วิเคราะห์ 4 ปัญหาหงส์แดง จากมุมมองของนักเตะ

ผลงานที่กระท่อนกระแท่นของลิเวอร์พูลในขณะนี้กำลังตกเป็นเป้าวิจารณ์ของผู้คน ทั้งสื่อและกูรูฟุตบอลทั้งหลายต่างออกมาตั้งข้อสมมติฐานต่าง ๆ นานา เรารับทราบการวิเคราะห์ วิจารณ์จากภายนอกมากมาย แต่แปลกไหมครับ ไม่ค่อยมีใครนำเสนอมุมมองของนักเตะบ้างเลย

มุมมองจากคลอปป์นั้นเราก็ได้ยินได้ฟังทุกเกม แต่นักเตะหงส์แดงคนอื่น ๆ พวกเขาคิดเห็นกันอย่างไรกับฟอร์มของทีมในตอนนี้ แน่นอนว่า ในฐานะนักเตะพวกเขาคงพูดอะไรถึงสโมสรได้ไม่มากนัก และคงไม่มีใครกล้าออกมาพูดด่าทีมหรือวิจารณ์แท็กติกของโค้ชกันตรง ๆ แต่เราก็อาจจะได้เห็นมุมมองอะไรบางอย่างจากเหล่านักเตะบ้าง

วันนี้ผมเลยรวบรวมบทสัมภาษณ์และมุมมองของนักเตะเราที่ให้สัมภาษณ์ไว้ตามสื่อต่าง ๆ ถึงปัญหาของทีมตอนนี้ เราจะลองมาถอดรหัสคำพูดของพวกเขาว่ามันจะสะท้อนถึงอะไรได้บ้าง

ความสนุกที่หายไป

ในมุมมองของแฟนบอลเราอาจจะมองว่าพักหลังหงส์แดงเล่นด้วยความเนือย ช้า นักเตะดูล้า ๆ ไม่ค่อยมีกำลัง เหมือนมันขาดหายอะไรไปบางอย่าง ในอารมณ์ความรู้สึกของนักเตะ แต่เราก็ได้แต่เดา ๆ กันไปต่างๆ นา ๆ แต่จากบทสัมภาษณ์ของนักเตะหลายคน มันสะท้อนออกมาว่า ตอนนี้นักเตะในทีม อาจจะลืมใส่ความสนุก และความสุขลงไปในการเล่น

ช่วงหนึ่งของบทสัมภาษณ์หลังเกมที่หงส์แดงเสมอเอฟเวอร์ตัน ฟานไดจ์คได้พูดเป็นนัยว่าตอนนี้ทีมไม่ได้เล่นด้วยความสนุกเหมือนเดิม เขาให้สัมภาษณ์ว่า “เห็นได้ชัดว่าเรารู้สึกผิดหวัง แต่มันก็เป็นอย่างที่มันเป็น เราไม่สามารถเปลี่ยนมันได้ในตอนนี้ เราต้องทำงาน ลงไปเล่นเกมถัดไป และนั่นคือเกมแชมเปียนส์ เราต้องการชนะ เราต้องการจะชนะเกมเสมอ สโมสรฟุตบอลแห่งนี้คาดหวังว่าเราจะชนะเกม เราตั้งมาตรฐานไว้สูง และนั่นคือบางสิ่งที่เราต้องสนุกไปด้วย”

และยังมีอีกท่อนหนึ่งที่ฟานไดจ์คพูดถึงคำว่าต้องเล่นด้วยความสนุก เขากล่าวว่า “ทุกคนต้องทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้พร้อม นั่นคือสิ่งที่เราจะทำ: โฟกัสไปที่เกมถัดไปและมองโลกในแง่ดี ฤดูกาลจะยาวนานมาก ดังนั้น เรามาสนุกกับมันกันเถอะ” จากสิ่งที่ฟานไดจ์คพูด มันคือคำตอบในมุมของนักเตะที่ชัดเจนมาก และเราก็เห็นเหมือนกันว่า ลิเวอร์พูลตอนนี้เล่นด้วยความกดดัน พวกเขามองไปที่ผลการแข่งขันมากกว่า การเล่นฟุตบอลให้ได้อย่างที่ควรจะเป็นและสนุกไปกับมัน ถือเป็นคีย์เวิร์ดที่ดีมากๆ

