การหายไปของมาเน่ส่งผลกระทบต่อหงส์แดงมากน้อยอย่างไร

ประเด็นหนึ่งที่ผุดขึ้นมารายทาง ระหว่างที่หงส์แดงเริ่มต้นฤดูกาลใหม่และทำผลงานได้ไม่ค่อยโสภานักก็คือ ผลกระทบจากการเสียซาดิโอ มาเน่ไป ทุกครั้งที่แนวรุกของหงส์แดงทำประตูไม่ได้ ก็มักจะมีประเด็นของมาเน่เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ อย่างล่าสุดปีเตอร์ เคร้าซ์ ที่หันมาเอาดีกับการจัดการรายวิทยุ เชิญนักฟุตบอลมาร่วมรายการละแลกเปลี่ยนความเห็นกัน โดยเคร้าซ์บอกว่า การขาดมาเน่ไป ก็เหมือนหงส์แดงขาดทีเด็ดในพื้นที่สุดท้าย

อันที่จริงเราไม่จำเป็นต้องเป็นกูรูญาณทิพย์อะไรก็พอรู้ครับว่ามาเน่สำคัญกับเกมรุกของหงส์แดงขนาดไหน ตอนที่เขาอยู่ และมันคงต้องมีผลกระทบกับทีมอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผมสนใจหลังจากที่มีคนออกมาพูดถึงเรื่องนี้บ่อย ๆคือ มันกระทบยังไงบ้าง ขอแบบเชิงลึก เปรียบเทียบให้เห็นไปเลย ไม่ใช่แค่ความรู้สึก ผมก็เลยมานั่งค้นเอง และนี่คือผลสรุปจากการที่ผมนั่งค้นข้อมูลดูว่าการขาดมาเน่ไปส่งผลกระทบกับหงส์แดงมากน้อยขนาดไหนกันแน่

การสร้างโอกาสในเกมรุก

6 เกมแรกของปีนี้ลิเวอร์พูลสร้างโอกาสยิงไปทั้งหมด 117 ครั้ง มากที่สุดในลีกขณะนี้ และเป็นประตู 15 ประตู เป็นรองแค่แมนซิตีทีมเดียวเท่านั้น แต่เมื่อปีที่แล้ว 6 เกมแรกที่มาเน่ลงเล่นครบทุกเกม หงส์แดงมีโอกาสยิงประตูคู่แข่งมากถึง 141 ครั้ง แต่ในแง่ของจำนวนประตูก็ยังยิงได้แค่ 15 ประตูเท่ากัน

ผลงานของมาเน่คือการมีโอกาสยิง 25 ครั้ง ยิงตรงกรอบ 8 ครั้ง และทำได้ 3 ประตู โดยไม่มีแอสซิสต์เลย ดังนั้นมาเน่เมื่อฤดูกาลก่อนเมื่อ 6 เกมแรกผ่านไป เขามีส่วนร่วมกับประตูแค่ 3 ประตู คิดเป็น 1 ใน 5 ของประตูที่ได้ทั้งหมด มาปีนี้เมื่อเรามองดูตัวรุกคนอื่น ดิอาชยิงได้ 3 ประตู ซาลาห์ยิง 2 จ่าย 2 ฟีร์มิโน่ยิง 3 จ่าย 3 สามตัวรุกของเราปีนี้มีส่วนร่วมกับประตูไม่ได้น้อยหน้าสมัยที่มาเน่อยู่เลย

สิ่งที่แตกต่างไปและนักวิเคราะห์หลายคนเห็นร่วมกันคือ ผลงานของซาลาห์เมื่อไม่มีมาเน่นั้นดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัดปีที่แล้วซาลาห์ออกสตาร์ทด้วยผลงานยิง 5 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ใน 6 เกมแรก แม้จะไม่มีลูกแอสซิสต์จากมาเน่ และพวกเขาจะแอสซิสต์ให้กันไปมาเพียงแค่ 22 ครั้งตลอดเวลาที่มาเน่เล่นกับหงส์แดงก็ตาม

แต่อิทธิพลในสนามส่งผลถึงการเล่นของซาลาห์ การมีมาเน่อยู่ สไตล์การวิ่ง การเข้าทำ การดึงตัวผู้เล่น เหล่านี้ล้วนเป็นการเปิดโอกาสให้ซาลาห์ได้มีพื้นที่และเวลามากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ที่หงส์แดงหันมาเล่นระบบหน้าเป้า และบทบาทของซาลาห์ถูกมองว่าห่างจากประตูมากกว่าเมื่อก่อน

