ตลกร้ายของนายคลอปป์

ตัวตบ ตัวปู ตัวดิ้น

หลังเกมที่หงส์แดงบุกไปแพ้แมนยู สิ่งที่สื่อทั่วโลกรอคอยคือ บทสัมภาษณ์ของคลอปป์ เขาจะมีความเห็นอะไรเกี่ยวกับความพ่ายแพ้และผลงานที่ย่ำแย่อยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่า พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องที่คลอปป์พูดทั้งหมดหรอก แต่สิ่งที่พวกเขารอคอยคือ “เมื่อไหร่”

เมื่อไหร่ คลอปป์จะหลุดคำพูดหรือวลี ที่พวกเขาจะเอาไปใช้เป็นพาดหัวข่าวได้ และพวกเขาก็เจอมัน คลอปป์คือแหล่งอาหารชั้นดี เขามักจะหลุดคำพูดที่แหลมคมออกมาเสมอ ในทางกลับกัน บ่อยครั้งก็หลุดคำพูดอะไรที่เรียกแขกได้เช่นกัน และครั้งนี้พวกเขาก็เจอมันจนได้ มันเป็นวลีหนึ่งในบทสัมภาษณ์ของคลอปป์ เป็นท่อนสั้น ๆ ที่เรารู้ได้ทันทีว่าหากตัดมาแค่นี้ มันจะ “ขายได้”

กับท่อนที่แปลเป็นไทยว่า “เราน่าจะชนะเกมนี้ ผมรู้ว่ามันฟังดูตลก แต่มันเป็นอย่างนั้นจากที่ผมเห็น” ว้าว คลอปป์บอกว่าหงส์แดงควรจะชนะ ทั้งที่คนทั่วโลกที่ได้ดูเกมนี้ต่างบอกว่าแมนยูสมควรชนะ แม้แต่แฟนหงส์แดงเองก็ยังยอมรับความพ่ายแพ้ แต่คลอปป์กับบอกว่า พวกเขาควรชนะ นี่คือวลีเด็ด คลอปป์รู้ว่ามันเป็นเรื่องน่าขัน และมันก็น่าขันจริง ๆ

ไม่ใช่แค่สื่อไทยหรอกครับ ฝรั่งมังค่า ก็เล่นวรรคทองนี้เช่นกัน เดอะ มิลเลอร์ พาดหัวข่าวว่า “เจเก้น คลอปป์ อ้างว่า ลิเวอร์พูล ควรชนะแมนยู แม้เล่นได้แย่” “Jurgen Klopp claims Liverpool “should have won” against Man Utd despite dismal display”

ใครได้อ่านหัวข้อแบบนั้นแล้วก็ต้องอยากเข้าไปอ่านว่า ทำไมคลอปป์ถึงพูดแบบนั้น โชคดีที่ข่าวต่างประเทศและมาตรฐานของสื่อสิ่งพิมพ์มันยังพอมีอยู่บ้าง แม้จะพาดหัวยังไง เขาก็ยังจะมีบทสัมภาษณ์เต็มให้อ่าน แต่มันใช้เกณฑ์นี้ไม่ได้กับ “สื่อออนไลน์” โดยเฉพาะของไทย ดังนั้นเมื่อประโยคนี้วางอยู่บนรูปหน้าเคร่งเครียดของคลอปป์ ถูกโพสต์ลงโดยไม่มีตัวเต็มให้อ่านต่อ แน่นอนว่า เละ คลอปป์โดนด่าเละ

ตลกสถานการณ์

อันที่จริงเกมนี้มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออารมณ์ขันทั้งนั้น และจะมีมุกตลกเกิดขึ้นมากมายหลังเกม ทั้งสองทีมตกอยู่ในสถานการณ์ของสุ่มเสี่ยงจะเป็น “ตลกอาภัพ” ทั้งสองทีมไม่ชนะมาเหมือนกันในสองเกมแรก เจ้าบ้านแพ้มา 2 เกมติดชนิดที่ฟอร์มไม่ดีเอาเสียเลย แพ้ให้กับทีมที่ชื่อเสียงเป็นรองกว่าตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นไบร์ทตัน หรือ เบรนท์ฟอร์ด โดยเฉพาะการแพ้เบรนท์ฟอร์ดแบบเละเทะ พวกเขาจึงขึ้นแท่นเป็นดาวตลก

คณะตลกของแมนยู ประกอบด้วยนักเตะที่พร้อมจะเป็นดาวตลกทั้งสิ้น คู่หู แม็ก-เฟร็ด แบ็กซ้ายลุคชอร์ กองหลัง แม็กไกว์ กองหน้าโรนัลโด้ นี่คือดาวเด่นที่จะสร้างสีสันให้เกมนี้ได้ หากพวกเขาได้ลงเล่นและทีมทำผลงานแพ้ ขณะที่ทีมหงส์แดง ทีมที่มีชื่อลุ้นแชมป์ แต่ดันไม่ชนะใคร สถานการณ์แบบนี้ ใครจะตลกกว่าใคร ก็อยู่ที่เกมนี้

