เชิงลึกลูกหนัง: เจาะแทคติกและ 3 แผนการใช้งานอาร์ตูร์ของหงส์แดง

ในที่สุดลิเวอร์พูลก็ประกาศคว้าตัวอาร์ตูร์ เมโล่ มิดฟิลด์ชาวบราซิลวัย 26 ปีจากยูเวนตุสอย่างเป็นทางการ เป็นการยืมตัว  1 ฤดูกาล และอาร์ตูร์จะสวมเสื้อหมายเลข 29 ก่อนจะวิเคราะห์แผนการใช้งาน เรามาดูรายละเอียดของการยืมตัวครั้งนี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจมาก เพราะมันถูกยกย่องว่าเป็นดีลที่ชาญฉลาดมากของหงส์แดง

การที่คลอปป์และสโมสรตั้งโจทย์การซื้อนักเตะไว้ค่อนข้างรัดกุมว่านักเตะคนนั้นต้องเป็นคนที่ใช่ มีแนวโน้มจะเล่นเข้ากันกับหงส์แดงและราคาต้องสมเหตุสมผล ที่สำคัญคือพร้อมจะมาเล่นให้หงส์แดง ทำให้มันยากมากที่จะหานักเตะที่ดีและคุ้มค่ามาใช้งานโดยไม่ถูกโก่งค่าตัว

แกรี่ มังค์ นักข่าวของสกาย สปอร์ต ยกย่องให้ดีลนี้ของหงส์แดงเป็นการคว้าตัวนักเตะที่โคตรฉลาด เขาบอกว่าหงส์แดงซื้อดีลนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นเรื่องของการอดทน ไม่ตื่นตระหนกไปกับปัญหาที่ตัวเองเจอ เพราะมันงานและเสี่ยงมากต่อการที่หงส์แดงจะซื้อใครสักคนก็ได้ เพราะโดนตลาดนักเตะกดดัน โดนแฟนบอลกดดัน

แต่คลอปป์และทีมงานกลับอดทน และพยายามมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทีม กระทั่งคลอปป์เองก็ออกมาพูดในเชิงว่า หากมันไม่เกิดขึ้น เขาก็ยินดีกับขุมกำลังนักเตะชุดปัจจุบันของตัวเอง ดังนั้น ทางสองแพร่งระหว่างการจะซื้อใครก็ได้เพราะตระหนกกับการที่จะคว้าน้ำเหลวเลย การได้ตัวอาร์ตูร์มา จึงเป็นการตอบโจทย์ที่สุด

ยิ่งเมื่อเรามองจากรายละเอียดจากฝั่งยูเว่ ที่พวกเขาต้องส่งหนังสือแถลงต่อตลาดหลักทรัพย์ถึงการซื้อตัวดังกล่าว แล้วเราก็จะเห็นว่าการดำเนินการของหงส์แดงครั้งนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ โดยรายละเอียดที่ส่งไปนั้นทำให้เรารู้ว่า ลิเวอร์พูลต้องจ่ายค่ายืมตัว 4.5 ล้านยูโรกับการยืมใช้งาน 1 ปี ซึ่งถือว่าถูกมาก และอาจจะมีโบนัสตามผลงานการเล่นอีก 3 แสนยูโร ซึ่งเหมาะสมหากนักเตะทำผลงานดี

ส่วนรายละเอียดการจ่ายค่าจ้าง 1 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์นั้น จะเป็นการช่วยกันจ่ายของสองสโมสร โดยหงส์แดงจะออกมากกว่ายูเว่ ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงเกินไป ที่สำคัญคือหงส์แดงไม่ต้องโดนบังคับซื้อขาด และแม้จะมีตัวเลขการซื้อขายในอนาคต ก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้สูงมาก 37.5 ล้านยูโร ที่ยูเวนตุสตั้งไว้ หากนักเตะทำผลงานได้ดีแล้วทีมอยากใช้ต่อก็ถือว่าเป็นราคาที่ถูกด้วยซ้ำ และหากนำมาใช้แล้วไม่เวิร์คหงส์แดงก็แค่ส่งตัวเขากลับ

ความเสี่ยงเดียวที่หงส์แดงตองแบกรับและยอมรับแต่แรกก็คือ ดีลของอาร์ตูรนั้นไม่ใช่เป้าหมายแรก และจะมองว่าเป็นการซื้อนักเตะมาเพื่อแก้ขัดระยะสั้นก็ไม่ผิด ดังนั้นนี่คือสิ่งที่สโมสรเองก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการเลือกเส้นทางนี้ เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้ว

