ไม่ใช่แค่หงส์กับเรือแล้วนะ อัพเดท 4 ประเด็นรอบวันหงส์

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของหงส์แดงตอนนี้ พายุที่พัดโหมมาหลายวันกำลังสงบนิ่ง นักเตะเริ่มกลับมารายงานตัว มีการซ้อมเรียกความฟิตกันแล้ว แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าที่มันสงบเพราะมันหมดพายุแล้วกำลังจะสดใส หรือมันกำลังก่อตัวพายุก้อนใหญ่อยู่กันแน่ หลังเกมแดงเดือดเราคงได้รู้กัน แต่วันนี้เรามาอัพเดทความเคลื่อนไหวของทีมกันก่อน

ไม่ใช่แค่หงส์แล้วนะ

ถ้าจะบอกว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นการขับเคี่ยวกันของเรือใบสีฟ้ากับหงส์แดงก็ไม่ผิด ยิ่งปีที่แล้วสองทีมนี้ก็ลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย พอก่อนเปิดฤดูกาลหลายฝ่ายก็ยังยกให้เป็นว่าที่เต็งแชมป์ด้วยกันทั้งคู่ แต่ด้วยผลงานของหงส์แดงเองที่พลาดมา 2 เกม และทีมอื่นที่ทำผลงานได้น่ากลัวเช่นกัน

โดยเฉพาะ 3 ทีมแกร่งแห่งเมืองลอนดอน อาร์เซนอล เชลซี และสเปอร์ส ที่เสิรมทัพได้น่ากลัว และทำผลงานช่องออกสตาร์ทได้ดีเยี่ยม ตามความเห็นของ กาเบลียล อัคบัลลาฮอร์ อดีตนักเตะวิลล่า เขาจึงมองว่า ไม่ใช่แค่หงส์แดงอีกต่อไปแล้วที่จะขึ้นมาลุ้นแชมป์กับซิตี และเผลอ ๆ หงส์แดงอาจจะได้ลุ้นแค่ท็อปโฟร์ร่วมกับทีมอื่น ๆ

“ลืมเรื่องแมนซิตีไปได้เลย ตอนนี้คู่แข่งของคุณ (ลิเวอร์พูล) เหลือแค่อาร์เซนอล เชลซี สเปอร์ส เท่านั้น ก่อนเปิดฤดูกาลดูทีมดูรายชื่อแล้ว คุณจะรู้สึกว่าปีนี้ก็แค่สองทีมที่ลุ้นแชมป์กันก็คือแมนซตีกับลิเวอร์พูล แต่ตอนนี้ผมว่าเป็นอาร์เซนอล เชลชี สเปอร์สมากกว่า”

อันนี้เห็นด้วยกับน้าอัคบันลาฮอร์ เต็ม ๆ คือปีนี้เราไม่รู้ว่าแมนซิตีจะพุ่งขนาดไหน ทีมเรือใบมีโอกาสที่จะยิงยาวสูงมาก และหากเป็นเช่นนั้น เราก็ไม่ต้องไปพูดถึงซิตีแล้ว คงหาทีมที่จับตัวยาก แต่ในบรรดาทีมที่รองๆ ลงมาที่จะลุ้นกับซิตี มันไม่ใช่แค่หงส์แดงอีกต่อไป ทีมอย่างเชลซี สเปอร์ส อาร์เซนอล เสริมทัพได้น่ากลัวมาก มีรูปแบบการเล่นที่ชัดเจน มี 11 ตัวจริงที่แน่นอนแล้ว มันจึงออกสตาร์ทได้ทันที แต่นั่นแหละมันก็ยังแค่ 2 เกม ยังพูดอะไรมากไม่ได้ รอให้ผ่านสัก 5-10 เกม ตอนนั้นคงวัดอะไรมากได้แล้ว

สัญญาเกอิตา

ทั้งที่เพิ่งหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นสำรองในเกมกับพาเลซ แถมยังไม่ได้ลงเล่น มาตอนนี้ดูเหมือนข่าวดราม่าสัญญาของเจ้าตัวดูจะร้อนแรงกว่าฟอร์มในสนามแล้ว สำหรับนาบี เกอิตา กองกลางหมายเลขแปด เมื่อจู่ ๆ สำนักข่าสต่าง ๆ ก็พร้อมใจกันรายงานว่า เกอิตา ไม่พอใจเงื่อนไขสัญญาใหม่ของหงส์แดง และพร้อมจะย้ายแบบฟรี ๆ ในซัมเมอร์หน้า

