4 สิ่งที่หงส์แดงสามารถปรับปรุงได้จากการหยุดยาวช่วงนี้

หากไม่มีการเลื่อนโปรแกรมหงส์แดงจะต้องเจอกับโปรแกรมถี่ ๆ อีกอย่างน้อย 3 เกมใน 10 วัน คือการเจอกับวูลฟ์ แฮมตันในพรีเมียร์ลีกวันที่ 10 กันยายน และเจอกับอาแจ็กซ์ในวันที่ 14 กันยายน จากนั้นจะมีโปรแกรมหนักเจอกับเชลซี ในวันที่ 18 กันยายน ก่อนจะปิดพักเบรกทีมชาติแล้วกลับมาเตะกันอีกทีวันที่ 1 ตุลาคมโน้น

หากว่ากันตามสภาพ ด้วยสภาพทีมและฟอร์มการเล่นของหงส์แดงในขณะนี้ หากต้องลงเล่น 3 เกมใน 10 วันดังกล่าว ไม่รู้ว่าผลงานจะเป็นยังไง แม้เราจะเห็นว่าในเกมกับนาโปลีผู้เล่นหงส์แดงจะกลับมาจากอาการบาดเจ็บหลายคนก็ตาม มันจึงเป็นจังหวะที่บังเอิญมาช่วยเบรคทีมหงส์แดงให้มีเวลาหายใจหายคอได้บ้าง

ตอนนี้เป็นที่แน่นนอนว่า หงส์แดงยังจะต้องลงเล่นเกม UCL กับอาแจ็กซ์ในวันที่ 14 นี้อยู่ ส่วนโปรแกรมกับเชลซีในวันที่ 18 นั้นก็ยังไม่แน่ ทางสื่ออังกฤษหลายเจ้าก็ออกมารายงานว่า อาจจะมีการเลื่อนออกไปอีก เพราะงานพิธีศพของพระราชินีอลิซสเบธจะมีในวันที่ 19 ซึ่งจะทำให้การจัดการแข่งขันมันไม่ค่อยสะดวก

สมมติว่าหงส์แดงต้องเลื่อนเกมเชลซี นั่นก็เท่ากับว่าเดือนกันยายนนี้หงส์แดงจะไม่ต้องเตะพรีเมียร์ลีกแล้ว มองในแง่ดีนี่คือช่วงเวลาที่หงส์แดงจะได้เตรียมตัวและปรับปรุงหลายอย่างมาก วันนี้เราจึงมาวิเคราะห์กันว่าช่วงเวลาดังกล่าวนั้นหงส์แดงสามารถนำมาใช้ปรับปรุงทีมในด้านใดเป็นพิเศษได้บ้าง

พักฟื้น พักฟื้น และพักฟื้น

นี่คือเสียงสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดจากนักเตะ หลังจากที่ผมพยายามอ่านดูบมสัมภาษณ์ของพวกเขาตลอด 7 เกมที่ผ่านมา นักเตะสะท้อนปัญหาออกมาเหมือนกันว่า พวกเขาล้า และพวกเขาต้องการการพักฟื้นที่เพียงพอ ปัญหานี้มันมีผลชัดเจน ส่งผลต่อความฟิตของนักเตะในสนาม และทุกคนเชื่อว่าหากนักเตะหงส์แดงได้พักฟื้นแบบเต็มที่ ทุกคนจะสามารถกลับมาวิ่งพล่านได้อีกครั้งแน่

ฟานไดจ์ค โรเบิร์ตสัน อาร์โนล์ด ฟาบิญโญ่ ซาลาห์ รวมถึงนักเตะที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาอย่างติอาโก และมาติป พวกเขาต้องการการพักฟื้นอย่างมาก เมื่อดูจากเรี่ยวแรงการวิ่ง ภาษากายของพวกเขา บางทีคลอปป์และทีมงานอาจจะต้องคิดโปรแกรมการพักฟื้นพิเศษให้นักเตะในช่วงนี้อย่างจริงจัง จะโยคะ นั่งสมาธิ ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ ดำน้ำ ดูปะการัง ไปพักที่ไหนสักที่ก็ทำเถอะ เพราะหากนักเตะเหล่านี้ยังต้องเล่น 3 เกมที่เหลือเชื่อว่าผลมันก็คงออกมาไม่ต่างจากเดิมมากนัก