เอาละทีนี้เราจะมาวิเคราะห์แผนการใช้งานนักเตะคนนี้กัน แต่เนื่องจากอาร์ตูร์นั้นมีเส้นทางการค้าแข้งที่พลิกผัน เขาถูกบาร์เซโลน่าในยุคของปาโตเมล นำเขาไปเป็นเงื่อนไขในการปรับแต่งบัญชีการเงินให้ดี นั่นทำให้เส้นทางการค้าแข้งของเขาที่กำลังจะไปได้ด้วยดีกับบาร์ซ่ายุติลง

เมื่อย้ายมายูเว่ เขาก็ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับปีร์โล่ได้ แต่ผลงานส่วนตัวของเขาที่กำลังจะดีมันก็สวนทางกับผลงานของทีมที่ย่ำแย่ สุดท้ายปีร์โล่ถูกปลด และอัลเลกรี ไม่เลือกใช้งานเขาต่อเนื่องจากไม่ตรงกับปรัชญาการเล่นของเขา ดังนั้นวันนี้เราจะมาวิเคราะห์การใช้งานอาร์ตูร์จาก 2 ช่วงเวลาที่ผมคิดว่าเขาได้ลงเล่นเยอะและได้ทำผลงานต่อเนื่องคือ  สมัยอยู่กับบาร์ซ่าในฤดูกาล 2019-2020 และยูเวตุสในฤดูกาล 2020 – 2021

ใช้งานอาร์ตูรเวอร์ชั่นบาร์เซโลน่า

อาร์ตูร์ย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่าด้วยการคาดหวังว่าเขาจะเป็นตัวตายตัวแทนของซาบี เฮร์นานเดช มิดฟิลด์ห้องเครื่องจอมเก๋าของทีม และอันที่จริงเขาก็ทำผลงานได้ไม่เลวเลย ในฤดูกาล 2019-2020 เขาลงเล่นให้บาร์เซโลนาเฉพาะในลีกไป 21 เกม เป็นตัวจริง 14 เกมและสำรองอีก 7 เกม ทำได้ถึง 3 ประตู และ 3 แอสซิสต์ในตำแหน่งกองกลางทางฝั่งขวาในแผน 4-3-3 มีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จมากถึง 91.5 เปอร์เซ็นต์

ซาบี เฮร์นานเดช ครั้งหนึ่งก็เคยออกมาบอกว่าเขาเห็นตัวเองในอาร์ตูร์เหมือนกัน แถมยังเชื่อว่าอาร์ตูร์จะทำผลงานยิ่งใหญ่กับบาร์ซ่าได้ ขณะที่ลิโอเนล เมสซี่ เองก็ยังเคยออกมาพูดถึงอาร์ตูร์ว่าเป็นผู้เล่นที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจ และทำให้เขานึกถึงซาบีได้เช่นกัน โดยเมสซี่บอกว่า อาร์ตูร์นั้นครองบอลเหนียวแน่น เสียบอลยาก ชอบจ่ายบอบสั้น ๆ แม่นยำ ขับเคลื่อนแดนกลางได้ดี

ผมจะยกตัวอย่างผลงานการเล่นของเขากับบาร์เซโลนามา 1 เกม ซึ่งเป็นเกมที่เขาทำผลงานได้ค่อนข้างดีคือเกมที่บาร์เซโลน่าเปิดบ้านเฉือนชนะบียาเรอัล 2-1 โดยในเกมนี้อาร์ตูร์ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ทางฝั่งขวา ร่วมกับแดนกลางอีกสองคนคือ บุตเกส และโรแบร์โต

จากสถิติในเกมนี้ อาร์ตูร์มีโอกาสยิงประตู 1 ครั้งและเป็น 1 ประตูที่เขาทำได้ ในแง่ของการครองบอลนั้น อาร์ตูร์เป็นนักเตะที่ได้ครองบอลมากที่สุดในสนาม โดยเขาสัมผัสบอลมากถึง 101 ครั้ง ขณะที่นักเตะบาร์ซ่าที่สำผัสบอลรองมาจากเขาคือกองหลังอย่างลองเลต์ที่ 90 ครั้ง

ในแง่ของการจ่ายบอลให้เพื่อนนั้น อาร์ตูร์เองก็ผ่านบอลมากถึง 72 ครั้งเป็นรองแค่ลองเลต์ที่ทำไป 79 ครั้ง เขาผ่านบอลสำเร็จมากถึง 65 ครั้งคิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ อาร์ตูร์ยังสามารถเลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้ได้มากที่สุดในสนาม คือ 3 ครั้ง จากโอกาสการดวลกัน 3 ครั้งเรียกว่าเลี้ยงผ่าน 100 เปอร์เซ็นต์