โดยสรุปสถานการณ์ของเกอิตาจากสื่อข่าวต่าง ๆ ได้คือ ประเด็นที่หนึ่ง เป็นการแน่ชัดเหลือเกินว่าตอนนี้การพูดคุยสัญญาระหว่างหยุดชะงักแล้วและยังไปต่อไม่ได้ ประการที่สอง สื่อคาดว่าหากสัญญาไม่คืบ หงส์แดงอาจจะตัดสินใจขายนักเตะรายนี้ก่อนหมดสัญญาเพื่อให้ได้เงินคืนมาสักก้อน ประการที่สาม หากเขาไม่ได้ต่อสัญญากับหงส์แดงและออกจากทีมแบบฟรี ๆ ในซัมเมอร์หน้า ไลป์ซิกคือทีมที่พร้อมต้อนรับเขากลับบ้าน

ฟาบิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดังก็ออกมารายงานว่า เร็ววันนี้คลอปป์จะมีการเรียกเกอิตามาพูดคุยกัน เพราะดูเหมือนสิ่งที่เกอิตาจะไม่ชอบในสัญญาใหม่คือ บทบาทการเล่นของตัวเอง ที่อาจจะลดลง เพราะตอนนี้เอเลียตต์ก็ถูกดันมาเป็นตัวหลัก ฤดูกาลหน้าหงส์แดงก็จะซื้อกองกลางตัวใหม่

แต่สำหรับคลอปป์เขาอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะนี่คือนักเตะที่คลอปป์พร้อมให้โอกาสเสมอทุกครั้ง ยามที่เขาหายเจ็บกลับมา ให้โอกาสลงพิสูจน์ตัวเองในสนามเท่าเทียมกับคนอื่น ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าบทบาทในทีมจะน้อยลงหรือไม่ แต่คือ คุณเองก็ไม่สมารถรักษาความต่อเนื่องของการเล่นได้เลย เชื่อว่าหลังการพูดคุยกัน น่าจะเห็นความชัดเจนขึ้น เพราะดูแล้วนักเตะก็ยังอยากเล่นให้ทีมอยู่

อัพเดทนักเตะบาดเจ็บ

ตอนนี้สถานการณ์นักเตะบาดเจ็บในทีมหงส์แดงยิ่งกว่าโรคระบาด นักเตะบาดเจ็บกันนาว จนสโมสรยังต้องออกมาอัพเดทอาการบาดเจ็บกันอย่างจริงจังผ่านเว็บของสโมสร โดยสรุปได้ดังนี้ โจเอล มาติป มีอาการบาดเจ็บตึง ๆ ที่บริเวณกล้ามเนื้อ และคล็อปป์ ยืนยันว่า เขาจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

บ๊อบบี้ มีอาการตึง ๆ ที่กล้ามเนื้อต้นขานิด ๆ และไม่ได้ลงเล่นในเกมกับ คริสตัล พาเลซ ก็เพื่อเพียงป้องกันเอาไว้ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม ล่าสุดเราก็เห็นภาพเขากลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนได้แล้ว ติอาโก้ มีอาการบาดเจ็บที่บริเวณแฮมสตริง และต้องใช้เวลาพักนานร่วมเดือน ซึ่งคลอปป์เองก็ยืนยันว่า อาการบาดเจ็บของเขาดูไม่ดีเลย แต่ก็จะได้เห็นความคืบหน้ามากกว่านี้ในสัปดาห์นี้

โกนาเต้ เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่บริเวณเข่าในเกมอุ่นเครื่องกับ สตารส์บูร์ก และต้องดูว่าเขาจะใช้เวลาพักนานแค่ไหน แต่คาดว่าน่าจะสักระยะหนึ่งเลย คำว่าระยะหนึ่งของสโมสรนี่ผมคิดว่าคงหลักหลายเดือนเหมือนกันนะครับ โจนส์ ไม่อยู่ในทีม หงส์แดง ในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่นครั้งสุดท้ายของซัมเมอร์ คลอปป์พูดถึงโจนส์ว่ามันไม่ใช่การบาดเจ็บรุนแรง แต่มันมีโอกสทำให้เกิดการบาดเจ็บหนัก จึงต้องระวัง