สถานการณ์ก่อนเกมจึงอบอวลไปด้วยอารมณ์พร้อมจะขบขันของผู้ชม และสุดท้ายหงส์แดงกลายเป็น “ตลกอาภัพ” แทนที่แมนยูที่ถูกเต็งไว้ก่อนเกม นั่นจึงทำให้พล็อตของเรื่องดูซับซ้อน น่าสนใจ ทำให้อารมณ์ขันที่เกิดขึ้นรุนแรงกว่า เกินคาดกว่าที่คิดไว้

เรื่องตลกคือ หงส์แดงตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนทั้ง 3 เกม นั่นหมายถึงโอกาสแพ้ แต่สามารถกู้คืนมาได้ 2 แต้มจาก สองเกมแรก ขณะที่เกมนี้พวกเขาถูกนำเช่นกัน แต่เป็นการโดนนำถึง 2 ประตู และช่วงเวลาเอาคืนแบบสองเกมก่อนไม่มา ทำให้พวกเขาต้องเสียครบ 3 แต้ม ลิเวอร์พูลแข่ง 3 เกมแพ้ 1 เสมอ 2 ขณะที่แมนยูแข่ง 3 เกม แพ้ 2 ชนะ 1 มองดูผลงานหงส์แพ้น้อยกว่า แต่มองดูตารางแมนยูนำเราอยู่ 1 แต้ม และพวกเขาเก็บชัยชนะได้ นั่นเป็นเรื่องสำคัญ

หากคุณแข่ง 6 เกมและเสมอทั้ง 6 เกม คุณจะมี 6 แต้ม ขณะที่อีกทีมแข่ง 6 เกมเช่นกัน แต่พวกเขาชนะ 2 เกมและแพ้ 4 เกม ทั้งสองทีมมี 6 แต้มเท่ากัน แต่ทีมแรกไม่มีโอกาสได้รับรู้ถึงรสชาติแห่งชัยชนะเลย นั่นคือสถานการณ์ที่หงส์แดงเจอตอนนี้ พวกเขาไม่มีสถานการณ์ที่ได้เปรียบคู่แข่งมาแล้ว 7 เกมติด และ 3 เกมล่าสุดซึ่งเป็น 3 เกมแรกของฤดูกาลใหม่ พวกเขาก็ยังไม่สามารถชูมือโห่ร้องกับชัยชนะได้ เข้ากันได้กับการเป็นดาวตลกอาภัพทันที

ตลกร้าย

รู้ไหมครับแม้แต่อาการตลกเองก็ยังมีชนิดของมัน และสุดยอดของเรื่องตลกก็คือ เรื่อง “ตลกร้าย” ตลกร้ายคืออาการที่คุณประสบปัญหามากมาย จนไม่รู้จะทำอะไรได้ ได้แต่หัวเราะเยาะให้กับโชคชะตาของคุณเอง อาการที่ทุกอย่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณคิดไว้ทั้งหมด และคุณเสียใจเกินกว่าจะร้องโวยวายออกมา แต่หากเป็นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน ก็จะพออำพลางมันได้บ้าง

ลิเวอร์พูลของคลอปป์ เริ่มต้นฉากฤดูกาล 2022-2023 นี้ด้วยกลองมโหระทึก กึกก้อง พวกเขาเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมาเมื่อฤดูกาลก่อน ไม่ว่าจะเป็นการลุ้น 4 แชมป์ คว้า 2 แชมป์ ได้สองรองแชมป์ใหญ่ พวกเขาปิดตลาดซื้อขายด้วยผู้เล่นระดับร้อยล้าน กองหน้าตัวเป้าในแบบที่หลายคนต้องการ

พวกเขาเปิดหัวด้วยการเอาชนะแมนซิตีได้ในเกมคอมมูนิตี ชิลด์ ในรูปเกมที่ชนะ นักเตะใหม่ที่ทั่วโลกจับตาอย่าง ฮาลันด์ กับ นูเญช ก็เป็นฝ่ายหลังชนะ ลงมาเรียกจุดโทษให้ซาลาห์และทำประตูตอกฝาโลงให้ทีมชนะไป 3-1 เหมือนเป็นการประกาศก้องว่า พวกเขาพร้อมแล้วกับการลงแข่งขันแย่งชิงแชมป์ลีก

