6 ประเด็นหลังเกมหงส์แดงทำได้แค่บุกเสมอฟูแล่ม

เปิดหัวม้วนมาก็เดือดเลยสำหรับหงส์แดง ที่ออกไปโดนน้องใหม่หน้าเก่าอย่าง ฟูแล่ม เล่นงานเกือบแย่ ออกนำหงส์แดงก่อนถึง 2 ครั้งสองครา โชคยังดีที่ได้ดาร์วินกับซาลาห์ช่วยกันอัดคนละเม็ดให้หงส์แดงไม่เสียเหลี่ยมไปมากกว่านี้ เก็บได้ 1 แต้มจากคราเวน ค็อตเทจ และนี่คือ 6 ประเด็นหลังเกมที่เรานำมาฝากกัน

มาร์โก ซิลวาทำแสบอีกแล้ว

อันที่จริงหากดูเพียงชื่อชั้นของทีมหงส์แดงกับฟูแล่มเราคงแปลกใจกับผลที่ออกมา แต่หากดูชื่อผู้จัดการทีมฟูแล่มแล้ว ก็อาจจะไม่แปลกนัก มาร์โก ซิลวา ทำสำเร็จอีกครั้ง หลังจากเมื่อปี 2017-2018 เขาก็เคยทำแสบกับหงส์แดงในเกมเปิดซีซั่นแบบนี้เช่นกัน โดยตอนนั้นเขาคุมทีมวัตฟอร์ด เล่นในบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล และสามารถไล่ตีเสมอหงส์แดงได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+3

ในการเจอกันกับคลอปป์มาตลอด 6 เกม รวมเกมนี้ เขาแพ้ให้กับคลอปป์เพียง 2 ครั้ง และชนะได้ 1 ครั้ง นอกนั้นยันเสมอได้หมด ทั้งที่คุมทีมที่เกรดต่ำกว่าหงส์แดงเสมอ โดยเกมที่เขาชนะหงส์แดงของคลอปป์นั้นเป็นการคุมทีมอย่างฮัลล์ ซิตีด้วยซ้ำ เมื่อปี 2016-2017 ถือว่าเขารู้จักวิธีการเล่นและรับมือกับคลอปป์ได้ดีพอสมควร

ฟูแล่มเตรียมทีมมาดี

วันนี้มาร์โก ก็ทำแสบกับคลอปป์อีกครั้ง ด้วยการเล่นที่ทรงพลัง มีระเบียบวินัย และมีแผนการเล่นที่มีการคิดมาอย่างดี จากเดิมที่คิดว่าฟูแล่มจะมาเล่นเกมรถบัส แต่ในทางกลับกันเลย คือฟูแล่มไม่ใช่แค่ไม่เล่นรถบัสแต่เล่นเกมเพรสซิ่งสูง วิ่งไล่กวดนักเตะหงส์แดงตลอดทั้งเกม ใช่ครับตลอดทั้งเกมจริง ๆ ปกติทีมไหนมาเล่นแบบนี้กับหงส์มักจะแผ่วปลาย แต่ลูกทีมของซิลวาเล่นได้ตามแผนของเจ้านายตลอด 90 นาทีเลย

พวกเขาบีบเข้าหาบอลเร็วเล่นงานแดนกลางของหงส์แดง จน 3 ผู้เล่นแดนกลางของหงส์แดงไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกม ติอาโกที่โดยไล่กวดและต้องสปริ๊นซ์ตัวเองบ่อย ๆ จากจังหวะที่ต้องไล่บอลเข้าบอลหรือหนีบอลก็ถือว่าใช้งานร่างกายตัวเองหนักจนเกิดอาการบาดเจ็บและเปลี่ยนออกตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

กลางกร่อยฟีร์มิโน่หาย

ดังนั้นเกมนี้ก่อนจะมองว่าเราเล่นไม่ค่อยดี ก่อนอื่นเราต้องชื่นชมวิธีการเล่นของฟูแล่มมากกว่า ว่าเป็นแผนที่ทำให้หงส์แดงเล่นยากจริง ๆ และมันเล่นงานเราได้ ในครึ่งแรกลิเวอร์พูลแม้จะครองเกมมากว่าแต่สร้างโอกาสยิงตรงกรอบไม่ได้เลย มีโอกาสทำประตูแค่ 3 ครั้ง จากซาลาห์ ดิอาช และเฮนโด้ ซึ่งไม่ตรงกรอบ ขณะที่ฟูแล่มมีโอกาสยิงถึง 5 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมักจะมาจากการสวนกลับเร็วของพวกเขา

ในครึ่งแรกของหงส์แดง หากจะมีที่ต้องวิจารณ์ก็คือ บทบาทของฟีร์มิโน่ที่หายไปเลย เนื่องจากฟูแล่มตั้งเกมรับกันเป็นแผงเหนียวแน่น เขาหาบอลเร็วทุกจังหวะ และเน้นการสวนกลับเร็ว ทำให้เขาแทบจะไม่ได้ลงมาล้วงบอลจากคู่แข่งหรือไล่เพรสเลย และการที่แดนกลางของเราไม่สามารถครองบอลได้ การลงมาเชื่อมกับแดนกลางก็ไม่ค่อยเกิดขึ้น ทำให้เขามีจังหวะจะเล่นร่วมกับเพื่อนน้อยมาก ส่วนเกมรับของเราในครึ่งแรกก็รับมือกับมิโตรวิชและแดนกลางไม่ค่อยได้