ความสามัคคีกลมเกลียว

อันนี้เป็นเรื่องที่แปลกใจเหมือนกัน เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเราคิดว่าทีมหงส์แดงของเขานักเตะโคตรจะสามัคคีกลมเกลียวกัน แต่ผมสังเกตเห็นหลาย ๆ บมสัมภาษณ์ที่มีการพูดถึง ความร่วมมือร่วมใจกันบ่อยครั้ง จนคิดว่า ตอนนี้นักเตะหลายคนคิดว่าทีมกำลังมีปัญหาเรื่อง สปิริต อะไรหรือไม่

ในเกมที่หงส์แดงบุกไปแพ้แมนยู 2-1 โรเบิร์ตสันให้สัมภาษณ์หลังเกม และเอ่ยถึงความสามัคคีในหลาย ๆ ประโยค โดยเฉพาะเมื่อถูกถามถึงปัญหาที่ทีมมักจะตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่ง เขาพูดว่า “เราต้องการทำให้มันเร็วขึ้น เราต้องรวมพลังกัน เราต้องเน้นมันในฐานะทีม เพราะว่าเราไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นอย่างนี้ มันง่ายที่จะพูดถึงมันในห้องแต่งตัว มันง่ายที่จะพูดถึงมันก่อนเกม แต่เราต้องลงมาและทำมัน เราไม่สามารถเสียประตูอย่างนี้ไปตลอด”

และอีกหนึ่งประโยคที่เขาพูดว่า “เราเป็นทีมที่ต้องการชนะเกม และแค่ตอนนี้มันไม่เกิดขึ้น แต่มันสำคัญที่เราต้องสามัคคีกัน ทีมมีความเหนียวแน่น เราเป็นหนึ่งเดียวที่ใกล้ชิดกัน และแน่นอนว่าหลาย ๆ เรื่องที่จำเป็นต้องพูดคุย แต่เราต้องสามัคคีกลมเกลียว และเราต้องทุ่มเททุกอย่างไปด้วยกัน”

จากมุมมองของโรเบิร์ตสันที่เขาพูดถึง การพูดคุยกันในห้องแต่งตัวเอย การมีเรื่องที่จะต้องคุยกันเอย มันกำลังบอกเป็นนัย ๆ หรือไม่ว่า ตอนนี้ความสัมพันธ์ของนักเตะหงส์แดงในห้องแต่งตัว อาจจะไม่เหมือนเดิมนัก ซึ่งถ้าหากลองนึกย้อนไปในการเล่นแต่ละเกม ผมว่าสิ่งที่หายไปในเกมของเราคือการสื่อสารที่ดี เหมือนเราสื่อสารกันในเกมน้อยไป เราไม่ค่อยเห็นใครออกมาสั่งการหรือกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ เหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน คือไม่ใช่ว่าไม่มี แต่ความถี่มันน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนเกมกับบอร์นมัธ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เขียนบันทึกก่อนเกมในสมุดโปรแกรมของทีม และมันมีบางท่อนบางประโยคที่อ่านแล้วอาจต้องตีความอยู่บ้าง เช่น เขาบอกว่า “พื้นฐานการเล่นของเราที่ทำให้เราทำได้ดีช่วงไม่กี่ฤดูกาลมานี้จะต้องกลับมา” และประโยคว่า “มันสำคัญสุด ๆ ที่เราทุกคนจะเกาะกลุ่มกันไว้ และมองหาความแข็งแกร่งในกันและกัน”

ผมคิดว่ามันไม่ร้ายแรงถึงกับว่าทีมกำลังแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า หรือ มีการกระทบกระทั่งกันในห้องแต่งตัวอะไรแบบนั้นแน่ ๆ เพียงแต่ว่า หลังจากที่ทีมมีการเปลี่ยนผ่านนักเตะมาใหม่ค่อยข้างเยอะ บางทีมันอาจจะต้องใช้เวลาในการสื่อสาร สร้างความสนุก การใช้ชีวิตนอกสนามด้วยกันอย่างสนิทสนม จะมีผลต่อฟอร์มการเล่นในสนามอย่างชัดเจน