ก่อนเกมคอมมูนิตีชิลด์ พวกเขาเพิ่งเสียแชมเบอร์เลนที่บาดเจ็บตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับพาเลซ และก่อนเกมกับฟูแล่มเกมแรกของลีก พวกเขาก็ต้องได้รับข่าวร้าย เมื่อนักเตะเรียงตัวกันเจ็บ ทั้งโจนส์ เกอิตา โกนาเต และโจตาเองก็มีรายงานว่าต้องพักอีกนาน

เกมแรกพวกเขาต้องเจอกับทีมน้องใหม่อย่างฟูแล่ม ที่ใครก็มองว่า ไม่ยาก 3 แต้มแน่ ๆ แต่กลายเป็นว่าน้องใหม่ทำผลงานในสนามได้ยอดเยี่ยม หงส์แดงทำได้แค่ตามตีเสมอ 2-2 แต่ข่าวร้ายคือต้องเสียติอาโกไปอีกคน ก่อนเกมกับพาเลซเกมที่สอง ทุกคนหวังว่าในข่าวร้ายจะมีข่าวดี แม้ก่อนเกมจะมีรายงานข่าวว่า มาติป ไม่สามารถลงได้ แต่เรายังมีโกเมส และเรายังมีกองหน้าตัวความหวังอย่างนูเญชที่ทำผลงานได้ดีมาตลอด

เมื่อเกมเริ่มกลับกลายเป็นว่าแม้แต่โกเมสก็ยังไม่พร้อมลง แดนกลางกัปตันก็ยังไม่พร้อมลงตัวจริง คลอปป์ต้องเข็นฟิลิปปส์กับมิลเนอร์ลงเล่น มิหนำซ้ำฟีร์มิโน่ที่แม้จะไม่อยากให้ลงตัวจริง แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าเขาจะไม่มีแม้กระทั่งชื่อสำรอง และที่หนักหนาสุดคือ กองหน้าตัวความหวังอย่าง นูเญช ก็ดันโดนใบแดงโดยตรงจนต้องโดนแบน 3 เกมซะอีก

“เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีปัญหาบาดเจ็บ เราต้องลงเล่นโดยมีนักเตะซีเนียร์เหลืออยู่ 14-15 ราย” นั่นคือสถานการณ์ก่อนเกมที่หงส์แดงต้องเจอกับแมนยู สถานการณ์ที่คลอปป์ไม่สามารถใช้นักเตะที่ดีที่สุดของเขาลงเล่นได้ สถานการณ์ที่เขาไม่สามารถแม้แต่จะจัดนักเตะชุดเดียวกันลงเล่นต่อเนื่องกันได้

ในเกมแรก มาติปยืนคู่กับฟานไดจ์ค ก่อนที่เกมต่อมาจะเป็นฟิลิปปส์ และเกมกับแมนยูจะเป็นโกเมส ในเกมแรกแดนกลางของเรามี ฟาบิญโญ่ เฮนเดอร์สัน ติอาโก เกมที่สอง กลายเป็น ฟาบิญโญ่ เอเลียตต์ และมิลเนอร์ และเกมกับแมนยูเป็น เฮนเดอร์สัน เอเลียตต์ และมิลเนอร์ ในแดนหน้าเกมแรกเป็นดิอาช ฟีร์มิโน่ ซาลาห์ เกมต่อมานูเญชแทนฟีร์มิโน่และล่าสุดกลับมาเป็นฟีร์มิโน่อีกครั้ง

นี่ไม่ใช่สถานการณ์การโรเตชั่น มันยังไม่ใกล้เคียง แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ทีมระส่ำ จนไม่สามารถจัด 11 ตัวจริงที่ดีหรือแม้แต่ที่พร้อมลงเล่นต่อเนื่องได้เลย คุณต้องเปลี่ยนนักเตะลงไม่ซ้ำกันเกมละไม่ต่ำกว่า 3 คนเพื่อแก้ปัญหานักเตะบาดเจ็บ แต่คลอปป์บอกอยู่เสมอว่า นั่นเป็นสถานการณ์ที่เจอ ไม่ใช่ข้ออ้างในการเล่นในสนาม

คุณก็สามารถตลกได้

ในท่อนที่ทุกคนแปลคำพูดของคลอปป์มานั้น ผมไปตามดูจากคลิปและข่าวที่แกะคำพูดมาคำต่อคำ เรียงประโยคแบบที่คลอปป์พูด ไม่มีการตัดแปะข้อความออก วลีเรื่องหงส์แดงควรชนะที่คลอปป์พูดนั้นมันควรจะแปลว่า “แม้สถานการณ์ของพวกเรามันจะเป็นสถานการณ์เช่นนั้น (หมายถึงความยากลำบากทั้งเรื่องตัวผู้เล่นและการตามหลังแมนยู) แต่ถ้าเราเล่นได้ดีกว่านี้อีกสักหน่อย ถ้าเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำมากกว่านี้อีกสักหน่อย เราน่าจะเป็นฝ่ายชนะในเกมนี้ ผมรู้ว่ามันฟังดูตลก แต่ผมมองแบบนี้นะ”

