พร้อมเสี่ยงไม่พร้อมบ้า และ 4 ประเด็นรอบวันหงส์

เกมส์พรีเมียร์กำลังเข้าสู่ช่วงบีบรัดโปรแกรมแล้ว เพราะจะมีทั้ง UCL เข้ามา และต้องรีบแข่งให้จบเบรกแรกก่อนบอลโลกเตะ ทำให้เกมลีกนัดที่ 5-6 ของฤดูกาลเตะกันกลางสัปดาห์และสุดสัปดาห์นี้ทันที หงส์แดงได้เล่นในบ้านรับการมาเยือนของทีมเศรษฐีใหม่ฟอร์มร้อนแรงอย่าง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และนี่คือ 4 ประเด็นรอบวันที่น่าสนใจพร้อมกับการพรีวิวเกมคืนนี้ด้วย

จากคลอปป์ถึงปาร์กเกอร์

ภายหลังจากที่โดนหงส์แดงของคลอปป์ถล่มถึง 9-0 ในแอนฟิลด์เมื่อเกมที่ผ่านมา ล่าสุดสโมสรบอร์นมัธได้ประกาศปลดกุนซือหนุ่มวัย 41  สกอต ปากเกอร์ แล้วพร้อมแต่งตั้งในอดีตกุนซือทีมเยาวชน ยู 21 ของหงส์แดงอย่าง แกรี่ โอนิว เป็นกุนซือขัดตาทัพชั่วคราวก่อน ในงานแถลงข่าวก่อนเกมกับนิวคาสเซิลนักข่าวได้เอาประเด็นนี้มาตั้งคำถามกับคลอปป์ ว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินข่าวนี้ โดนคลอปป์ได้พูดถึงปาร์กเกอร์ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพว่า

“เมื่อผมทราบข่าว ผมถึงคิดได้ว่า มันเป็นช่วงที่เราตระหนักได้ว่าเจ้าของสโมสรที่ถูกต้องมีความสำคัญเพียงใด มันไม่เกี่ยวกับการใช้เงินเสริมทัพ แต่ละสโมสรก็มีระบบที่แตกต่างกัน นักธุรกิจหลากหลายประเทศเข้ามาเป็นเจ้าของสโมสร (แมนฯ ซิตี้, เชลซี, นิวคาสเซิล) แต่มันก็ยังมีกฎที่บังคับไม่ให้พวกเขาใช้จ่ายได้ตามใจชอบ หากพวกเขาสามารถเพิ่มแหล่งเงินทุนได้ตามต้องการก็จะเป็นเรื่องที่ผิดเพี้ยน”

“บางทีมคล้ายเรา มีโครงสร้างของทีมไม่ต่างกัน แล้วก็มีทีมอย่าง บอร์นมัธ เป็น 1 ใน 3 ทีมที่เลื่อนชั้นขึ้นมา นอตติงแฮม ฟอเรสต์ ทุ่มเงินมหาศาล ขณะที่ ฟูแลม ก็ทำคล้ายกัน และผมจำไม่ได้เลยว่า บอร์นมัธ ใช้เงินเสริมทัพมากน้อยแค่ไหน นั่นเป็นเรื่องยากเมื่อคุณขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก”

สิ่งที่คลอปป์พูดถึงเรื่องการถูกปลดของปาร์เกอร์มันมากกว่าแค่ความเห็นใจกันในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ เพราะปาร์กเกอร์เป็นกุนซือหนุ่มที่ทำงานหนัก เขาพาบอร์นมัธเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้และเปิดตัวสวยด้วยการเอาชนะแอสตัล วิลล่าของเจอร์ราร์ดที่เสริมทัพหนักหน่วงได้ด้วยซ้ำ

ก่อนที่จะมาเจอโปรแกรมหินกับการเจอแมนซิตี, อาร์เซนอล, และหงส์แดง ถล่มยับรวมกัน 16 ประตู โดยยิงไม่ได้เลย หากพูดแบบน่าเห็นใจก็คือปาร์กเกอร์แทบจะไม่ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองเลย การที่ทีมน้องใหม่ที่แทบจะไม่ได้เสริมทัพแพ้ให้กับทีมกลุ่มลุ้นแชมป์มันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เขาถูกตัดสินจากสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมเท่าไหร่

