็กก์ บรอห์ตัน ผู้อำนวยการฟุตบอลของ แบล็คเบิร์น ระบุเมื่อ 1 ส.ค.ว่า “เราขอขอบคุณ ลิเวอร์พูล ที่ไว้ใจให้เราพัฒนานักเตะของพวกเขาเพิ่มเติมอีกคน”

ฟานไดจ์คถึงฮาแลนด์

เก็บตกจากเกมคอมมูนิตีชิลด์ยังมีมาอย่างต่อเนื่อง ไฮไลท์หนึ่งของเกมที่คนพูดถึงมากก็คือ ฟอร์มการเล่นของฮาแลนด์ที่ไม่ค่อยดี มีจังหวะที่ได้ซ้ำบอลจ่อ ๆ แต่ยิงไปติดคาน จนกลายเป็นไวรัลล้อเลียนสนุกของแฟนบอล (ทีมอื่น) เมื่อวันก่อนเพิ่งมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ฟานไดจ์คถึงการต้องรับมือกับฮาแลนด์ โดยฟานไดจ์คนั้นมองต่างมุม และเตือนว่านี่คือปีศาจที่กองหลังในพรีเมียร์ลีกทุกคนต้องระวังตัว

เขา (ฮาลันด์) เป็นกองหน้าที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะทำให้กองหลังใช้ชีวิต(ในสนาม)อย่างยากลำบาก เขาจะทำให้ชีวิตกองหลังที่อังกฤษย่ำแย่แน่นอน เขามีครบทุกอย่าง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี และรวดเร็ว แต่เกมนี้ (คอมมูนิตี้ ชิลด์) เราหยุดเขาไว้ได้ เขามีโอกาสหนึ่งหรือสองครั้ง แต่นอกจากนั้นเราช่วยกันรับมือเขาได้ดี”

ฮาแลนด์ได้คำตอบที่ตนเคยสงสัย

ไม่ใช่แค่ฟานไดจ์คที่พูดถึงฮาแลนด์ แต่หากยังจำกันได้ สมัยที่ฮาแลนด์ค้าแข้งอยู่กับดอร์ทมุนด์ ก็เคยมีสื่อไปถามคำถามอะไรแบบนี้เหมือนกัน โดยนักข่าวถามเขาว่าระหว่างฟานไดจ์คกับรามอสใครเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งกว่ากัน ซึ่งฮาแลนด์ยืนยันว่าฟานไดจ์คคือนักเตะที่เขาเคยเผชิญมาแล้วยากที่สุด พร้อมกับพูดเป็นนัยไว้ว่าหากเจอกันอีกไม่รู้จะเป็นยังไง

“ถ้าใครยังจำได้ ผมเคยพูดไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่า เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค นี่แหละคือเซ็นเตอร์แบ็คที่โหดหินสุด ๆ บนเส้นทางค้าแข้งของผม และตอนนี้ก็ยังขอย้ำคำเดิมเพราะเขาเก่งมากจริง ๆ เขาเป็นกองหลังที่มีร่างกายสูงใหญ่แข็งแกร่ง เบียดสู้กันแทบไม่ไหวเลยแม้แต่จังหวะเดียว

“เขามีความคล่องแคล่วในการพลิกตัวไปทิศทางต่าง ๆ ความเร็วในการวิ่งไล่กวดกับคู่แข่งคืออยู่ในระดับสูงสุดทั้งหมด แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จังหวะเวลาในการเข้าสกัดแต่ละช็อตแม่นมาก สมบูรณ์แบบซะจนผมเองยังไม่อยากเชื่อ และต่อให้เราไม่ได้ดวลกันนานแล้ว จนผมเก่งขึ้นกว่าเมื่อปีก่อน ๆ มากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะเอาชนะชายที่ชื่อ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ได้ยังไง”

คำทำนายของฮาแลนด์นั้นแม่นยำ เพราะฟานไดจ์คยังเป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในโลกอยู่ และตอนนี้เขาเองก็ได้กลับมาดวลกับฟานไดจ์คอีกครั้ง และน่าจะเจอกันอีกหลายรอบ และก็ตรงกับความเป็นจริง ในเกมกับหงส์แดงล่าสุดเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะชายชื่อฟานไดจ์คได้เลย