ความล้าและการพักฟื้น

ผมว่าสิ่งนี้เป็นประเด็นร่วมที่นักเตะทุกคนสะท้อนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ฟานไดจ์คพูดถึงการพักฟื้นร่างกายของนักเตะก่อนเกม UCL วันเสาร์ ฟาบิญโญ่ยอมรับเองเลยว่าทีมกำลังเผชิญปัญหากับอาการล้า ในเกมที่หงส์แดงบดเอาชนะนิวคาสเซิลได้ เขาบอกว่า “เราพยายามต่อไป และในท้ายที่สุดผมคิดว่าทีมของเราอ่อนล้า แต่เราต้องพยายามไปจนจบ.. เราต้องพยายามพัก เพราะวันเสร์เราจะมีอีกเกมที่สำคัญมากกับเอฟเวอร์ตัน”

เอเลียตต์ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่หงส์แดงถล่มบอร์นมัธ 9-0 ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการพักฟื้น เขาบอกว่า “ใช่แล้ว ตอนนี้กลับมาสู่ช่วงยุ่งๆ แล้วในจตอนนี้ การพักฟื้นที่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เราก็แค่ต้องพยายามจะก้าวต่อไป และใช้วันนี้เป็นแรงกระตุ้น แต่ต้องไม่ตื่นเต้นกับมันมากจนเกินไป เพราะว่านิวคาสเซิลเป็นอีกเกมที่หนัก และหลังจากนั้นกับเอฟเวอร์ตันเช่นกัน เรามีเกมหนักๆ และทุกทีมที่เราเจอในพรีเมียร์ลีกเป็นเกมที่ยากมาก”

หลุยส์ ดิอาช เป็นอีก 1 คนที่ออกมาพูดเรื่องการพักฟื้นร่างกายของนักเตะ เขาให้สัมภาษณ์ในเกมก่อนจะเจอกับบอร์นมัธว่า “ตอนนี้เรารู้ว่าเราแค่ต้องทำงานของเรา และซ้อมหนัก พักให้เต็มที่ และรอคอยเกมถัดไป ตอนนี้เราหวังว่าจะเก็บแต้ม และเริ่มต้นฤดูกาลอย่างที่ควรจะเป็น”

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน ที่นักเตะหงส์แดงหลายคนต่างออกมาพูดถึงเรื่องการพักฟื้น การได้พักเต็มที่ของนักเตะ นี่เป็นเรื่องแปลก เพราะนักเตะหงส์แดงแต่ไหน แต่ไรมา พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องความฟิตมาเสมอ ผมทำข่าวหลังเกม ก่อนเกมมาเยอะ ตลอด 5-6 ฤดูกาลมานี้ ไม่เคยมีปีไหนที่นักเตะพากันพูดถึงเรื่องการพักมากเท่านี้มาก่อน

เรื่องนี้มันอาจจะเป็นตัวสะท้อนที่เราเห็นได้ชัดจากสถิติการวิ่งในสนามของหงส์แดงที่ปัจจุบันหงส์แดงวิ่งรวมกันน้อยกว่าคู่แข่งของพวกเขาตลอด 6 เกมที่ผ่านมาถึง 13 กิโลเมตร ขณะที่หากย้อนไปในฤดูกาลก่อน ๆ มักจะเป็นทางตรงกันข้าม คือ หงส์แดงจะเป็นทีมที่วิ่งมากกว่าทีมคู่แข่งเสมอ

ปัญหานี้มันก็บ่งบอกไปถึงการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นนี้ได้ว่า มันมีบางอย่างผิดพลาด การเดินทางไปเตะกระชับมิตรหลายที่ ขณะที่ทีมเพิ่งลงแข่งมา 63 เกมเต็มเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มันอาจจะหมายถึงช่วงเวลาพักฟื้นของนักเตะมันน้อยกว่าที่ควรเป็นหรือไม่ และมันก็ส่งผลมาถึงปัญหาอาการบาดเจ็บที่เห็น ๆ กันอยู่ และนักเตะที่ไม่เจ็บ ก็มีปัญหาเรื่องความล้า ในสนามอย่างชัดเจน