ประมาณว่า ลิเวอร์พูลเอานักเตะที่ยิงประตูดีที่สุดของทีมถอยห่างออกจากประตูไปนั่นเอง ดังนั้นในแง่ของการสร้างโอกาสและผลงานของนักเตะบางคนดร็อปลงจริงเมื่อไม่มีมาเน่ แต่ภาพรวมในเกมรุกเรายังยิงได้เยอะอยู่ แม้จำนวน 9 ประตูที่ได้จะมาจากเกมกับบอร์นมัธที่หลายคนมองว่าไม่ได้ชี้วัดอะไรก็ตาม

หลุยส์ดิอาช/มาเน่

“หลุยส์ ดิอาช ไม่สามารถแทนมาเน่ได้” “เขาจะไม่มีวันยิงได้ปีละ 20 ลูกเหมือนมาเน่” และอื่นๆ อีกหลายข้อที่คนมักจะเอาดิอาชไปเปรียบเทียบกับมาเน่ ถามว่าเปรียบเทียบกันได้ไหม อันที่จริงมันก็ไม่ควรเปรียบเทียบกันหรอก เพราะนักเตะแต่ละคนก็มีวิธีการเล่นและจุดเด่นที่แตกต่างกันไป มันเอามาวัดทาบกันเปะ ๆ ทุกมิติไม่ได้

แต่เมื่อมันเกิดการเปรียบเทียบ ผมก็อยากรู้ว่ามันต่างกันขนาดนั้นเลยหรือ ดิอาชมีโอกาสยิง 16 ครั้ง ตรงกรอบ 8 ครั้ง และเป็น 3 ประตู เมื่อเทียบกับมาเน่ที่ยิง 25 ครั้งตรงกรอบ 8 และเป็นสามประตู เราจะสรุปว่ามาเน่สร้างโอกาสให้ทีมได้มากกว่าก็ได้ หรือจะมองว่าดิอาชใช้โอกาสไม่เปลืองเท่ามาเน่ก็ได้ เพราะยิงเข้ากรอบถึง 8 ครั้งจาก 16 ครั้ง และเป็น 3 ประตู ค่าเฉลี่ยมันดีกว่าอยู่แล้ว

ในแง่ของการมีส่วนร่วมกับเกม ดิอาช 6 เกมสัมผัสบอลไป 339 ครั้ง มีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จ 81 เปอร์เซ็นต์ จ่ายคีย์พาสได้ 4 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่แข่ง 14 ครั้ง ส่วนมาเน่สัมผัสบอล 306 ครั้ง มีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จเฉลี่ย 75 เปอร์เซ็นต์ จ่ายคีย์พาสให้เพื่อน 9 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่แข่ง 6 ครั้ง  จะมองว่ามาเน่มีส่วนร่วมมากกว่าเพราะจ่ายคีย์พาสให้เพื่อนถึง 9 ครั้งก็ได้ หรือจะมองว่า ดิอาชมีส่วนร่วมมากเพราะสัมผัสบอลมากกว่าและมีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลที่มากกว่าก็ได้

ในแง่ของการลงมาช่วยเกมรับละ มาเน่แท็กเกิลชนะ 7 ครั้ง เคลียร์บอลได้ 4 ครั้ง ดักบอลได้ 3 ครั้ง ชนะการดวลลูกกลางอากาศ 10 ครั้ง ขณะที่ดิอาช แท็กเกิลชนะ 9 ครั้ง เคลียร์บอลไม่ได้เลย ดักบอลได้ 2 ครั้ง ชนะลูกกลางอากาศได้ 5 ครั้ง ตรงจุดนี้มันค่อนข้างชัดว่ามาเน่มีส่วนร่วมกับเกมรับของหงส์แดงมากกว่าดิอาช ซึ่งก็ไม่ขัดกับสิ่งที่เราเห็นในเกม

