การโดนโจมตีจากการเล่นเกมรับสูง ปัญหาใหม่ที่ยังไม่ใหญ่ของหงส์แดง

ปีที่แล้วเมื่อผ่านไป 6 เกมในลีกหงส์แดงเสียประตูไปเพียง 4 ประตู และทั้งฤดูกาลเสียไป 24 ประตู เฉลี่ยแล้วเสียประตูไม่ถึง 0.5 ลูกต่อเกม ขณะที่ปีนี้ผ่านไปแล้ว 6 เกมเราเสียไป 6 ประตูเฉลี่ยนัดละ 1 ลูก หากใช้เกณฑ์นี้กำหนดหงส์แดงอาจจะจบฤดูกาลด้วยการเสียประตูมากกว่า 38 ลูก หรืออาจจะมากกว่าปี 2020-2021 ที่เราเสียกองหลังไปยกแผงคือเสียไป 42 ลูกเลยก็ได้

ปัญหาคือการโดนทำประตูในแต่ละลูกของหงส์แดงในปีนี้มันเกิดจากสถานการณ์ใกล้เคียงกันคือ “การโดนสวนกลับเร็ว” การโดนเล่นงานจากพื้นที่ว่างหลังกองหลังเนื่องจากกองหลังเราดันไลน์ขึ้นสูง สถิติจาก Opta บอกไว้ว่า เมื่อปี 2020/2021 ที่เราเสีย 42 ประตูนั่นนะ เราเสียประตูจากการโดนโต้กลับเร็ว หรือเคาวน์เตอร์ แอคแทก 15 ประตู จาก 53 เกม

แต่กับเกมนาโปลีเกมเดียวหงส์แดงเสียประตูจากลูกโต้กลับเร็วถึง 4 ลูก ในหนึ่งเกม และหากนับทั้งหมดที่แข่งมา 7 เกมก็โดนไปถึง 9 เม็ดจาก การโดนสวนกลับ เรียกว่าเกือบจะทุกประตูที่เสียมาจากจุดเดียวกัน หรือมีปัญหาที่เดียวกัน ซึ่งจำนวนนี้ปกติหงส์แดงจะเสียมัน คู่แข่งต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน

ปัญหาตอนนี้คือ การดันเกมรับขึ้นสูงคือจุดอ่อนของทีมใช่หรือไม่ เป็นคำถามที่นักข่าวถามคลอปป์หลังเกมกับนาโปลี และคลอปป์ก็ตอบเสียงแข็งว่า “ไม่ใช่ ไม่เกี่ยว” คลอปป์ตอบบว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะการดันเกมรับขึ้นสูงของแนวรับหรอก แม้ว่ามันจะดูเสี่ยงมากก็ตาม แต่เราเล่นแบบนี้มาเพื่อให้เกิดความกระชับมากขึ้น”

ใช่ครับถ้ามองแค่มุมนี้ของคลอปป์มันก็ถูก เพราะหงส์แดงไม่ใช่เพิ่งมาเล่นเกมรับสูง แต่เล่นมาตั้งแต่ปี 2019-2020 ฤดูกาลแรกที่มีการนำเทคโนโลยี VAR มาในพรีเมียร์ลีกและเป็นฤดูกาลที่หงส์แดงได้แชมป์พรีเมียร์ลีก จนมีคนล้อว่าเป็นแชมป์ VAR นั่นและ

ลิเวอร์พูลดันกองหลังขึ้นสูง ไม่ใช่แค่เพราะต้องการกระชับพื้นที่แต่พวกเขาใช้ประโยชน์จาก VAR ในการเช็คล้ำหน้าด้วย พวกเขามีสถิติการชนะเช็คล้ำหน้าเป็นอันดับหนึ่งมาทุกปี หลายประตูมากที่คู่แข่งได้ประตูแล้ว ต้องโดนยกเลิกเพราะล้ำหน้าก่อน ยกเว้นปีนี้ ที่หงส์แดงไม่สามารถดักล้ำหน้าคู่แข่งได้ดีแบบปีก่อน ๆ เลย

คลอปป์จึงบอกว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การดันเกมรับขึ้นสูง คลอปป์อธิบายต่อว่า “ปัญหาที่แท้จริงคือ เราไม่เคยอยู่ใกล้คู่ต่อสู้มากพอเพื่อจะทำให้คู่แข่งกดดันต่างหาก” เป็นคำตอบที่อาจจะงง แต่แปลตรง ๆ ว่า มันไม่เกี่ยวกับกองหลังหรอก กองหน้า กองกลางต่างหาก ที่ไม่ได้เพรสซิ่งให้ดี ทำให้คู่แข่งมีโอกาสโจมตีกองหลังเรามากเกินไป

หรืออีกนัยหนึ่งคลอปป์กำลังจะบอกเราว่า ปัญหาที่เกิดนั้น เราจะมองแค่จุดใดจุดหนึ่งแล้วชี้ด่านักเตะคนหนึ่งคนใดไม่ได้หรอก มันเป็นปัญหาที่เกิดจากส่วนอื่น ๆ และกระทบถึงกันหมด จะมีปัญหาอะไรหากหงส์แดงเสีย 4 ประตูให้นาโปลีแล้วยิงได้ 5 ลูกจริงไหม เพราะเรามีโอกาสยิงมากกว่านาโปลีตั้งเยอะ ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาของคลอปป์เขาอาจจะไม่ได้มองว่าต้องแก้แค่จุดใดจุดหนึ่ง แต่อาจจะต้องแก้ทุกจุด ดีก็ดีทุกจุด แย่ก็แย่ด้วยกัน