นอกจากครองบอลเหนียวแน่นแล้ว อาร์ตูร์ยังเป็นกองกลางที่ช่วยในแง่ของเกมรับได้ดี ในเกมนี้เขาชนะการแท็กเกิลไปถึง 3 ครั้ง จากโอกาสปะทะกัน 3 ครั้งคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนกัน และยังช่วยเครียร์บอลให้ทีมได้ 1 ครั้ง  ดังนั้นหากวิเคราะห์จากอาร์ตูร์ในเวอร์ชั่นของบาร์เซโลน่าเราจะได้มิดฟิลด์ที่มีการครองบอลเหนียวแน่น จ่ายบอลแม่น และเป็นคนคุมจังหวะเกมของทีมได้

ใช้งานอาร์ตูร์เวอร์ชั่นยูเวนตุส

อาร์ตูร์ในเวอร์ชั่นของยูเวนตุสนั้นค่อนข้างจะทุลักทุเลหน่อย เพราะหากว่ากันตามจริงเขาไม่ใช่สไตล์นักเตะที่จะเล่นเข้ากับสไตล์ของฟุตบอลอีตาลีที่มักจะนิยมกองกลางที่สูง ร่างใหญ่ แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกับยูเว่ในยุคของอัลเลกรีด้วยแล้ว เขายิ่งหมดอนาคตเลย แต่อาร์ตูร์ก็เคยมีช่วงเวลาที่น่าประทับใจกับยูเว่ แต่เป็นในยุคของปีร์โล่

ในช่วงแรกของการทำงานกับปีร์โล่ อาร์ตูร์ได้รับเสียงวิจารณ์มากว่า เป็นนักเตะประเภทสมองหมู คือเชื่องช้า ครองบอลกับตัวเองนานเกินไป และพยายามจะโชว์การจ่ายบอลแบบเหนือ ๆ โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อเขามีการพูดคุยปรับความเข้าใจกับโค้ช โดยเขาบอกว่าเขาอยากเล่นสูงขึ้นอีกนิด และตัวเขาเองอาจจะไม่เหมาะกับมิดฟิลด์เชิงรับมากนัก เมื่อปีร์โล่เปิดใจและให้โอกาสเขาเล่นตามที่เขาอยากเล่น ก็ทำให้อาร์ตูร์มีผลงานที่ดีขึ้น

โดยปีร์โล่ชื่นชมว่า อาร์ตูร์มักจะเติมเกมไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ถูกจุดเสมอ มีวิสัยทัศน์ สามารถจัดการกับการครองบอลได้ดี แถมยังช่วยแกะเพรสซิ่งของคู่แข่งจากแดนบนได้ดี ผมขอยกตัวอย่างผลงานการเล่นของเขากับยูเว่ในยุคขอปีร์โล่มาหนึ่งเกมคือ เกมที่ยูเวนตุสเปิดบ้านชนะโบโลนญ่า 2-0 ซึ่งอาร์ตูร์ทำประตูได้และเป็นประตูเดียวในสีเสื้อของยูเวนตุส

ในเกมนี้อาร์ตูร์ลงเล่นในระบบ 4-4-2 โดเขายืนเป็นคู่กองกลางร่วมกับเบนตังกูร์ ที่เป็นมิดฟิลด์เชิงรับของทีม และเขาก็ได้โอกาสในการเติมเกมขึ้นสูงอย่างที่เขาอยากเล่น จากสถิติในเกมดังกล่าวอาร์ตูร์มีโอกาสยิง 1 ประตู และเป็น 1 ประตู ในแง่ของการครองบอลเขาสัมผัสบอลไป 53 ครั้ง ผ่านบอล 49 ครั้งสำเร็จ 45 ครั้งคิดเป็น 94 เปอร์เซ็นต์

ในตำแหน่งที่เขาขึ้นไปเติมเกมรุกมากขึ้น อาร์ตูร์มีสถิติการจ่ายคีย์พาสมากถึง 3 ครั้งในเกมนี้มากที่สุดในสนาม และเลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้ 3 ครั้งจาก 3 โอกาสคิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าอาร์ตูร์ในมิติการเล่นที่เขาเป็นกองกลางแล้วเติมเกมรุกได้ดีทีเดียว

สำหรับหลายคนที่มีคำถามคล้าย ๆ กันว่า หากอาร์ตูร์ในเวอร์ชั่นยูเวนตุส เล่นเชิงรุกมากกว่าที่บาร์เซโลน่า แล้วทำไมสถิติการทำประตูกับแอสซิสต์ถึงน้อยกว่าที่เจ้าตัวทำไว้กับบาร์ซ่า ต่างกันลิบลับ ตรงนี้ผมเองก็ไม่รู้ เพราะไม่ได้เป็นแฟนบอลยูเวนตุส และไม่ค่อยได้เห็นเขาลงเล่นเท่าไหร่