ซาลาห์ ดาร์วิน มาตามนัด

แม้จะทำได้แค่เสมอ แต่สิ่งที่เกมนี้ทำให้เด็กหงส์มีความหวังและไม่เสียใจมากไปก็คือ การลงมาแล้วสามารถเปลี่ยนเกมได้ของดาร์วิน ที่เห็นได้ชัดเลยว่า มีประโยชน์และทำให้เกมรุกของหงส์แดงสามารถเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายได้มากขึ้น จุดนี้ก็ต้องชื่นชมคลอปป์ว่าแก้เกมมาดีแล้ว เพราะไม่ใช่แค่เอาดาร์วินลงมาแล้วทีมจะเล่นดีทันที แต่คลอปป์ยังทุ่มสุดตัวส่งทั้งเอเลียตต์และคาร์วัลโญลงมา แถมยังส่งมิลเนอร์ลงมาอีกคน ทำให้ดาร์วินมีหน่วยสนับสนุนที่ดี เพราะนักเตะเหล่านี้ล้วนแต่สามารถเปิดบอลได้จากทุกพื้นที่ของสนาม

ฟอร์มวันนี้ของดาร์วิน ยิ่งทำให้ทั้งเขาเองและทีมมีความมั่นใจมากขึ้นว่า เกมรุกที่มีเขายืนปักหลักอยู่แดนหน้านั้นสามารถทำให้ทีมมีทางเลือกที่ดีได้จริง และเห็นผล มันจะสร้างการรับรู้ของผู้เล่นในทีมให้คุ้นเคยและเชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น 2 ประตูที่หงส์แดงได้ นั้นล้วนแต่มาจากเขาทั้งนั้น ทั้งการเข้าชาร์จลูกเปิดของซาลาห์ หรือการจับบอลลงในกรอบเขตโทษของเขาที่กลายมาเป็นแอสซิสต์ให้ซาลาห์

ขณะที่ซาลาห์นั้น ครั้งแรกทำผลงานได้ไม่ดีเลย เพราะในแดนหน้าเขาไม่มีใครมาคอยช่วยแบ่งเบา ทั้งฟีร์มิโนและดิอาชไม่สามารถดึงกองหลังหรือแนวรับของฟูแล่มได้ เกมรับทั้งแผงจึงสามารถช่วยกันจัดการซาลาห์ได้ดีในครึ่งแรก จนกระทั่งดาร์วินลงมานั่นแหละ ถึงจะเริ่มมีพื้นที่ให้ซาลาห์ได้หายใจบ้าง เพราะดาร์วินดึงกองหลังของคู่แข่งไปได้อย่างต่ำ 2 คน

1 แอสซิสต์ 1 ประตู ทำให้ซาลาห์สามารถทำประตูในเกมแรกของซีซั่นได้ 6 ฤดูกาลติดต่อกันสำเร็จ และการได้ลงเล่นร่วมกับดาร์วิน ก็สร้างประโยชน์ให้เขาและทีมมากกว่าที่เรากังวลว่าจะเล่นเข้าขากันไหมเมื่อต่างคนต่างคิดว่าตัวเองเป็นดาวยิง อย่างน้อยเกมนี้ก็ทำให้เห็นว่าทั้งคู่พร้อมจะสนับสนุนอีกคนที่มีโอกาสมากกว่า

อาการบาดเจ็บของนักเตะเริ่มหนักหนา

แม้จะออกตัวมานานหลายปี หลายทีว่าจะไม่ซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเพียงเพราะนักเตะเดิมบาดเจ็บ แต่อย่าลืมว่าเหตุการณ์เมื่อปี 2020-2021 มันน่าจะเป็นบทเรียนที่มีค่า ตอนนี้แผงกองกลางของหงส์แดงเริ่มน่าเป็นห่วง หลังจากที่ติอาโกเกิดอาการบาดเจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก โดยที่ไม่รู้ว่าจะต้องพักนานขนาดไหน

กองกลางหงส์แดงที่ใช้งานได้จริง ๆ ตอนนี้จึงเหลือ 4 คนคือ ฟาบิญโญ่ เฮนเดอร์สัน มิลเนอร์ และเอเลียตต์ ที่เหลือเดี้ยงหมด เรามีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บบ่อยครั้งอยู่ในแดนกลางถึง 3 คน คือ แชมเบอเลน ที่น่าจะเจ็บยาวอีกปี เกอิตา และติอาโก ที่ในหนึ่งปีก็ต้องมีเข้าโรงพยาบาลหลายหน มิลเนอร์กับเฮนเดอร์สันเอง ก็อายุเยอะและไม่สามารถเล่นต่อเนื่องกันหลายเกมได้ เรากำลังจะเจอกับปัญหาการหมุนเวียนนักเตะในแดนกลาง

ถึงเวลาจัดเต็มหรือยัง

แผนการเล่นของทีมในครึ่งแรกกับครึ่งหลังมันทำให้เรามีคำถามขึ้นว่า ถึงเวลาหรือยังที่คลอปป์จะต้องพิจารณาให้ดาร์วินลงเล่นเป็นตัวจริงเสียที และผลักดันให้ทีมเล่นเกมรุกที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง เพราะตอนนี้ทีมมีความพร้อมมากที่จะทำแบบนั้น

สองเกมติดแล้วที่ดาร์วินต้องลงมาเพื่อเปลี่ยนเกมให้หงส์แดง การลงมามีส่วนร่วมสองประตูทั้งในเกมคอมมูนิตีชิลด์ และเกมล่าสุด แถมยังเล่นได้สอดประสานกันดีกับซาลาห์ สะท้อนให้เห็นว่าเขาและทีมพร้อมแล้วที่จะเดินหน้าเล่นเกมรุกแบบนี้ อย่างเกมนี้ไม่ใช่ว่าพูดหลังเกมอะไรก็ได้ แต่หากเราเปลี่ยนเป็นดาร์วินลงเล่นเป็นตัวจริงและเดินหน้าบุกจากบอลไดเรกแบบนี้บางทีผลมันอาจจะออกมาแตกต่างก็ได้