โดยเฉพาะคนชื่อ ติอาโก อันคันทาร่า เนี่ย หากเป็นไปได้ในเกมกับอาแจ็กซ์อย่าเพิ่งใช้งานเขาหนักเลย หรือเพื่อความชัวร์ไม่ใช้ลงตัวจริงเลยจะดีกว่า เพราะหากคลอปป์มองว่าเขาเป็นนักเตะสำคัญกับทีมมาก ๆ แต่เพิ่งหายเจ็บกลับมา ก็ควรใช้ช่วงเวลาต่อจากนี้ในการพักฟื้นเขาให้มาก เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บเพิ่มของเขา

ติวเข้มนูเญช

แน่นอนว่าการติวเข้มรอบนี้มันจะต่างไปจากการติวเข้มในตอนที่เขาโดนใบแดง เพราะตอนนั้นเขาต้องแยกไปซ้อมเดี่ยวมากกว่า เพราะลิเวอร์พูลมีโปรแกรมเตะที่ถี่มาก จึงมีเวลาซ้อมน้อย ดังนั้นการซ้อมก็ต้องเอานักเตะที่มีโอกาสลงสนามาซ้อมมากกว่านักเตะที่โดนแบน มันจะได้ไม่เสียเวลา

นี่แหละเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนยกมาว่าทำไม นูเญชถึงยังไม่คลิกเล่นไม่เข้ากันกับทีมเสียที ก็เพราะแทนที่เขาจะได้ซ้อมกับทีมตลอด 3 เกมที่เขาหายไป เขากลับไม่ได้ซ้อม ทำให้โอกาสที่เขาจะได้ลงเล่นกับเพื่อน ๆ นั้นน้อยลง และแม้จะว่าจะกลับมาเล่นได้ 2 เกมแล้ว แต่การซ้อมในแต่ละเกมก็อย่างที่คลอปป์ยอมรับว่าแทบจะไม่มีเวลาได้ซ้อมแทคติกอะไรกันมาก

ตอนนี้แหละที่คลอปป์จะลงดีเทลรายละเอียดการเล่นกับทีม การซ้อมแทคติก และระบบการเล่นอื่น ๆที่นูเญชจะต้องลงเล่นกับเพื่อน ๆ ได้เต็มที่ ทดแทนเวลา 3 เกมที่เขาหายไป และอาจจะได้ทดแทนช่วงปรีซีซั่นที่มัวแต่เดินทางจนวางแผนซ้อมได้ไม่เต็มที่มากนัก

สิ่งที่นูเญชยังต้องพัฒนาอีกมากทั้งการจบสกอร์ การเล่นกับเพื่อน การยืนตำแหน่ง การเคลื่อนที่ตอนไม่มีบอล การลงมาช่วยเกมรับตรงกลางบ้าง การช่วยเพื่อนไล่เพรสบ้าง และมีอีกมากที่เขาต้องเรียนรู้มัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความนิ่ง การควบคุมอารมณ์ของตัวเองที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในสองสามเกมที่ได้กลับลงมาเล่น

พัฒนาแผน 4-2-3-1

แทบจะหมดความสงสัยแล้วว่าฤดูกาลนี้คลอปป์จะใช้แผนการเล่นแบบ 4-2-3-1 หรือไม่ เพราะเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าพร้อมใช้ และใช้มันเล่นมาหลายเกมแล้ว แม้จะยังไมได้เลือกใช้เป็นแผนหลักซะทีเดียว แต่เราจะเห็นเลยว่าเกมไหนที่ตื้อ ๆ คลอปป์จะเปลี่ยนมาใช้แผนนี้ประจำ

การได้พัก ได้มีเวลา มากขึ้น ผมเชื่อว่า คลอปป์จะต้องมาเอาจริงเอาจังกับการพัฒนาแผนการเล่นนี้ให้เหมาะยิ่งขึ้น สิ่งที่ผมอยากเห็นมากที่สุดก็คือในระบบนี้ นักเตะคนไหนจะได้เล่นตำแหน่งกองกลางคู่ คลอปป์จะทำให้ฟีร์มิโน่ นูเญช ซาลาห์ ดิอาช เล่นประสานงานกันได้หรือไม่