โจตา เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณแฮมสตริงหลังจากกลับจากการไปรับใช้ทีมชาติโปรตุเกส ล่าสุดที่ผมตามข่าวจากเอ็คโค่​ ราย​งานว่า โจตา อาจจะกลับมาช่วยลิเวอร์พูล​ได้อีกครั้ง​ ในช่วงต้นเดือนกันยายน​ นี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเกม เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้​ ที่ทีมจะบุกไปเยือน เอฟเวอร์ตัน

สำหรับ ดิ อ็อกซ์ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณกล้ามเนื้อระหว่างเกมกระชับมิตรกับ คริสตัล พาเลซ ในสิงคโปร์ คลอปป์พูดถึงอาการของเขาว่า มันเป็นอาการบาดเจ็บที่บริเวณแฮมสตริงที่ค่อนข้างที่จะรุนแรง และจะต้องใช้เวลานานพอสมควรในการรักษา และฟื้นฟูของเขา ผมว่ามีแววปิดเทอมยาวแล้วสำหรับช่างเชื่อม

ส่วนไอ้หนูนักเตะใหม่ที่ยังไม่เคยได้ลงซ้อมกับทีมเลยอย่าง แคลวิน แรมซีย์ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อเบอร์ดีน คลอปป์ก็อัพเดทว่า น่าเสียดายที่ แคลวิน ไม่ได้ฝึกซ้อมกับเราในขณะนี้ เขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ เราพบมันเมื่อเขาตรวจร่างกายกับเรา ส่วนนายทวารมือสองของทีม ควีวีน เคลเลเฮอร์ ข่าวว่า น่าจะอีกสัก 2 อาทิตย์

แต่ที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือ กัปตันทีมเฮนโด้ ที่เกมก่อนที่กำลังได้ลงอยู่แล้ว แต่ทีมแพทย์รายงานว่า ไม่ควรใช้งาน 90 นาทีจะเสี่ยงอาการบาดเจ็บ เจ้าตัวจึงพลาดลงตัวจริงแต่ลงมาเป็นตัวสำรองแทน ล่าสุดในการซ้อมเมื่อวานหลายคนสังเกตเห็นว่าไม่มีภาพกัปตันมาร่วมซ้อมกับเพื่อน ไม่รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการพักให้ฟิตจริง ๆ หรือมีอาการบาดเจ็บรบกวนกันแน่

ดิอาชกำลังขาขึ้น

เป็น 1 ในนักเตะที่ทำผลงานในช่วงออกสตาร์ทของทีมได้ดีมาก ๆ สำหรับดิอาช ที่เล่นด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท สาเหตุอย่างหนึ่งอาจจะเพราะเขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นตัวความหวังของทีมได้ไม่ต่างจากมาเน่ เจมี คาร์ราเกอร์ ก็ได้พูดถึงฟอร์มการเล่นของ หลุยส์ ดิอาซ ว่าน่าสนใจ

“ถ้าเด็กคนนี้สามารถทำประตูให้ทีมได้เหมือนกับ ซาดิโอ มาเน่ ผมคิดว่า เขาอาจจะกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่สมบูรณ์แบบในพรีเมียร์ลีกคนต่อไป สิ่งที่เราเห็นจากเขาก็คือ เขาไม่เคยหยุดวิ่ง และมีความสามารถในการครองบอลแบบติดเท้ามากๆ และมีความสงบนิ่ง”

“เราตัดสินผู้เล่นชั้นนำทั้งหมดด้วยตัวเลขจากสถิติ และผมคิดว่า เขามีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจเลยละ เขาดูเป็นผู้เล่นระดับท็อปทั่วไป เขาโลดโผน แต่ถ้าเขาจะต้องก้าวไปอยู่ตรงนั้นในระดับเดียวกับ (โมฮาเหม็ด) ซาลาห์ และ มาเน่ แล้ว เขาจำเป็นต้องทำประตูให้ได้มากกว่านี้ และสร้างผลกระทบกับทีมได้มากกว่านี้”

เราจะเห็นว่าตั้งแต่ดิอาชย้ายมา เขาถูกนำไปเทียบกับมาเน่ตลอด แม้แต่ในบทสัมภาษณ์ของคาราเกอร์เอง ก็เอามาเน่มาเป็นเกณฑ์ในการวัดผลงานของดิอาชเช่นกัน ดูเหมือนนี่จะเป็นกำแพงด่านแรกที่ดิอาชจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้ แน่นอนว่าผมเชื่อสุดใจว่าเขาจะทำได้ และจะทำได้ดีกว่ามาเน่