นักเตะเจ็บ/นักเตะใหม่

ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปมองเห็น แต่กับนักเตะที่ลงเล่นในเกม พวกเขาอาจจะไม่อยากพูดถึงมันมากนัก เพราะมันจะกลายเป็นข้ออ้างและบั่นทอนเพื่อนร่วมทีมที่ลงเล่นร่วมกัน แต่จนถึงตอนนี้ ปัญหานี้มันก็เป็นปัญหาที่นักเตะพอจะพูดถึงมันได้บ้างแล้ว เช่น ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ล่าสุด อลิสซง เบกเกอร์ พูดชัดเจนว่า การที่นักเตะบาดเจ็บ เป็นปัญหาหลักของทีม เขากล่าวว่า

“ผมเชื่อว่าผลงานที่ไม่ค่อยดีนักของเราในตอนนี้มันมาจากสถานการณ์รอบตัวของเราเองเป็นหลัก อาการบาดเจ็บนี่แหละ อันที่จริงมันมีหลายเหตุผลอยู่นะ แต่คุณสามารถชี้นิ้วไปที่ปัญหาอาการบาดเจ็บได้ก่อนเพื่อนเลย แต่ท้ายที่สุดมันก็อยู่ที่พวกเรานี่แหละ เราจะต้องมีทัศนคติที่ถูกต้องในสนาม ต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ด้วยฟุตบอล”

นอกจากนั้นการที่นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในแนวรุกที่มีตัวใหม่ ๆ มาเพียบ ทำให้หงส์แดงต้องปรับวิธีการเล่นใหม่ทั้งหมดเกือบทีม ทุกคนต้องเล่นด้วยวิธีที่แตกต่างไปจากเดิมเมื่อมีกองหน้าตัวเป้า ทุกคนต้องการเวลา มันไม่ใช่ว่า แค่มีตัวเป้าแล้วคุณก็แค่โยนมันไปให้เขา ทุกอย่างมันต้องเซ็ตอัพกันใหม่

อลิสซงพูดถึงการที่นักเตะต้องปรับตัวกันใหม่ว่า “เรากำลังเปลี่ยนแปลงมากมายเช่นกัน เพราะนักเตะที่เราเสียไปจากอาการบาดเจ็บ บางคนที่มาใหม่ก็ต้องการเวลาเพื่อปรับตัว การเริ่มต้นฤดูกาลใหม่คุณจำเป็นต้องมีเวลาในการปรับตัว และมันไม่ใช่เรื่องง่าย”

โดยสรุป

ก่อนอื่นเราต้องยอมรับก่อนว่าตอนนี้ทีมหงส์แดงกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและทดลองทีมใหม่อยู่ มันจึงมีปัญหาจุกจิกกวนใจ ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านนี้มันไม่ค่อยลื่นไหล จากที่นักเตะสะท้อนออกมา พวกเขาไม่ได้พูดเพราะว่า อยากจะอ้าง หาข้อแก้ตัวกับผลงานที่ผ่านมา แต่มันสะท้อนความจริงในภาพรวมของทีมต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายนักเตะ การปรับวิธีการเล่น และนักเตะทุกคนต้องปรับตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

แต่ไม่ว่านักเตะจะพูดถึงปัญหาที่พวกเขามองออกมาอย่างไร สิ่งหนึ่งที่นักเตะหงส์แดงชุดนี้ยังมีเหมือนกันทุกคนคือ พวกเขาเชื่อมั่นว่าทีมจะกลับมาได้ ทุกคนอยากทำให้มันดีขึ้น ทุกคนพร้อมปรับปรุงแก้ไข เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขายังรักและเคารพแฟนบอล พวกเขารู้ว่ากำลังเล่นให้กับลิเวอร์พูล พวกเขารู้ว่าแฟนบอลคาดหวังอะไร และนั่นคือสิ่งที่พวกเขาจะทำมันให้ได้เหมือนเดิมอีกครั้ง