แต่เรื่องนี้ สเตฟาน แฟนบอลพันธุ์แท้ของยูเว่ ได้พูดเรื่องนี้ไว้ในช่องยูทูปของเขาว่า เป็นเพราะยูเวนตุสเป็นทีมที่มีปัญหาการเล่นมากในช่วงหลัง คือนักเตะของทีมไม่ค่อยสนับสนุน ซับพอร์ตกัน ทำให้อาร์ตูร์เองไม่สามารถเล่นชิ่ง ทำเกมรุกกับเพื่อนได้เหมือนสมัยที่เขาเล่นให้กับบาร์เซโลน่า ที่มีสภาพแวดล้อมที่นักเตะทุกคนช่วยสนับสนุนกัน แถมสเตฟานยังบอกอีกว่า หากอาร์ตูร์ได้ลงเล่นกับหงส์แดงซึ่งเป็นสโมสรที่เล่นด้วยระบบ นักเตะวิ่งหาตำแหน่งและเล่นสนับสนุนกันอาร์ตูร์จะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ดีแน่นอน

การใช้งานอาร์ตูร์ที่ลิเวอร์พูล

จากที่เราได้วิเคราะห์สไตล์การเล่นของอาร์ตูร์กับทั้งที่เล่นให้บาร์เซโลน่าและยูเวนตุสรวมถึงฟังหลาย ๆ คนพูดถึงเขา เราน่าจะได้ข้อสรุปตรงกันอย่างหนึ่งคือ เขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีคุณสมบัติพิเศษโดดเด่นในเรื่องของการครองบอล จ่ายบอล และคุมจังหวะของเกมได้ หากจะมองว่านี่เป็นคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับติอาโกก็ไม่ผิดเลย

อีกอย่างที่เรารู้แน่ ๆ ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่อาร์ตูร์ได้เล่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมที่เล่นเป็นระบบบอลเท้าถึงเท้า เคลื่อนที่ตลอด สนับสนุนกัน แบบบาร์เซโลน่าเขาจะทำผลงานได้ดี และเป็นสไตล์ที่น่าจะเหมาะกับเขา ขามีสไตล์การเล่นที่คล้ายคลึงกับติอาโก อัลคันทาร่า ของหงส์แดงเรา ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะครั้งหนึ่งสมัยที่ติอาโกยังเล่นเป็นดาวรุ่งให้กับบาร์เซโลน่าเขาก็ได้รับการยกย่องว่าเล่นได้เหมือนซาบีเช่นกัน

แต่ผมรู้สึกว่าการมาของอาร์ตูร์นั้นไม่ใช่เพราะทีมขาดติอาโกหรือต้องการมิดฟิลด์มาเพิ่มเท่านั้นแต่มันสืบเนื่องมาจากการที่เฮนเดอร์สันบาดเจ็บในเกมล่าสุดด้วย ที่มีข่าวว่าทันทีที่เฮนเดอร์สันเจ็บแฮมสตริง ลิเวอร์พูลก็เดินเรื่องดีลนี้ทันที โดยเป็นเจอร์เกนคลอปป์ที่ลงทุนโทรสายหาเขาและโน้มน้าวเขาให้มาร่วมกับทีม

เมื่อพิจารณาถึงสไตล์การชอบเล่นบอลสั้น เน้นความแม่นยำ ก็ทำให้นึกถึงสไตล์การเล่นที่โดดเด่นของเฮนเดอร์สันเช่นกัน อาร์ตูร์ในสมัยที่เล่นให้กับยูเว่ช่วงหนึ่งก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นอาแปะเหมือนกับเฮนโด้ ตรงที่เขาไม่ชอบจ่ายบอลขึ้นหน้า ไม่กล้าแทงบอลทะลุให้เพื่อน แต่ชอบจ่ายสั้น ๆ ขวางไปมา

ตอนนี้ปัญหาแดนกลางของหงส์แดงคือการครองบอลไว้ไม่ไม่ค่อยได้ เก็บบอลสองก็ไม่ค่อยได้ เพราะไม่มีใครที่จะครองบอลหรือเก็บบอลไว้กับตัวเองได้นาน เพื่อคุมจังหวะการออกบอล หรือรอเพื่อนเติมเกมเลย มันจึงทำให้เกมแดนกลางของเราดูไม่สมดุล  อาร์ตูร์จะมาช่วยให้แดนกลางของเราเก็บบอล ครองบอลได้มากขึ้นแน่นอน และเขาน่าจะเล่นเป็นหน่วยสนับสนุนได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง เป็นพลังขับเคลื่อนที่เรากำลังขาดหายไปพอดี

ส่วนผลงานจริง ๆ นั้นเราคงต้องให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเองในสนาม และเราก็เชื่อว่าหากผ่านตาคลอปป์มาแล้ว บอสจะใช้งานักเตะคนนี้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์แน่นอน