นูเญชเปิดใจ

ผมว่าทุกคนก็สงสัยเหมือนกันกับผม ว่าตั้งแต่การสัมภาษณ์เปิดตัวกับทีมตอนย้ายมาใหม่ ๆ เราก็ไม่เคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ของนูเญชกับสื่ออีกเลย มีเพียงตอนที่เขาโพสต์อิโมจิก่อนเกมกับไลป์ซิก ที่สุดท้ายโดนคลอปป์ออกมาเตือนและเราก็ไม่เห็นเขาพูดอะไรกับสื่อเลย มีเพียงโพสต์รูปภาพในทวิตเท่านั้น

แต่ล่าสุดไม่รู้ว่าเขาพร้อมจะพูดแล้วหรือได้ไฟเขียวจากบอสให้ออกมาพูดได้บ้างแล้วก็ตาม เจ้าตัวได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อที่ชื่อ Sports Centre  โดยเขาได้พูดถึงหลายประเด็นดังนี้

“ด้วยความสัตย์จริง สัปดาห์แรกที่ย้ายมา ผมโคตรจะประหม่า มากจนจ่ายลูกง่ายๆ พลาดไป มันยากมากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมในช่วงเริ่มต้น แต่วันเวลาก็ค่อน ๆ ผ่านไป พวกเขาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย ผมได้คุยกับซาลาห์ ซึ่งเขาช่วยผมได้มาก จากนั้นก็เข้าร่วมแกงค์บราซิล กับดิอาช ซึ่งเป็นนักเตะใหม่เหมือนกัน”

“มันยากมากที่คุณจะไม่รู้สึกกดดันเลย เมื่อมาอยู่กับสโมสรใหญ่อย่างลิเวอร์พูล ผมรู้สึกได้ คลอปป์พูดคุยกับผมมากมาย เขามักจะผลักผมไปข้างหน้าเสมอ และให้ความไว้เนื้อเชื่อใจผม ผมเองก็หวังว่าจะตอบแทนความไว้ใจของเขาให้ได้ในสนาม”

ฟานไดจ์คแนะนูเญช

แม้จะยังไม่สนิทกันมากกับเพื่อนร่วมทีมใหม่อย่างนูเญช ด้วยภาษาที่แตกต่างกันอยู่ แต่ฟานไดจ์ค ลูกพี่ใหญ่ของทีมและนักเตะที่เคยผ่านประสบการแบกค่าตัวมหาศาลของทีมมาแล้วสมัยที่ย้ายมาร่วมทีมใหม่ ๆ ก็ได้ออกมาแนะนำการใช้ชีวิตให้กับนูเญชน้องใหม่ว่า

“สำหรับเขา ก็เหมือนกับผม ค่าตัวไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องคิดถึงมัน เขาแค่ต้องดึงมันทิ้งจากหัวของเขา ทำงานให้หนัก เพื่อเป็นผู้เล่นคนสำคัญ เขาได้เรียนรู้มากมายในช่วงการฝึกซ้อมและเห็นถึงวิธีที่เราเล่นทั้งเกมรับและเกมรุก เขาแค่ต้องมีสมาธิกับตัวเองและทีม เขาต้องพัฒนาตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เขาต้องไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดถึงฟอร์มการเล่นของเขายังไง นั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ”

นอกจากนั้นฟานไดจ์คยังแนะนำว่าดาร์วินควรจะศึกษาเรียนรู้จากฟีร์มิโน่ให้มาก เพราะฟีร์มิโนคือผู้เชี่ยวชาญในตำแหน่งนั้น “ดาร์วิน ควรเรียนรู้จากบ็อบบี้ เช่น การนำเอาศักยภาพของตัวเองลงมาสู่เกม ด้วยการวิ่งตัดหลัง การเชื่อมเกม เขา (บ็อบบี้)ทำได้ดีในการเล่นเกมรับตั้งแต่แดนบน”