ดังนั้นสิ่งที่คลอปป์ชี้ให้เห็นมากไปกว่านั้นคือ การมีเจ้าของทีมที่ถูกต้อง นั้นสำคัญมาก คลอปป์เน้นย้ำเลยว่าไม่ใช่แค่เรื่องการใช้จ่ายเงิน เจ้าของทีมที่ดีจำเป็นต้องเข้าใจโลกฟุตบอล ไม่ใช่มองแต่ในแง่ของธุรกิจเท่านั้น ในกรณีของปาร์กเกอร์คลอปป์ไม่ได้พูดโดยตรง แต่มันเชื่อมโยงได้ว่า สโมสรแทบจะไม่สนับสนุนการทำงานของโค้ชเลย ไม่มีการเสริมทัพให้ทั้งที่พาทีมเลื่อนชั้นมาได้

ในขณะที่ทีมน้องใหม่อีกสองทีม ต่างเสริมทัพเพื่อสนับสนุนการทำงานของโค้ช ต่อยอดผลงานจากลีกแชมป์เปียนส์ชีพ อย่างฟอเรสต์ เราเห็นเลยว่าพวกเขาทุ่มทุนขนาดไหนกับการเสริมทัพในตลาดนี้ แต่นั่นแหละมันคือสัจธรรมของโลกฟุตบอล และปาร์กเกอร์ก็รู้ตัวดีว่าการรับงานคุมทีมแบบนี้มันมีความเสี่ยงสูง และโชคร้ายที่เขาอาจจะไม่ได้เจอเจ้าของทีมที่ถูกต้อง

คลอปป์พร้อมเสี่ยงแต่ไม่พร้อมบ้า

ยังคงเป็นที่จับตามองหลังออกตัวชัดเจนว่ากำลังมองหานักเตะแดนกลางมาเสริมทัพ แต่จนถึงขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 48 ชั่วโมงทีมของเจอร์เก้น คลอปป์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้นักเตะคนใหม่แต่อย่างใด ทำให้ทุกครั้งที่เจอนักข่าว คลอปป์จะต้องถูกตั้งคำถามเรื่องนี้บ่อย ๆ และล่าสุดในการแถลงข่าวก่อนเกมคลอปป์ก็ออกมาพูดเรื่องนี้อีก แบบยาวมาก เพราะโดนถามจี้ใจดำว่า คลอปป์ไม่มีส่วนร่วมกับการจะซื้อหรือไม่ซื้อนักเตะเลยหรือ ซึ่งคลอปป์ตอบว่า

“ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจหรือ อืม ตรงนี้น่าสนใจนะ คุณถามว่าผมได้รับการสนับสนุนหรือเปล่านะเหรอ ต้องถามว่าการได้รับการสนับสนุนที่ว่าหมายถึงอะไร สิ่งที่ผมไม่ชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ เวลาที่ผมบอกว่าไม่มั่นใจ มันมักจะถูกนำไปขยายต่อเป็นประเด็นดรามา แต่เรื่องจริงมันไม่ได้ใหญ่โตขนาดนั้น และเราจำเป็นต้องคุยเรื่องนี้เหล่านี้ต่อหน้าสื่อหรือ แน่นอน เราจะไม่พูด ทำไมเราต้องพูดด้วยละ เราจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม”

“ผมขอพูดแบบนี้ดีกว่า ว่าผมพร้อมที่จะเสี่ยงอีกนิดอีกหน่อยอยู่เรื่อย ๆ แต่อย่างที่ผมเคยบอก ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่ผมโอเคนะ เพราะผมเป็นแบบนี้ เราพยายามทุก ๆ อย่าง จนกว่าจะมีใครซักคนบอกกับเราว่าตลาดปิดแล้ว นั่นแหล่ะที่เราจะทำอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ณ เวลานั้น วินาทีนั้น ผมจะไม่คิดย้อนกลับไปแม้แต่น้อย และนั่นคือสิ่งที่เราทุกๆคนจะต้องทำ”