“sounds ridiculous” (อ่านว่า ซาวนด์ ริดิคคูลัส) คือคำที่คลอปป์พูด ridiculous มันไม่ได้มีความหมายเดียวกับ Funny หรือ Joke ที่เป็นเรื่องขำขันแบบนั้น แต่ถ้ามันแปลแบบไทย ๆ ก็คงประมาณว่า “มันอาจจะฟังดูไร้สาระ” “มันอาจจะฟังดูบ้าๆ” และถ้ามันจะมีความเป็นอารมณ์ขันหรือตลก มันจะเป็นอาการแบบ “ตลกร้าย” อย่างที่ผมบอกไว้

สิ่งที่ฟังดูน่าตลกร้ายที่คลอปป์พูดไว้ในบทสัมภาษณ์ก็คือ เราเคยเจอแมนยูมาหลายครั้ง เราเล่นคล้าย ๆ เดิม เราสร้างโอกาสได้มากมายเหมือนเดิม คลอปป์บอกไว้ในท่อนที่หลายคนไม่สนจะฟังว่า “ผมเห็นเกมการเล่นที่ดีของเรา ถ้าเราทำประตูตีเสมอได้ในช่วงเวลาดังกล่าวมันก็จะไม่ใช่เรื่องประหลาดใจเลย เราสามารถชนะเกมคืนนี้ได้ หากเราเล่นได้คมขึ้นอีกนิด”

หรืออย่างประโยคว่า “บางทีพวกเขาอาจจะคมกว่าเรา นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด หากเรานิ่งพอ พวกเรามีโอกาสยิงมากมายในเกมเยือนแมนยู เราควรใช้โอกาสพวกนั้นให้เป็นประโยชน์ได้มากกว่านี้ หากเราทำมัน” คลอปป์ยังพูดถึงหลาย ๆ โอกาสที่เรายิงพลาดไปอย่างน่าเสียดายและการเซฟที่ยอดเยี่ยมของเดเคอา

แต่นั่นแหละ ไม่ว่าคุณจะอ้างอะไรมา เมื่อผลการแข่งขันมันตรงกันข้าม สิ่งที่คุณพูดมามันก็ดูน่าขัน ดูไร้สาระขึ้นมาทันที แม้แต่ผู้อ่านกระทู้นี้ ก็อาจจะยังคิดว่า “แพ้ก็คือแพ้ ไม่ต้องหาข้ออ้าง” นั่นแหละครับคืออาการตลกร้ายของคลอปป์ตอนนี้ เขามีเหตุผลมากมายที่จะบอกว่า “ทำไม เราจึงแพ้” แต่ราวกับว่าทุกคนไม่พร้อมจะฟังเขา และแม้เขาจะรู้ว่าพูดไปใครก็ไม่ฟัง แต่เขาก็ยังจะพูด แม้มันจะฟังดูบ้า ๆ บอ ๆ ไร้สาระ ก็ตาม

ผู้คนสนใจแค่เลข 2-1 ที่คลอปป์มองว่า หากเป็น 2-2 ก็ไม่แปลกใจเลย เพราะการเล่นของหงส์แดงคู่ควร เรายิงตรงกรอบ 5 ครั้ง เท่ากัน จากโอกาส 13 ต่อ 17 เราครองบอล 70 เปอร์เซ็นต์ สัมผัสบอล 839 ครั้ง ขณะที่เจ้าบ้านสัมผัสบอลแค่ 481 ครั้ง เราผ่านบอลสำเร็จ 645 ครั้ง แมนยู 273 ครั้ง ตัวเลขพวกนี้จะมีคนสนใจเป็นพิเศษในบทความผมหากเกมนั้นเราชนะ

มันอาจจะฟังดูตลก ที่คลอปป์บอกว่า เราโชคร้ายเหมือนดั่งมีแม่มดคอยสาปเมื่อพูดถึงอาการบาดเจ็บของนักเตะที่เกิดขึ้นพร้อมกันแบบไม่มีเหตุผล มันอาจฟังดูตลกที่คลอปป์บอกว่าไม่ควรได้แต้มเลยด้วยซ้ำในเกมกับฟูแล่ม และมันยิ่งฟังดูตลกเมื่อคลอปป์พูดว่า เราเล่นดีและสมควรเป็นผู้ชนะในเกมที่เราแพ้ แต่หากคุณไม่มองแค่ผลการแข่งขัน แล้วมองสถานการณ์ทุกอย่างรอบด้าน และดูเกมการเล่นแบบจริงจัง คุณก็จะเข้าใจสิ่งที่คลอปป์พูด และเข้าใจความตลกร้ายของหงส์แดงในตอนนี้