และหากเล่นแผนนี้จริง ๆ บทบาทของเอเลียตต์จะไปอยู่ตรงไหน เพราะในแดนกลางคลอปป์คงเลือกใช้ฟาบิญโญ่กับติอาโกเป็นหลัก ไม่ใช่แค่นั้น เจ้าหนูคาร์วัลโญ่ด้วย ทั้งสองคนจะมีบทบาทในแผนนี้ของคลอปป์ยังไง เป็นตัวสำรองที่ลงมาสร้างทีเด็ด หรือจะเป็นหมัดเด็ดของแผนนี้กัน หรือหากคลอปป์จะไม่ใช้แผน 4-2-3-1 ยังยึดกับ 4-3-3 ผมว่าในช่วงเวลานี้คลอปป์ก็คงอยากปรับอะไรเล็กน้อยให้มันดีขึ้น

กระตุ้นนักเตะ/หลอมรวมให้เป็นหนึ่ง

ในช่วงเวลาที่ทีมทำผลงานได้แย่ การกระตุ้นนักเตะ หรือการจะทำให้นักเตะทุกคนโฟกัสอะไรบางอย่างร่วมกันมันอาจจะเป็นงานที่ยาก เพราะผลการแข่งขันที่ไม่ดีมันจะคอยฉุดกำลังใจของนักเตะเรื่อย ๆ และจากที่อ่านบทสัมภาษณ์ของนักเตะทั้งโรเบิร์ตสันหรือฟานไดจ์ค ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นักเตะชุดนี้ต้องสามัคคีกัน

มันอาจจะไม่ได้หมายความว่า นักเตะชุดนี้แตกคอกันนอกสนามนะ แต่มันก็ชัดเจนว่า บรรยากาศในห้องแต่งตัวเอย นอกนสนามเอย มันคงไม่ไดชื่นมื่นเหมือนเดิมนัก เพราะดูเหมือนทุกคนจะเครียดกับการแข่งขันจนไม่มีเวลาได้สร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น

นักเตะที่มาใหม่ไม่ว่าจะนูเญชที่ยังสื่อสารกับเพื่อนได้ไม่มาก เช่นเดียวกับอาร์ตูร์ พวกเขามีกำแพงภาษาอยู่ ขณะที่นักเตะใหม่อย่างแรมซีย์เองก็แทบจะไม่ได้ซ้อมได้อยู่ร่วมกับพวกพี่ ๆ เลย ผมหวังไปถึงขนาดว่าหากนักเตะบางคนบางกลุ่มมีเรื่องขัดใจหรือไม่ลงรอยกันจริง หรือมีปัญหาบางอย่างคาใจกับการเล่นของเพื่อน หรืออยากบอกอะไรเพื่อน พวกเขาจะใช้ช่วงเวลานี้ในการเปิดใจต่อกัน

เช่นเดียวกับคลอปป์ หากปัญหามันอยู่ที่แรงจูงใจของนักเตะ หมดความกระหาย หมดความท้าทายหรืออะไรก็แล้วแต่ นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ ที่คลอปป์จะได้ใช้วิชาจิตวิทยาของเขาในการสร้างแรงกระตุ้นให้นักเตะของเรา ให้กลับมามีสภาพจิตใจที่ฮึกเหิมอีกครั้ง

ถือว่าในความโชคร้าย ยังพอมีอะไรมาคั่นให้เราได้พักได้หายใจบ้าง และเราจะรอดูว่าคลอปป์และลูกทีมจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาทีมได้มากน้อยแค่ไหน อย่างเร็วบางทีเราอาจจะเห็นผลอะไรบ้างในเกมกับอาแจ็กซ์ที่จะถึง อย่างช้าเราจะมารอดูกันว่าหลังจากเบรกทีมชาติแล้ว หงส์แดงชุดนี้ยังจะออกทะเลอีกไหม