“ผมขอทำปัจจุบันนี้ให้ดีที่สุด ทำอะไรที่มันพิเศษกับทีมตอนนี้ นี่คือทีมที่ยิ่งใหญ่และทีมนี้ได้คว้าทุก ๆ อย่างมาแล้ว และแน่นอน เราไม่ได้เล่นบอลแบบยอดเยี่ยมตลอดเวลา แต่เราก็พยายามดึงทุกอย่างออกมาให้หมดในฤดูกาลนี้ และนั่นคือสิ่งเดียวที่ผมเข้าใจมัน ด้วยความสัตย์จริงเลย”

“ผมไม่ได้ประหยัดในการใช้เงิน ผมไม่คิดว่าผมจะต้องระมัดระวังหรือต้องประหยัดด้วย เราได้รับรายงานว่าเป้าหมายไหนบ้างที่เป็นไปได้และเป้าหมายไหนเป็นไปไม่ได้ มันก็เท่านั้น นั่นคือขอบเขตของงานที่เราจะต้องทำมัน ไม่มีอะไรมากเกิน มันไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิหรือวิจารณ์ เราเคยเป็นแชมป์ในฤดูกาลที่เราไม่ได้เซ็นคว้าใครมาเลยซักคน”

“แน่นอน มันไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดที่ควรจะทำหลังจากที่เราเป็นรองแชมป์ปีก่อน ตอนนั้นก็มีใครหลาย ๆคนตำหนิเราว่า อุตส่าห์เป็นรองแชมป์แล้ว ทำไมไม่เสริมต่อเพื่อเป็นแชมป์ แต่สุดท้ายเราก็เป็นแชมป์นะ เรามีผู้เล่นบาดเจ็บมากมาย ผมไม่ชอบหรอกเวลาที่เห็นอะไรแบบนี้ แต่เราเองก็มีคนในทีมที่เหลืออีกเช่นกัน นักเตะที่เรามีทุกคนที่นี่ เราต้องการพวกเขาให้อยู่ตรงนี้”

“เราโชคร้ายที่ฤดูกาลนี้เริ่มต้นและเรามีนักเตะบาดเจ็บมากเกินไป มันคือความจริง 100% เราได้แต่ถามตัวเองกับซ้ำซ้ำวนวนว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เราจะต้องผ่านเรื่องตรงนี้ไปให้ได้ นั่นคือแนวทางของลิเวอร์พูล อย่างที่มันเคยเป็น เราจะต้องผ่านเรื่องราวตรงนี้ไปด้วยกัน และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบที่สุดของการเป็นสโมสรนี้”

“ณ ตอนนี้เราทำอะไรต่อมิอะไรได้ดีพอควนในภาพรวม เราเริ่มใส่ใจรายละเอียดกับสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าพอผมเซ็นต์นักเตะไม่ได้แล้วเราจะเสียหายหนัก ผมต้องการพัฒนาทีมนี้ เหล่านักเตะนี้ และผมต้องการประสบความสำเร็จ ทุกคนต้องการประสบความสำเร็จ 100%. สถานการณ์ของเราอาจจะแตกต่าง แต่มันดีพอที่เราจะลุยไปกับมัน และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

“ดูนะ สถานการณ์เป็นแบบนี้ เราเริ่มฤดูกาลโดยมีมิดฟิลด์ 9 คนใช่ไหม เอาเป็นเก้าแล้วกัน ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแผนการเล่นของทีม อย่าง การสร้างสรรค์ ความเร็ว ความตื่นเต้นของนักเตะอายุน้อย ประมาณนี้ เทคนิค การต่อสู้ ตัววิ่งสู้ฟัด อะไรก็ตามที่คุณอยากมี เรามีหมดแล้ว ทุกคนอยู่ในสัญญา แล้วเราก็เริ่มต้นปรี-ซีซั่น”

“กรณีนักเตะเหลือสัญญา 1 ปี 2 ปี พวกเขาอาจคิดว่า -ผมได้เล่นน้อยไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อยากย้ายทีม- ในบัดดลเขาย้ายทีม แต่ที่เราไม่ทำคือ ผลักคนของเราออกไปแล้วบอกว่า -คุณไม่เกี่ยวข้องกับทีม ผลงานของคุณปีที่แล้วยอดเยี่ยม แต่ตอนนี้เราไม่ชอบคุณอีกแล้ว- เราไม่ใช่คนแบบนั้น เราไม่ทำแบบนั้น”