และมันก็มีนักวิเคราะห์หลายคนพยายามอธิบายว่า การขาดมาเน่ไปมันทำให้โรเบิร์ตสันทำผลงานส่วนตัวได้ลดลง เพราะตอนมาเน่อยู่ มาเน่มีส่วนช่วยไล่ ช่วยซ้อน ช่วยตัดเกมยามที่โรเบิร์ตสันเติมเกมขึ้นสูง และพวกเขายังประสานงานกันทางกราฟซ้ายได้ดีอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องยอมรับกันว่าดิอาชยังทำได้ไม่เท่ามาเน่ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะจูนกันไม่ติด ปัญหานี้ส่งผลแบบเดียวกันกับเทรนท์ด้วยที่พอไม่มีเฮนเดอร์สันแล้วฟอร์มของเขาก็ดร็อปลงชัดเจนเมื่อต้องเล่นกับเอเลียตต์ทางกราฟขวา

แต่เรื่องเกมรับผมมองว่า มันจะเทียบกันได้ไม่ค่อยสนิท เพราะอย่าลืมว่า 6 เกมแรกปีที่แล้วหงส์แดงฟูลทีมทั้งแดนกลางและกองหลัง การที่เราจะบอกว่าการขาดหายไปของมาเน่ส่งผลกับเกมรับโดยภาพรวมของทีมได้ก็ต่อเมื่อนักเตะตัวหลักแดนกลางของเรากลับมาเล่นได้เต็มที่นั่นแหละเราจึงค่อยมาดูกันอีกครั้ง

มีอะไรดีขึ้นไหม

นอกจากจะถามว่า การขาดมาเน่ไป หงส์แดงมีอะไรดีขึ้นไหม นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องคิดกันด้วย จุดนี้เราพอจะเห็นแน่ ๆ แล้ว 1 อย่างคือ ลิเวอร์พูลตอนนี้เป็นทีมที่ถือว่าใช้โอกาสได้ไม่เปลืองมากเท่าปีที่แล้ว อีกทั้งการมีนูเนชอยู่แดนหน้าตัวเป้ามันแสดงให้เห็นมาหลายเกมว่า เรามีเกมรุกที่หลากหลายมากขึ้น ไดเรกมากขึ้น คุกคามพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งมากขึ้น ลูกเซ็ตพีช การครอสเข้าไป ลูกเตะมุม เราทำได้อันตรายขึ้น ที่เหลือก็แค่รอให้นูเญชพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น

โดยสรุปจากที่ผมลองค้นข้อมูลดู ผมพบว่าการขาดหายไปของมาเน่ นั้นกระทบต่อ วิธีการเล่นเกมรุกของทีม และการสร้างโอกาสจากริมเส้นทางฝั่งขวาที่ลดลง จากการประสานงานของมาเน่กับโรเบิร์ตสัน โอกาสการจบสกอร์ที่ลดลง แต่มันก็เพิ่มเติมเข้ามาเป็นมิติเกมรุกที่แตกต่างไป ในด้านเกมรับนั้น ผลงานที่เราเสียประตูบ่อย จนต้องตามตีเสมอบ่อย ๆ นั้น จุดนี้แทบจะไม่เกี่ยวกับมาเน่เลย มันคือปัญหาแดนกลางของหงส์แดงในตอนนี้และการที่นักเตะตัวหลักส่วนใหญ่ล้า

ดังนั้นการที่นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งออกมาวิจารณ์ว่าหงส์แดงคิดผิดที่ขายมาเน่บ้างละ บอกว่าพอไม่มีมาเน่แล้วเราเล่นเกมรุกไม่ดีบ้างละ ผมมองว่า มันเป็นการวิจารณ์ที่คับแคบและผิดฝาผิดตัวไปมาก ปีที่แล้วหงส์แดงผ่าน 6 เกมแรกเราชนะ 4 เสมอ 2 มี 14 แต้ม เป็นจ่าฝูง ยิงได้ 15 ประตูเสีย 4 ประตู มีผลต่าง 11 แต่ปีนี้ 6 เกมแรกเราชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 1 เก็บได้ 9 แต้ม เสีย 6 ประตู ผลต่าง 9

บางทีสิ่งที่ขาดหายไปอาจไม่ใช่เกมรุกของมาเน่ แต่เป็นคาแรคเตอร์ของมาเน่ นักฟุตบอลหงส์แดงคนหนึ่งที่เล่นด้วยแพสชั่นและความสุข สนุกไปกับเกมต่างหาก