“เรามีมิดฟิลด์ครบเครื่องไม่ว่าจะมองมุมไหน พวกคุณก็บอกผมหรือใครก็ตาม คุณถามบ่อยที่สุด -ผมต้องการมิดฟิลด์อีกคนไหม- มิดฟิลด์คนที่ 10 นะ เราพยายามซื้อมิดฟิลด์ แต่มิดฟิลด์คนนั้นเลือกไปทีมอื่น มันเกิดขึ้นได้ ณ เวลานั้น เราคิดว่า โอเคไม่ได้ตัวเขา เรามองหาคนอื่นได้ไหม แต่ใช่ว่าจะซื้อได้หรือเขาอยากย้าย แต่เราสนใจเขาจริง ๆ”

“ตอนนี้ เราตัดสินใจ หาใครมาสักคน ก็ต้องคิดว่า จะเหมาะหรือไม่ ผมไม่มั่นใจ 100 % ใช้งานระยะสั้นอาจได้ แต่ในระยะยาว ผมไม่มั่นใจ แล้วตลาดต่อไปล่ะ เรื่องราวแบบนี้ ก็เกิดขึ้นอีก ชีวิตเป็นแบบนั้น และเราไม่สามารถกดปุ่มแล้วบอกว่า เอาเขามาเลย แต่ต้องมองถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในปีหน้า หรือหลังจากนั้น”

“ถูกต้องเรามีปัญหานักเตะบาดเจ็บ ในฉับพลัน สถานการณ์คือ เราต้องการมิดฟิลด์สุดๆ เราต้องการนักเตะ เราต้องการนักเตะใหม่ตลอดเวลา แต่ต้องเหมาะสมด้วยเช่นกัน เราไม่สามารถเปลี่ยนเพราะบางสิ่งบางอย่าง เรามีปัญหานักเตะบาดเจ็บ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้นิดหน่อย แล้วคุณก็บอกว่า เอาล่ะ เราทำแบบนั้นได้ อาจช่วยเราในเวลานี้ ปีหน้าด้วย แต่เราต้องมองระยะสั้นและระยะยาวไปด้วยกัน และเรายังไม่ได้ใคร ก็แค่นั้น”

ถ้าฟังจากบทสัมภาษณ์และตีความแล้ว การไล่ล่าหานักเตะช่วงนี้ของหงส์แดงน่าจะเป็นเรื่องยากมาก ๆ เพราะมันเป็นการหานักเตะในช่วงเวลาที่เร่งรีบเกินไป นักเตะที่เราต้องการจริง ๆ ต่างไม่พร้อมจะย้าย และคลอปป์ก็ไม่มีนโยบายซื้อนักเตะที่ตัวเองไม่อยากใช้มาร่วมงานเพียงเพราะเรามีนักเตะเจ็บ

ดูเหมือนตอนนี้คลอปป์พร้อมจะเสี่ยงแล้ว ไม่ว่าจะเสี่ยงกับการซื้อขายหรือเสี่ยงกับการที่ทีมไม่มีนักเตะใหม่ก็ตาม แต่คลอปป์ไม่พร้อมจะบ้าไปกับการแก้ปัญหาแบบลวก ๆ แน่นอน ผมว่าเราปล่อยให้คลอปป์ทำงานเถอะ ผมเชื่อว่ามันจะมาจากการกลั่นกรองที่ดีที่สุดของสโมสร

คืนสำคัญเกมสำคัญ

เกมกับนิวคาสเซิลคืนนี้ถือเป็นเกมใหญ่ เกมสำคัญ เพราะมันเป็นบทพิสูจน์เหมือนกันว่า สิ่งที่เราเห็นในเกมกับบอร์นมัธนั้นของจริงหรือภาพลวงตา เพราะเราอาจจะมองได้ว่า ศักยภาพของบอร์นมัธนั้นอาจจะยังประเมินอะไรหงส์แดงได้ไม่มากนัก แต่กับนิวคาสเซิลนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาเป็นทีมที่ยกระดับตัวเองจากล่างมาเป็นขนาดกลางตอนบนแล้ว เกมที่พวกเขาออกนำแมนซิตีก่อน 3-1 ก่อนจะโดนตีเสอมได้ ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค และเป็นสิ่งที่จะถูกตั้งคำถามหรือเปรียบเทียบทันทีหากเกมนี้หงส์แดงต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเรือใบ

โชคดีของหงส์แดงที่เกมนี้ นิวคาสเซิล มีโอกาสที่จะมาเยือนถิ่นหงส์แดงโดยสภาพทีมที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เพราะอาจจะต้องไร้ 3 นักเตะตัวหลักอย่าง บรูโน กีมาไรซ์, คัลลัม วิลสัน, อัลลัน แซงต์-แม็กซิแมง  ซึ่งหากขาดนักเตะ 3 คนนี้จริง ๆ ต้องถือว่านิวคาสเซิลอาการหนักแน่

แต่มันก็เป็นดาบสองคม การที่คู่แข่งรู้ตัวว่าต้องมาในสภาพทีมที่เป็นรองขนาดนี้ พวกเขาก็จะวางแผนการเล่นมาเล่นรับเป็นพิเศษ อาจจะไม่ได้เปิดแลกกับหงส์แดงหรือเดินเกมรุกใส่เลย ดังนั้นงานนี้หงส์แดงจะต้องเจอกับการเล่นเกมรับที่เต็มร้อยของนิวคาสเซิลก็เป็นได้ นี่และความท้าทาย

ส่วนหงส์แดงนั้นไม่มีนักเตะบาดเจ็บเพิ่ม ขณะที่นักเตะที่บาดเจ็บอยู่ก็ยังไม่มีใครพร้อมลงสนาม แม้โจเอล มาติป, เคอร์ติส โจนส์ และคาลวิน แรมซีย์ จะกลับมาซ้อมได้ แต่อย่างดีก็คงลุ้นมีชื่อเป็นสำรองไปก่อน โชคดีที่ทีมชุดที่ถล่มบอร์นมัธไป 9-0 ยังอยู่กัน แต่อาจจะต้องลุ้นฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ที่เล่นแค่ครึ่งเดียวและถูกเปลี่ยนตัวในช่วงพักครึ่ง แต่ถึงเขาจะไม่พร้อมเราก็ยังมี ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ที่อาจจะได้ลงเป็นตัวจริงนัดแรกบ้าง

โอกาสก้าวกระโดด

เนื่องจากการแข่งขันเมื่อคืน ทีมที่มีอันดับเหนือกว่าลิเวอร์พูลทุกทีมที่ลงสนามต่างทำแต้มหายกันถ้วยหน้า ไบร์ทตันที่ฟอร์มแรงก็มาแพ้ฟูแล่มที่แรงกว่า เชลซีก็แพ้นักบุญ ส่วนลีดส์ที่โชว์โหดมาหลายเกม ก็ทำได้แค่ตามตีเสมอเอฟเวอร์ตัน เป็นเหตุผลให้อันดับตาราง ณ เวลานี้ อันดับที่ 5 คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด มี 8 คะแนน พร้อมกับผลต่างประตูได้เสีย +3

มีเพียง นิวคาสเซิล แมนยู และหงส์แดงเท่านั้นที่มีแต้มพอจะเบียดลีดส์ขึ้นที่ 5 โดยนิวคาสเซิลกับแมนยู มี 6 แต้มเหมือนกัน ถ้าพวกเขาชนะก็จะแซงลีดส์ทันที ส่วนหงส์แดงอยู่อันดับ 12 มี 5 แต้ม ผลต่าง 8 ประตู หากหงส์แดงชนะนิวคาสเซิลได้พวกเขาจะมี 8 แต้ม และแน่นอนว่าผลต่างประตูจะต้องมากกว่า 8 แน่ แต่ก็อาจจะอยู่ได้แค่ 1 คืน เพราะหากแมนยูชนะได้ในคืนต่อมาก็จะแซงหงส์แดงไปเช่นกัน